* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปอ่าน
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | Girlfriend in a Coma
 
book GIRLFRIEND IN A COMA : Douglas Coupland

แปลโดย SleepyO

ALL IDEAS ARE TRUE

ผมชื่อจาร์ ผมเป็นผี

ในวันศุกร์ เดือนตุลาคม ปี1978 ผมกำลังเล่นฟุตบอลกับเพื่อนร่วมชั้นโรงเรียนไฮสคูล ทีมเดอะเซนทิเนล สปาร์ตัน มันเป็นเกมส์ที่เราเป็นทีมเยือน ไปแข่งกับโรงเรียนแฮนด์เวิรท์ ซึ่งเป็นโรงเรียนอีกแห่งหนึ่งในนอร์ทแวนคูเวอร์ ตอนช่วงต้นเกมส์ เพื่อนโยนลูกบอลส่งให้ผม ในชั่วแว่บที่มือจะสัมผัสกับลูกบอลนั้น ผมสังเกตเห็นท้องฟ้าที่ขาวและสะอาดอยู่เบื้องบน มันใสสว่างเหมือนกับกระจกที่ถูกเช็ดใหม่ๆ ตอนนั้นเองที่ผมหมดสติ พลาดการรับลูกบอลและหลังจากนั้นจำอะไรไม่ได้เลย ผมมารู้ทีหลังว่าโค้ช ครูฝึกของทีมขอยกเลิกการแข่งขัน ซึ่งผมว่ามันเป็นการโง่สิ้นดี เพราะใครๆก็รู้ว่าทีมของเรากำลังฟื้นตัวกลับมาเก่งเหมือนเก่า เหมือนเมื่อสองปีที่แล้ว

และหลังจากนั้นสองสามชั่วโมง ผมตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลไลอ้อนเกต ได้รับการตรวจค้นพบว่าตัวเองเป็นโรคลูคีเมีย--มะเร็งในไขกระดูกและเลือด หลังจากนั้นสามเดือนผมก็ตาย ในวันที่ 14 มกราคม ปี 1979 อาการของโรคนี้กำเริบอย่างรวดเร็วเหมือนแสง ก่อนผมจะตาย เส้นผมที่ศีรษะร่วงทั้งหมด ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีของรถสีขาวที่ไม่ได้ล้าง ถ้าผมย้อนเวลากลับไปได้ใหม่ ผมจะบอกให้เขาซ่อนกระจกตั้งแต่อาทิตย์ที่หกเป็นต้นไป

ชีวิตของผมมีความสุขมาก ทั้งดีและสั้น โลกอ่อนโยนและกรุณาต่อผมเหลือเกิน และการเป็นโรคมะเร็งถือเป็นประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ในชีวิต นอกเหนือไปจากการได้นอนกับเชอร์รีล แอนเดอสัน ในอาทิตย์ก่อนหน้านั้นตอนที่ครอบครัวของเธอซ่อมบ้านที่อยู่ปัจจุบัน แล้วย้ายทั้งหมดไปอยู่ที่โรงแรมเมเปิลถึงห้าวันเต็ม จากเหตุการณ์นั้นเอง รวมไปถึงประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ ผมเชื่อว่า ชีวิตของผมไม่ไร้ค่าเสียทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม คนเราไม่จำเป็นต้องมีชีวิตที่โชกโชน มีประสบการณ์ที่ระเบิด โด่งดัง อันตราย หรือรวมเชอร์รีล แอนเดอร์สันเข้าไปในชีวิตด้วยเสมอไป ชีวิตที่เงียบเรียบง่ายเต็มไปด้วยความเหงา ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตได้ และผมอยากบอกให้ฟังอย่างนี้ โรงพยาบาลเป็นแม่เหล็กดึงดูดสาวสาว ห้องที่ผมพักผ่อน เต็มไปด้วยกระเช้าดอกไม้ กระเช้าคุ้กกี้และขนม รวมไปถึงผ้าถักทอจากสาวๆที่ชอบใช้เวลาว่างในการถักสิ่งต่างๆ นี้เป็นธรรมชาติบ้าบอของจักรวาลที่ผมซึ่งอ่อนแออยู่แล้ว เกินกว่าจะเข้าใจเรื่องของสาวๆชาวเบ็ตตี้กับเวโรนิก้าทั้งหลายได้ ทั้งหมดนี้ยกเว้นเชอร์รีล แอนเดอร์สันคนเดียว คนที่ช่วยผมปลดปล่อยบางอย่าง ด้วยวิธีการแบบใช้มือ วันนั้นเป็นวันที่ผมสูญเสียคิ้ว ตามด้วยหยาดน้ำตาและภาพถ่ายที่ผมใส่หมวกกำมะหยี่จากกล้องโพลารอยด์

