| FRIED GREEN TOMATOES AT THE WHISTLE STOP CAFE : Fannie Flagg |
![]() หนังสือเล่มนี้เล่าความรักระหว่างเพื่อนและชีวิตของผู้คนในเมืองเล็กๆ รัฐแอละแบมา ในช่วงปี 1930 ได้น่าประทับใจ เป็นเรื่องน่ารักอบอุ่นที่สัมผัสใจคุณ ทำให้ยิ้มได้ทั้งน้ำตา เอเวอร์ลีน เคาช์ในวัยสี่สิบแปดปี รู้สึกเหมือนเธอหลงทางและไร้ค่า เธอมีน้ำหนักตัวมากเกินไป แต่ก็อดใจไม่กินขนมหวานไม่ได้เลย เธอประพฤติตัวดีในแบบอย่างกุลสตรีมาตลอดชีวิต แต่สงสัยว่ารางวัลของความพยายามนี้คืออะไรกัน เมื่อเธอมีชีวิตครอบครัวที่ไม่แน่ใจว่าเป็นความสุขหรือไม่ ลูกชายกลายเป็นคนแปลกหน้า ลูกสาวเหมือนอยู่คนละโลกและรู้เรื่องเซ็กส์ตอนอายุ 15 มากกว่าที่เธอเคยรู้จนตลอดชีวิตเสียอีก เธออยากเปลี่ยนแปลงแต่ไม่เห็นความหวัง บางทีเอเวอร์ลีนก็คิดฆ่าตัวตาย แต่แล้วเธอได้รู้จักมิสซิสนินนี เทรดกูด หญิงชราที่เล่าเรื่องผู้คนในอดีตสมัยสมัยเธอยังสาวๆ ให้ฟัง เอเวอร์ลีนได้รู้จักอิจจีและรูท เจ้าของร้านวิสเซิลสต็อปคาเฟ่ รวมทั้งชีวิตผู้คนที่เกี่ยวข้อง เรื่องราวเหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจให้เอเวอร์ลีนอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง อย่างที่เธอเองก็ไม่คาดคิดมาก่อนเลย เรารู้เรื่องของผู้คนในวิสเซิลสต็อปไปพร้อมกับเอเวอร์ลีนด้วย ได้รู้จักรูท หญิงสาวแสนหวาน อิจจี ตัวละครที่มีเสน่ห์ขนาดฮาร์เปอร์ ลี ผู้แต่ง To Kill a Mockingbird บอกว่าแม้แต่ฮักเคิลเบอรี่ ฟินน์ก็จะต้องนึกอยากแต่งงานด้วย แฟนนี แฟล็ก ผู้เขียนเล่าเรื่องความรักระหว่างอิจจีกับรูทได้ละเอียดอ่อนจนฟังแล้วไม่ขัดเขินแต่อย่างใด ไม่ใช่เราจะผูกพันแต่กับตัวละครเด่นๆ แค่สองสามคน แต่สังคมวิสเซิลสต็อปงดงามเปี่ยมน้ำใจจนตัวละครน่าสนใจไปหมด เรื่องราวดำเนินสลับไประหว่างปัจจุบันและเหตุการณ์ในอดีต รวมทั้งจดหมายข่าวที่ช่วยเล่าเรื่องอย่างน่ารัก อารมณ์ขันในเรื่องสดใสอ่อนโยน แทรกหัวใจสวยๆ ของผู้คนให้ประทับใจได้ตลอดเรื่อง ข้อด้อยอยู่บ้างในหนังสือคือการบรรยายแบบให้คนเดียวเล่าไปเรื่อยๆ ในบางช่วง ที่ซ้ำซ้อนกับเหตุการณ์ที่ผู้แต่งจะเล่าโดยละเอียดอีกครั้ง ทำให้เยิ่นเย้อไปบ้าง หนังสือเล่มนี้มีฉบับหนัง Fried Green Tomatoes จากฝีมือเขียนบทของผู้แต่งเอง เป็นหนังที่ถ่ายทอดได้ดีมากทีเดียว แต่ถึงอย่างไร หนังสือก็ยังดีกว่ามาก เนื้อเรื่องและบทจบในหนังถูกดัดแปลงไปบ้าง แต่บทจบในหนังสือน่าประทับใจมากกว่า แถมในหนังสือยังมีสูตรอาหารของวิสเซิลสต็อปคาเฟ่ให้ด้วย หนังสือเล่มนี้พาเราย้อนกลับไปสู่โลกในอดีตที่แสนดี กับผู้คนในจินตนาการที่มีชีวิตชีวา ราวกับเป็นชีวิตผู้คนที่เรารู้จักจริงๆ ที่เมื่อนึกถึงคราวใด ก็ยังสร้างรอยยิ้มประทับใจได้เสมอ
เกี่ยวกับผู้เขียน Fannie Flagg แฟนนี แฟล็ก เกิดที่เบอร์มิงแฮม แอละแบมา มีแววนักเขียนและนักแสดงตั้งแต่อยู่ประถมห้า ได้เขียนกับแสดงในละครชวนหัวสามองก์ ชื่อ The Whoope Girls ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญเพราะมีคำว่า มาร์ตินี อยู่ด้วย เธออธิบายว่า 'I've always had a dry wit' เมื่อแฟล็กอายุสิบเก้าปี เธอเริ่มต้นเขียนและผลิตรายการโทรทัศน์ และเป็นนักเขียนบทหนังและละคร นวนิยายเล่มแรกของเธอคือ Daisy Fay and the Miracle Man ติดอันดับขายดีในนิวยอร์กไทมส์ 10 อาทิตย์ ส่วน Fried Green Tomatoes ซึ่งเป็นนิยายเล่มที่สองติดอันดับขายดี 36 อาทิตย์ และกลายเป็นภาพยนตร์ในเวลาต่อมา เธอเขียนบทภาพยนตร์เองและได้รางวัลออสการ์ด้วย เธอยังเป็นนักแสดงทีวี หนัง รวมทั้งนักแสดงละครบรอดเวย์ที่ได้รางวัลโทนีจากบทมิสโมนา ใน The Best Little Whorehouse in Texas หนังสือเล่มล่าสุดของเธอคือ Welcome to the World, Baby Girl! ปัจจุบันเธอพำนักที่แคลิฟอร์เนีย แฟล็กเล่าว่าตอนเล็กๆ เธอเป็น dyslexic หรือความผิดปกติทำให้อ่านและสะกดคำยากลำบาก เธอเคยอับอายมากเวลาจะต้องเขียนอะไรเพราะเธอสะกดไม่ได้ แต่เธอพยายามเอาชนะปัญหานี้เพราะความมุ่งมั่นอยากเป็นนักเขียน วันนี้เธอได้ทำให้ฝันนั้นเป็นจริงแล้ว Fried Green Tomatoes At the Whistle Stop Cafe : Fannie Flagg
Oh, honey, it does no good to hate. It'll do nothing but turn your heart into a bitter root. People cain't help being what they are any more than a skunk can help being a skunk. Don't you think if they had their choice they would rather be something else? Sure they would. People are just weak. When you hear the phone not ringing, it'll be me that's not calling "Oh, Idgie, that's a terrible thing to say."
Copyright © 2000 faylicity.com |
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๔๓ |