* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก
 
book WORLD WITHOUT END : Ken Follett
read by O

Book Cover

เคน ฟอลเล็ตต์ เป็นนักเขียนนิยายแนวแอ็คชั่นระทึกขวัญที่โด่งดังมาจาก Eye of the Needle (สายลับหฤโหด) (1978) เรื่องสายลับเฉือนคมสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากนั้นมาชื่อของฟอลเล็ตต์ก็ติดสารบบของนักเขียนหนังสือพลิกหน้าเร็ว (อันขายดีและทำเงินทุกเล่ม ไม่ว่าจะเขียนอะไรและถดถอยขนาดไหน) แต่เล่มหนึ่งที่สร้างความแปลกใจให้ผู้เขียนมากกว่าเล่มไหนๆ คือ The Pillars of the Earth (เสาค้ำโลก) (1989) ที่เขาฉีกแนวไปเขียนนิยายประวัติศาสตร์ในยุคกลาง หนังสือเล่มนั้นขายดีที่สุดในบรรดาหนังสือของฟอลเล็ตต์และเป็นเล่มที่นักอ่านชื่นชมมากขนาดชวนเขากลับมาเขียนประวัติศาตร์อยู่บ่อยๆ ถึงทุกวันนี้ผ่านไป 18 ปี มีรายงานว่าปัจจุบันนี้ The Pillars of the Earth ยังคงขายได้ถึงหนึ่งแสนเล่มต่อปีเฉพาะในอเมริกา

เคน ฟอลเล็ตต์เป็นนักเล่าเรื่องชั้นเลิศ ใน The Pillars of the Earth เขาเล่าถึงการก่อสร้างโบสถ์ที่คิงส์บริดจ์ในศตวรรษที่ 12 การดิ้นรนต่อสู้ทางอำนาจในสังคมยุคกลางระหว่างชนชั้น ระหว่างศาสนา พระราชาและชาวบ้านตาดำๆ ที่ทำอย่างไรก็ได้ให้ได้มาซึ่งอำนาจและรักษาผลประโยชน์ของตัวเองไว้ ไม่ว่าความจริงจะถูกบิดเบือนไปอย่างไร ใครจะตกเป็นเหยื่อ ฟอลเล็ตต์จำลองภาพยุคกลางอย่างเข้าถึง เขาสร้างความกระหายใคร่รู้และอารมณ์ร่วมแก่นักอ่านบทต่อบท ทั้งเป็นนักทรมานตัวละครจนบางคนเกลียดวิธีของเขา เพราะประมาณว่าถ้าตัวละครไหนโชคร้ายแล้วก็ต้องให้ตายตกไปถึงที่สุด เพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายที่ต้องการให้เห็นความอดทนอดสู ฟอลเล็ตต์ถนัดกับจังหวะหักมุม ปั่นป่วนอารมณ์ในการอ่านเสมอ จำได้ว่าอ่านหนังสือเล่มนั้นจบทั้งเหนื่อยทั้งสนุก จนลืมไปเลยว่าเจ็บเนื่องจากครั้งนั้นนอนกลิ้งอ่านอยู่ในโรงพยาบาล

ปีที่แล้วคนอ่านจึงหา The Pillars of the Earth กว่าเก้าร้อยหน้ามาอ่านใหม่เพราะทราบมาว่าหนังสือเล่มใหม่ของเขาจะเป็นตอนต่อจากเล่มนี้ แม้จะเลยวัยเด็กมาแล้วแต่ความรู้สึกว่าอ่านดียังคงเหมือนเดิม จนเกรงว่าหนังสือภาคต่อคงไม่สามารถสนุกอ่านได้ดั่งเล่มแรก World Without End มาด้วยความหนา 1,111 หน้า หนัก 1,329 กิโลกรัม ถ้าข้อมือไม่หักเสียก่อนใจก็ยังเชื่อว่าคงใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะอ่านจบ

World Without End เริ่มต้นในปี 1327 ถัดมาสองร้อยปีจากภาคแรก ยุคเริ่มต้นของกาฬโรคระบาดในยุโรป (Black Death) ตัวละครหลักเป็นลูกหลานของทอมและแจ็ค นักสร้างโบสถ์จากภาคแรก โดยกล่าวถึงเด็กสี่คนที่อาศัยอยู่ในเมืองคิงส์บริดจ์ และมีเหตุที่ชะตากรรมต้องกันโดยบังเอิญตั้งแต่เด็กจนโต แคริส เด็กสาวที่อยากเป็นหมอ พ่อมีฐานะร่ำรวยเป็นพ่อค้าขนแกะ เกวนด้า ลูกสาวของชาวบ้านยากจนที่พ่อสอนให้เป็นโจรเวลาไม่มีจะกิน เมอร์ติน อัจฉริยะนักก่อสร้างแห่งอนาคต และราล์ฟ น้องชายเกเรนิสัยโหดร้ายผู้อยากเป็นอัศวิน โดยธีมหลักของเรื่องยังคงป็นการต่อสู้ดิ้นรนเพื่ออำนาจของชนชั้น และค่านิยมใหม่ที่พยายามก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงจากระบบเก่าคร่ำครึ ทั้งในศาสนา วิทยาศาสตร์ การเมืองและสถาปัตยกรรม แม้เรื่องนี้ยังห่างไกลจากโลกในยุคแห่งการรู้แจ้งก็ตาม (Enlightment)

