* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book WATCHMEN : Alan Moore

Bookแม้จะมีความมืดก็จะเหมือนเวลาเช้า (โยบ 11:17)

Watchmen เป็นการ์ตูนที่มีสิ่งเหนือความคาดหมายหลายประการ โดยเฉพาะความซับซ้อน ลึกซึ้ง และเนื้อเรื่องอันมืดมน อ่านแล้วจะไม่แปลกใจที่เรื่องนี้เป็นที่กล่าวขวัญถึง ได้รับรางวัลฮิวโก้อันทรงเกียรติ นิตยสารไทม์จัดให้เป็นนวนิยายดีที่สุด 100 เรื่อง และได้ชื่อว่าเป็นการ์ตูนที่เปลี่ยนโลกของการ์ตูนไปจากเดิมอย่างราบคาบ

Watchmen เล่าเรื่องของผู้คนที่แต่งตัวเป็นยอดมนุษย์ออกปราบปรามเหล่าร้าย เขารวมตัวกันในช่วงปี ค.ศ. 1938 ก่อนจะแยกกลุ่มกันไป “ศิลปะอย่างหนึ่งในการเป็นฮีโร่คือรู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องเป็นฮีโร่อีกต่อไป” บ้างยุติบทบาท บ้างดำเนินชีวิตดังเดิม---ดูจะไม่มีใครตายดี เวลาผ่านไปเกิดยอดมนุษย์รุ่นใหม่ การประท้วงของตำรวจและประชาชนในเวลาต่อมาทำให้เกิด พ.ร.บ. ปี ค.ศ. 1977 กำหนดให้ยอดมนุษย์เป็นการกระทำผิดกฎหมาย เมื่อเปิดเรื่องในปี ค.ศ. 1985 ยอดมนุษย์ในอดีตเหล่านี้ถูกฆ่าหรือถูกกำจัดไปทีละคน จนน่าสงสัยว่าเกิดจากความจงใจของใครหรือไม่ ถึงเวลาที่ฮีโร่เหล่านี้จะติดต่อกันอีกครั้งหนึ่ง

ฉากของเรื่องคือนิวยอร์กอันเป็นเมืองนรกสวะโสมมเต็มไปด้วยความถ่อยสถุลชั่วช้า บรรยากาศของสังคมในเรื่องถูกคุกคามด้วยสงครามนิวเคลียร์ โลกกำลังจะลุกเป็นไฟได้ทุกเมื่อ มีคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับอเมริกา ตัวละครหนึ่งตอบว่าความฝันของคนอเมริกันกลายเป็นจริงแล้วอย่างไรเล่า

“มนุษย์ที่เกิดจากหญิงมีชีวิตอยู่เพียงชั่วเวลาสั้นๆ และเปี่ยมความทุกข์ทรมาน เขาปรากฏและถูกตัดทิ้งดังดอกไม้ เขาดำรงชั่วครู่ชั่วคราวดุจเงา ไม่เคยอยู่ได้นาน ในท่ามกลางชีวิต เราอยู่ในความตาย”

เนื้อเรื่องนี้มีอารมณ์ขันจำนวนมากก็จริง แต่เป็นอารมณ์ขันมืดสนิทที่ตลกเจ็บปวดเข้าไส้ อาจกล่าวได้ว่านี่เป็นเรื่องแสนเศร้าเพราะสะท้อนชีวิตจริงได้จริงแท้จนน่าทอดถอนใจ เรื่องตอนหนึ่งกล่าวถึงหนังสือการ์ตูนว่าเป็นเรื่องที่แบ่งแยกความดีความเลวชัดเจน แต่การ์ตูนเรื่องนี้กลับตรงข้ามเพราะทุกสิ่งยอกย้อนกำกวมจนไม่อาจบอกได้ง่ายว่าอะไรคือถูก-ผิด ดี-ทราม คุณธรรมในเรื่องนี้เป็นสีเทาที่คละความเข้มข้นอ่อนแก่ ทุกคนต่างมีอคติดีเลวในตัว ต่างทุกข์ทนดิ้นรนดำรงชีวิต ต่างรู้สึกถึงความว่างเปล่า ไร้ค่า น่าหัวเราะเยาะ ต่างเคยตั้งคำถามถึงศรัทธาและคุณค่า ต่างเคยสงสัยในตัวเองและในโลกนี้ เหล่านี้ไม่ใช่ชีวิตจริงหรอกหรือ

สถานการณ์ในเรื่องยังเป็นสถานการณ์จริงในปัจจุบันจนน่าใจหาย ความขัดแย้ง ขั้วอำนาจ หายนะ และสงครามต่างๆ ดังจะบอกเล่าเรื่องของโลกวันนี้ บอกเรื่องมนุษย์ที่พร้อมจะทำสงครามโดยพร่ำแต่นามของสันติภาพ บอกการบ้าคลั่งสะสมอาวุธร้ายแรงของคนศตวรรษนี้ ตั้งคำถามว่าหากเราคิดค้นและครอบครองที่สุดของอาวุธสงครามได้แล้ว เราจะยุติสงครามได้จริงหรือ

