* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book ศิลาเล่า (Stories in Stones) : อู่ทอง ประศาสน์วินิจฉัย

Bookศิลาเล่า (Stories in Stones) บรรจุในกล่องซึ่งประกอบด้วยหนังสือ 2 เล่ม (เล่ม 1 และเล่ม 2) หนังสือชุดนี้บอกเรื่องเล่าในงานจำหลักหินเขมร โดยแบ่งเนื้อหาเป็นบทตอนย่อยๆ และแสดงรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับบทตอนนั้นจากปราสาทสำคัญในเขตพระนคร เช่น นครวัด บายน บันทายสรี   ถึงแม้หน้าตาหนังสือจะงดงามตามรูปแบบหนังสือสำหรับวางโชว์ในห้องรับแขก แต่คนอ่านรู้ว่านี่ไม่ใช่หนังสือสวยธรรมดาเช่นนั้น เพราะนามผู้เขียน อู่ทอง ประศาสน์วินิจฉัย ที่คนอ่านรักผลงานของเธอมาแล้วจาก ท่องทศชาติผ่านจิตรกรรม และ ภาพพูด เปิดมิติใหม่ในการดูจิตรกรรมฝาผนัง
"กษัตริย์เขมรมีประเพณีการสร้างปราสาทหรือเทวาลัยถวายให้เป็นวิมานที่ประทับของเทพเจ้าบนโลกมนุษย์ และบางแห่งก็เป็นสุสานสำหรับตัวเองหลังสวรรคตด้วย เพื่อว่าดวงวิญญาณจะได้กลับไปหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระเป็นเจ้า เรื่องราวที่สลักลงบนหินจึงขึ้นอยู่กับว่าปราสาทหลังนั้นสร้างเพื่ออุทิศถวายเทพองค์ใด ก็จะมีเรื่องราวหรือสัญลักษณ์ของเทพองค์นั้นมากกว่าเรื่องอื่นๆ"
-- อู่ทอง ประศาสน์วินิจฉัย

ผู้เขียนเกริ่นนำสั้นๆ แล้วกล่าวถึงเทวตำนานที่เขมรนำมาจำหลักไว้ตามปราสาทหิน เธอเห็นว่า "ตำนานเหล่านี้มีความสำคัญในแง่ประวัติศาสตร์และการเมืองไม่น้อยไปกว่าคุณค่าทางวรรณกรรม" บทนำนี้เขียนดีมากน่าดึงดูดหัวใจ อีกทั้งภาพประกอบล้วนแต่งดงามชดช้อยอลังการ น่าประทับใจ

เนื้อความต่อจากนั้นบอกเทวตำนานเด่นๆ ด้วยข้อความสั้นๆ (ประมาณ 1-3 หน้า) จากนั้นตามด้วยรูปภาพสลักหินงดงามจำนวนมากเกี่ยวกับตำนานนั้นๆ หนังสือชุดนี้จึงมีรูปภาพมากกว่าข้อความ

BookBookเนื้อหาในเล่มแรกเริ่มตั้งแต่เรื่องของเทพเจ้าคือ พระอินทร์ พระพรหม พระศิวะ ตามด้วยผู้มีบทบาทสำคัญที่ปรากฏทั่วไปในงานสลักหิน เช่น ฤษี อุมามเหศวร (รูปพระศิวะที่มีมเหสีคือพระอุมานั่งตัก) นางรำ โคอุสุภราช (พาหนะของพระศิวะ) รูปสิงสาราสัตว์ต่างๆ (คนอ่านเห็นภาพไดโนเสาร์ปรากฏอยู่ด้วย) ฉากทศกัณฐ์เขย่าเขาไกรลาส ฉากสงคราม ตำนานพระเจ้าขี้เรื้อน (มีด้วยหรือนี่?) และภาพหาดูยากต่างๆ เช่นภาพนาคมีเท้า รูปนางอัปสรนุ่งกระโปรงพลีทแสนทันสมัย นางอัปสรมีตาดำงามดังนางในอียิปต์

หนังสือชุดนี้มีเสน่ห์อ่านเพลิดเพลิน ต้องชมผู้เขียนที่เล่าเรื่องเก่ง มีอารมณ์ขัน เล่าตำนานต่างๆ ให้ฟัง ทำให้สนใจอยากไปหาความรู้ต่อ เรื่องเหล่านี้ส่วนใหญ่ฟังแล้วคุ้นเคย แต่จดจำไม่ได้แน่ชัดว่าเรื่องแท้จริงเป็นอย่างไร เช่นเรื่องของท้าวสหัสนัยน์ (เป็นตลกร้ายหาน้อยไม่) ช้างเอราวัณที่ขนาดใหญ่โตและยังเป็นโจทย์คณิตศาสตร์น่าคิด

ในบทที่เล่าถึงการประดับยอดด้วยปรางค์ที่สลักเป็นรูปหน้า 4 ด้านนั้น เมื่อดูรูปแล้วนึกนิยมภาพใบหน้าเหล่านั้นจริงจัง ด้วยเป็นใบหน้าใจดีมีเมตตา มีรอยยิ้มน้อยๆ ที่แสนงาม