พล็อตที่ละเอียดและสลับซับซ้อนผูกขึ้นอย่างต่อเนื่องราวกับการถล่มด้วยอาวุธจากมือของศัตรู เป็นการยากที่จะเล่าเรื่องย่อเพราะเนื้อเรื่องเป็นการต่อสู้ แก้แค้น กลั่นแกล้งวางแผนเล่ห์เพทุบาย เรียกว่ามีรักโลภโกรธหลงเป็นนิยายประโลมโลกครบรส บทบาทของผู้หญิงในยุคนี้โดนกดขี่ทุกรูปแบบ เดาได้ว่าหากเป็นนักอ่านหญิงอ่านไปก็คงแค้นไป ทำไมโลกมันช่างโหดร้ายเช่นนั้น แต่แสดงภาพจำลองจากยุคกลางได้ดี แคริสโดนกล่าวหาว่าเป็นแม่มดเพราะความคิดเสรีในทางการแพทย์ของเธอ ที่เธอไม่มีโอกาสได้เป็นหมอเพราะอยู่ในโลกที่ผู้หญิงไม่มีสิทธิ์ เกวนด้าเป็นตัวละครที่คนอ่านเอาใจช่วยเป็นที่สุด เพราะเธอเป็นคนจนที่ทำงานหนักและอยู่เพื่อความรัก แต่โชคชะตาไม่เคยเข้าข้างเลย เพราะแม้แต่พ่อยังเอาเธอไปขายต่างวัวต่างควายเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว จนเธอต้องหนีแล้วหนีเล่า ส่วนตัวละครอื่นๆ เป็นตัวแทนของความชั่วร้ายเลวดีแตกต่างกันไป แต่ที่เป็นสีสันที่สุดคือก็อดวิน เจ้าอาวาสแห่งคิงส์บริดจ์ จอมวางแผนและราลฟ์ที่เกิดมาเพื่อทำชั่วสถานเดียว

หากบอกว่า World Without End ไม่ต่างจาก The Pillars of the Earth นอกจากกาลเวลาและตัวละคร เห็นจะเป็นการดูถูกนักเขียนเพราะที่จริงแล้วการเขียนเรื่องให้สนุกเท่าเดิม หรือกว่าเดิมในครรลองที่เคยประสบความสำเร็จเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ เพราะเล่มแรกก็ประสบความสำเร็จมหาศาลจนเป็นหนึ่งในนิยายประวัติศาสตร์ที่ควรอ่านในบรรณพิภพ World Without End ออกจำหน่ายได้ไม่ถึงเดือน ขึ้นอันดับหนึ่งหนังสือขายดีทุกสำนักในหลายประเทศทั้งยุโรปและอเมริกา เฟลิซิตี้การันตีว่าอ่านสนุกและอ่านได้โดยไม่จำเป็นต้องอ่านภาคแรกก่อน

ข้อพึงระวังต่อสุขภาพมีอย่างเดียว คือน้ำหนักที่เป็นอันตรายต่อท่าอ่านและสุขภาพตาที่อาจใช้จนเมื่อยล้าเกินควร

เกี่ยวกับผู้เขียน Ken Follett เคน ฟอลเลตต์ เกิดปี 1949 ในคาร์ดิลฟ์ เวลส์ มีผลงานมากมาย เช่น The Key to Rebecca (1980), On Wings of Eagles (1983), Night Over Water (1991), A Place Called Freedom (1995), Code to Zero (2000), Whiteout (2004) เป็นต้น ปัจจุบันอยู่ที่กรุงลอนดอนกับครอบครัว

World Without End : Ken Follett
ISBN: 978-0333908426 Macmillan, 1,111 pages, £20.00

ไม่มีวันสิ้นโลก พิภพจะสถิตตราบชั่วนิรันดร์ เคน ฟอลเลตต์ แปลโดย ดร.กุลธิดา บุณยะกุล-ดันนากิ้น นกฮูก ๒๕๕๔

Gwenda’s family was not prosperous. Her father had no land at all, and hired himself out as a labourer to anyone who would pay him. There was always work in the summer but, after the harvest was gatheredin and the weather began to turn cold, the family often went hungry.

That was why Gwenda had to steal.

Ken Follett . . . World Without End

Copyright © 2008 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๒ มกราคม ๒๕๕๑