ท่ามกลางท้องเรื่องอันมืดมนราวสิ้นหวัง ยังมีคนที่เชื่อในคุณค่ามนุษย์ บทหนึ่งในเรื่องถกประเด็นนี้ได้น่าสนใจมาก หากไร้มนุษย์แล้วจะเป็นไรไปเล่า ความเจ็บปวดขัดแย้งจะได้ยุติ ความทุกข์ทรมานอันไร้จุดหมายจักจบสิ้น ดาวเคราะห์นี้จะปราศจากมลภาวะและดำเนินต่อไปงดงามอย่างที่เคยเป็นมายามไร้มนุษย์ แต่แล้วยังมีผู้ที่เห็นความอัศจรรย์ของชีวิต ว่ามนุษย์นั้นที่แท้คือความงดงามเหลือเชื่อ กำเนิดจากความไม่น่าเป็นไปได้ จากโอกาสอันไม่น่าเกิด แต่สิ่งนี้สามัญจนทำให้เราลืมคิดไปว่าตัวเรานั้นน่าทึ่งเพียงใด “ชีวิตเธอนั้น เกิดขึ้นยากกว่าควาร์ก คาดเดาไม่ได้เหนือยิ่งกว่าความฝันของไฮเซนเบิร์ก” ที่ร้ายไปกว่านั้น ผู้ที่ยังหวังเหล่านี้อาจไม่ใช่ผู้ที่เชื่อในความดีงามของมนุษย์เลยด้วยซ้ำ เขาเพียงเห็นว่าความดีนั้นย่อมต่างไปจากความเลว และตราบใดยังมีชีวิต เขามีความหวัง

เนื้อเรื่องที่ดีมากนี้สมบูรณ์พร้อมยิ่งขึ้นด้วยภาพสวย เต็มไปด้วยรายละเอียด เป็นภาพที่เล่าเรื่องได้ดีน่าทึ่ง ดูเผินๆ แล้วภาพเหล่านี้อาจไม่ต่างจากการ์ตูนยอดมนุษย์ที่เราเคยพบเห็นทั่วไป แต่การออกแบบจัดวางและการเล่าเรื่องนั้นทำได้ดีจริงๆ ฉากบางฉากเล่าโดยลำดับและมุมกล้องที่ไม่ต่างจากภาพยนตร์ชั้นดี และใช้ภาพเล่าเรื่องชนิดที่สื่ออื่นไม่อาจทำได้เทียบเท่า การ์ตูนเรื่องนี้คือวรรณกรรมยอดเยี่ยมเรื่องหนึ่ง ในเรื่องยังมีการ์ตูนสั้นโจรสลัดที่เล่าแทรกไปพร้อมกันถึงความแตกสลายของจิตวิญญาณมนุษย์ การ์ตูนสั้นเรื่องนี้ยิ่งมืดสนิทและทำให้แน่ใจว่า Watchmen ไม่ใช่การ์ตูนสำหรับเด็กอ่าน ผู้ชื่นชมการ์ตูนเรื่องนี้คงอยากติดตามผลงานเรื่องอื่นๆ ของ อลัน มัวร์ ผู้แต่งซึ่งมีผลงานที่เราอาจรู้จักในฉบับภาพยนตร์แล้วจาก V for Vendetta

Watchmen เป็นหนังสือคลาสสิกที่เล่าถึงการอยู่รอดของมนุษย์และอนาคตของสันติภาพได้หลอกหลอนใจไปอีกนาน ตอนจบของเรื่องจะทำให้ผู้อ่านตั้งคำถามถึงความดีความชั่วต่อตัวเอง แม้จะมีเนื้อหามืดมนแต่ความมืดในเรื่องมีสีสรรพ์ของความหวังอยู่บ้าง

หวังว่านี่คือความมืดมนยามใกล้อรุณรุ่ง ที่จะสว่างแล้วอีกไม่นานเกินรอ

* บทความนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ Image Must Read นิตยสาร Image ฉบับเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๒
 


เกี่ยวกับผู้เขียน Alan Moore นักเขียนกราฟิกโนเวลชื่อดัง มีผลงานเช่น From Hell, Miracleman, SWARM THING ซึ่งได้รับรางวัลจำนวนมาก ปัจจุบันพำนักที่อังกฤษ

Watchmen : เรื่อง Alan Moore ภาพ Dave Gibbons ลงสี John Higgins
DC Comics ISBN 978-0-930289-23-2 พิมพ์ครั้งแรก ค.ศ. 1986, 416 หน้า $19.99 (ราคา 738 บาท)

Copyright © 2009 faylicity.com

เมืองนี้กลัวผม ผมเห็นโฉมหน้าแท้จริงของมัน
    -- Olive Kitteridge
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๓