หนังสือเล่มแรกหนา 360 หน้า แต่ขอให้ทราบเถิดว่าความชมชอบจะทำให้เพลินใจจนวางไม่ลง ในเล่มสองยิ่งมีตำนานต่างๆ ที่น่าสนุกมากขึ้นอีก เริ่มด้วย นารายณ์บรรทมสินธุ์   ลิง (รูปสลักลิงล้วนแต่น่ารักดูคึกคัก) คชลักษมี (การสรงน้ำพระลักษมี มเหสีของพระนารายณ์) ในตอนนี้ผู้เขียนเล่าตำนานการกวนเกษียรสมุทรที่อ่านสนุกมาก แม้คนอ่านจะเอาใจช่วยฝ่ายอสูรมากกว่าเทวดาด้วยเห็นว่าเทวดาใจร้าย ในตอนนี้ยังเล่าเหตุที่พระศิวะทรงมีพระศอดำ เรื่องราหูอมจันทร์ และทำไมงูจึงมีลิ้น 2 แฉก

บท อัปสรา เป็นบทหนึ่งที่คนอ่านชอบมาก ด้วยสวยมากอีกทั้งดูแล้วสุขใจ นางอัปสรล้วนแต่ยิ้มพิมพ์ใจ แต่ละนางล้วนมีริมฝีปากแสนเซ็กซี่ดังแองเจลิน่า โจลี่และสการ์เล็ต โยฮานสัน รอยยิ้มของบางนางชวนให้อยากนำไปใส่กรอบรูปเพื่อดูในวันที่เรายิ้มไม่ออก บางรูปสลักของกลุ่มนางอัปสราเข้าข่าย Kodak Moment อย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยพวกเธอทำท่าราวกำลังถ่ายรูปโดยกอดคอกัน ดูแล้วน่ารักมาก รูปสลักหินเหล่านี้ยังอ่อนหวาน บางรูปช่างเหมือนคนจริงๆ ที่เราเห็นได้แม้แต่ขนตาของเธอ

บทตอนที่โดดเด่นน่าชมมากในเล่มสองคือ ภาพชีวิต ที่ผู้เขียนกล่าวว่า "ช่างเขมรสามารถจำลองภาพชีวิตไว้ได้เหมือนจริงมากทั้งผู้คน สัตว์ พืชพันธุ์ พาหนะและข้าวของเครื่องใช้" ภาพเหล่านี้ดูเพลินอย่างยิ่ง ด้วยแสดงชีวิตประจำวันในแง่มุมต่างๆ แม้แต่การละเล่นและกิจกรรมผ่อนคลาย บท จิ๋วแต่แจ๋ว แสดงรูปสลักเล็กๆ ที่อาจไม่ได้ละเอียดมาก แต่มีเสน่ห์หาน้อยไม่

หนังสือชุดนี้จัดทำรูปเล่มสวยงาม เห็นได้ว่าพิถีพิถันกับคุณภาพอย่างยิ่ง เป็นหนังสือ 2 ภาษาที่แสดงเนื้อความอังกฤษด้วย คุณภาพการเขียนภาษาอังกฤษดีมาก

สิ่งพิเศษของหนังสือชุดนี้คือทำให้รู้สึกสงบ เย็นชื่น และดีงามกับการสร้างสรรค์ของมนุษย์ น่าทึ่งนักที่คนเราจะสร้างสิ่งที่ละเอียดลออและประณีตถึงเพียงนี้ ความงดงามต่างๆ ในเล่มแสดงด้านดีงามของคนเรา ทำให้รู้สึกสุขใจและมีความหวัง

ผู้เขียนยังทำให้รู้สึกว่าศิลปะเหล่านี้เป็นของใกล้ตัว แต่ละคนสามารถชอบรูปสลักเหล่านี้ได้ตามทางของตน โดยไม่จำเป็นว่าต้องมีความรู้หรือเชี่ยวชาญอะไรในด้านนี้ หนังสือแสดงรูปต่างๆ จำนวนมากโดยไม่ได้กำกับว่ารูปนี้มีดีที่ใด แต่ให้ผู้อ่านมองเห็นและผูกใจกับความงามนั้นได้เอง นอกจากนั้นเรื่องเล่าในเล่มทำให้อยากรู้ตำนานอื่นๆ มากกว่านี้ และอยากไปชมรูปสลักเหล่านี้ของจริง หากรูปภาพงดงามปานฉะนี้แล้ว ของจริงจะยิ่งสวยกว่าเท่าใดเล่า

หนังสือเป็นภาพขาวดำ จัดทำด้วยกระดาษอาบมันอย่างดี รูปเล่มเล็กกะทัดรัดให้หยิบอ่านได้สบายใจ และทำให้ไม่ดูเป็นหนังสือศิลปะชั้นสูงที่น่าเกรงขาม คนอ่านรู้สึกดีงามกับหนังสือชุดนี้อย่างเหลือเกิน จึงอยากชักชวนให้ได้รู้จัก เพราะอ่านแล้วให้ความสุขและสงบร่มรื่นในใจยิ่งนัก


เกี่ยวกับผู้เขียน อู่ทอง ประศาสน์วินิจฉัย

ศิลาเล่า Stories in Stones : อู่ทอง ประศาสน์วินิจฉัย
ISBN 974-93766-9-2 FULLSTOP เล่มหนึ่ง 360 หน้า เล่มสอง 340 หน้า ราคาชุดละ 595 บาท (2 เล่ม) ปกอ่อน ปีที่พิมพ์ ๒๕๔๙
จัดจำหน่ายโดย อมรินทร์

Copyright © 2006 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑๖ กันยายน ๒๕๔๙