* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ
 
book THEN WE CAME TO THE END : Joshua Ferris
read by O

Book Cover

แม้โลกวรรณกรรมปัจจุบันจะมีนักเขียนหน้าใหม่เกิดขึ้นทุกวัน หากมีจำนวนน้อยนิดที่มีโอกาสแจ้งเกิดตั้งแต่หนังสือเล่มแรก ทศวรรษที่แล้วอเมริกามีนักเขียนอย่างเจฟฟรี่ย์ ยูจีนนิส และดอนน่า ทาร์ท สิบปีถัดมาโจนาธาน ซาฟราน ฟอร์ เป็นนักเขียนที่จัดว่ามีสไตล์ที่สุดในแวดวงวรรณกรรมอเมริกัน และหาก Then We Came to the End หนังสือเล่มแรกของโจชัว เฟอร์ริส ทำให้เขาเป็นที่รู้จัก ก็คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร

Then We Came to the End เป็นนิยายตลกเล่าชีวิตการทำงานของ "เรา" ซึ่งเป็นมนุษย์ทาสในระบบทุนนิยมยุคดอทคอมล่มสลายและฟองสบู่แตก เราใช้ชีวิตในพาร์ติชั่นด้วยความฝันและความหวังในทิศเดียวกัน โต๊ะทำงานของเราเต็มไปด้วยอดีต ความทรงจำและขยะที่มีความหมายกับเราเพียงผู้เดียว เราชอบอู้งาน จับผิด นินทา เปรียบเทียบและสอดรู้สอดเห็น เราไม่ย่อมเสียเปรียบใคร โอทีต้องได้ วันหยุดต้องลา และโบนัสต้องมี

นี่อาจเป็นปรัชญาการทำงานน่าชังและชวนหงุดหงิด แต่บางทีอาจเป็นการลงโทษระบบทุนนิยม เพราะท้ายที่สุดแล้ว "เรา" ไม่มีอำนาจต่อรองอะไรเลยในฐานะพนักงาน ตัวละคร "เรา" ของผู้เขียนทำงานในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งในชิคาโก้ ในช่วงเวลาที่บริษัทปลดพนักงานออกทุกเดือน ทุกคนต่างเฝ้ามองและเล็งว่าใครจะเป็นเหยื่อรายต่อไป เฟอร์ริสเขียนนิยายเชิงตลกขบขัน ศิลปะการฆ่าเวลาและการทำงานที่เหมือนยุ่งอยู่ตลอดเวลา จึงชวนนึกถึงชีวิตจริงไม่น้อย

ตัวละครในหนังสือไม่ชวนจำในช่วงแรก เฟอร์ริสเล่าถึงทุกคนพร้อมกัน คาเรนเป็นคนที่มักรู้เรื่องใดก่อนใครเสมอแม้จะรู้แบบผิดๆ แฮงค์แอบเขียนนิยายโกรธชังของเขาในเวลาทำงาน ทอมโดนเมียทิ้ง จิมเป็นคนสุดท้ายที่จะรู้เรื่องราวใดๆ โจ มือขวาเจ้านาย ขี่จักรยานและล็อคมันไว้หน้าห้องทำงานทุกวัน แอมเบอร์เป็นชู้กับลาร์รี่ คาร์ลเป็นพารานอยด์ เบนนี, มาร์เซีย, เยา และคนอื่นๆอีกมากมาย รวมถึงลินน์ เจ้านายที่ไม่มีใครกล้าเล่นด้วยและโดนข่าวลือว่าเป็นมะเร็งเต้านม

เฟอร์ริสผูกปมนรกในที่ทำงานได้เพลิดเพลินมาก อ่านไปหัวเราะไปกับรายละเอียดจนนักอ่านจะหลุดเข้าไปอยู่ในโลกของพวกเขา และจดจำตัวละครได้ ความสัมพันธ์ในที่ทำงานมีทั้งเศร้าโศก เล่นตลก อบอุ่นและขึงขัง คนอ่านชอบอยู่มุขหนึ่งหลังจากพนักงานโดนไล่ออก พนักงานที่เหลือจะโยกย้ายสิ่งของเลือกเฟ้นมาเป็นของตน และสิ่งที่โดนโยกมาที่สุดคือเก้าอี้ วันหนึ่งมีพนักงานดูแลทรัพย์สินมาไล่เรียงว่าของใครเป็นของใคร จึงทำให้พวกเขารู้ความลับว่าสิ่งของในที่ทำงานทุกชิ้นมีเลขประจำตัว ความกังวลว่าจะถูกจับได้จึงทำให้แต่ละคนมีแผนเอาของไปคืน

ลินน์ให้พนักงานคิดคอนเซปท์โฆษณาให้กำลังใจคนเป็นมะเร็ง โดยบอกว่าทำอย่างไรก็ได้ให้คนป่วยหัวเราะ ขณะที่ตัวเองต้องเผชิญหน้ากับความกลัวในการเข้าโรงพยาบาล ทอมโดนไล่ออกเขาเขียนอีเมลมาขู่ว่าจะมาล้างแค้นในที่ทำงาน คาร์ลแอบกินยาแก้เครียดของจานีนเกินขนาด จานีนนั่งทำใจในห้องลูกบอลพลาสติกที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกวันเพราะลูกสาวถูกฆ่า ต่างคนต่างเรื่องราว ไม่ว่าจะประสบการณ์ดีหรือร้าย มนุษย์ได้รู้จักธรรมชาติของตัวเอง

สิ่งน่าชมในนิยายเล่มนี้คือการอ่านที่ลืมไปเลยว่าอ่านนิยายที่มีนักเขียนเป็นคนกำหนด ภาษาของเฟอร์ริสเรียบเรียงดี เขาผูกเรื่องสนุกและสะท้อนโลกการทำงานลุ่มลึกแม้จะมีความตลกเป็นเบื้องหน้า สรรพนาม "เรา" ที่ตอนแรกดูขัดเขินแปรเปลี่ยนเป็นกลมกลืนกับ "เรา" ในจักรวาล หนังสือเล่มนี้ชวนนึกถึงชีวิตในแวดล้อมที่ทำงานที่เราทุกคนเคยประสบไม่มากก็น้อย

เกี่ยวกับผู้เขียน Joshua Ferris โจชัว เฟอร์ริส เกิดในมลรัฐอิลลินอยส์เมื่อปี 1974 จบปริญญาอักษรศาสตร์และปรัชญาที่มหาวิทยาลัยไอโอวา ปัจจุบันอยู่ในบรูกลิน นิวยอร์ก Then We Came to the End เป็นนิยายเล่มแรกของเขา

Then We Came to the End : Joshua Ferris
ISBN: 978-0670916559 Viking, 400 pages, £14.99

WE WERE FRACTIOUS AND overpaid. Our mornings lacked promise. At least those of us who smoked had something to look forward to at ten-fifteen. Most of us liked most everyone, a few of us hated specific individuals, one or two people loved everyone and everything. Those who loved everyone were unanimously reviled. We loved free bagels in the morning. They happened all too infrequently. Our benefits were astonishing in comprehensiveness and quality of care. Sometimes we questioned whether they were worth it. We thought moving to India might be better, or going back to nursing school. Doing something with the handicapped or working with our hands. No one ever acted on these impulses, despite their daily, sometimes hourly contractions. Instead we met in conference rooms to discuss the issues of the day.

Joshua Ferris . . . Then We Came to the End

Copyright © 2007 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๐