กลับมาที่นี้ ตอนนี้ดีกว่า ผมอยู่ที่วันสิ้นสุดของโลก
ใช่! โลกจบสิ้นหมดแล้ว ถึงแม้โลกจะยังอยู่ก็ตาม แต่ไม่มีอะไรเหลืออยู่อีก ผมอยู่ที่จุดสุดท้ายของโลก มีแต่ฝุ่นละอองในสายลม ที่แห่งนี้ฟังดูน่างดงาม แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ มันน่ากลัวและเงียบสงบ อากาศโดยรอบเหมือนมีกลิ่นยางล้อไหม้ลอยมาอยู่เหนือลมสักครึ่งไมล์ตลอดเวลา

ให้ผมเล่าฟังดีกว่าว่าสภาพหนึ่งปีให้หลังจากที่โลกสิ้นสุดลงเป็นอย่างไร....
โลกนี้เงียบมาก ทุกที่ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ เสียงดนตรี หรือเสียงใดใดเลย จอในโรงภาพยนต์ยับย่นเหมือนเสื้อที่ไม่ได้รีด รถยนต์ รถบรรทุก และรถแวน จอดเรียงรายไม่สิ้นสุดบนถนนพร้อมกับโครงกระดูกที่ผุเปื่อยอยู่หลังพวงมาลัย บ้านที่อยู่อาศัยต่างๆทั่วโลก ล้มพังพินาศ เช่นเดียวกับเปียนโน เก้าอี้โซฟา ไมโครเวฟ วางเกลื่อนอยู่บนพื้น แม้กระทั้งเงิน โน้ตรักก็ซ่อนตัวอยู่ตามพื้นห้อง เศษอาหารและยากับวันหมดอายุ ส่วนโลกภายนอก ฝนตกอย่างหนัก สับสนไปด้วยสายฟ้าแลบ ไฟเผาไหม้อยู่ตลอดเวลา แน่นอน อากาศตอนนี้มาถึงจุดที่ทุกอย่างกำลังอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่........
.........................

แต่ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี้ แล้วอีกนานเท่าไหร่ที่ผมต้องอยู่ที่นี้ ก่อนที่คุณจะรู้เรื่องของผม คุณต้องรู้เรื่องเกี่ยวกับเพื่อนของผมซะก่อน เพราะเขาจะมาที่นี้ด้วยเหมือนกัน สถานที่ในวันสุดท้ายของโลก ที่ที่เพื่อนผมจะอยู่ต่อไป พวกเขาจะมีอายุขึ้น ขณะที่ผมจะหนุ่มตลอดกาล

คำถามคือ ผมจะทำทุกอย่างเหมือนเดิมไหม ถ้าให้ผมย้อนเวลากลับไปใหม่?
แน่นอนที่สุด ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้อย่างหนึ่งอย่างใดเสมอ แต่ก็มีคนอีกเป็นจำนวนมาก ที่ไม่เคยเรียนรู้อะไรในชีวิตเลย หรือถ้าพวกเขาได้เรียนรู้ พวกเขาก็มักจะพยายามลืม ลืมทุกอย่าง เพียงเพื่อได้ทำอะไรอย่างที่คิดว่าตัวเองต้องการ แล้วคนบางคน เมื่อได้รับโอกาสในครั้งที่สอง ก็ยังพบกับความล้มเหลวอยู่ดี นี้เป็นกฎของจักรวาลที่ไม่เปลี่ยนแปลงหรือสั่นไหวได้ ผู้คนทั้งหลาย เท่าที่ผมสังเกตดู มักจะเรียนรู้ตอนที่ได้รับโอกาสในหนที่สามเสมอ หลังจากที่ได้เสียเงิน เวลา อายุและพลังงานอย่างมากมาย หรืออะไรก็ตามคุณนึกมาเถอะ แต่ยังไงซะ อย่างน้อยพวกเขาก็เรียนรู้ในที่สุด ในตอนสุดท้ายซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่ดี...


คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | Girlfriend in a Coma

Copyright © 2000 faylicity.com