* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปอ่าน
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | หลายรักของโดบี้
 
book หลายรักของโดบี้       : Max Shulman

 

บางส่วนจาก ความรักไม่ต้องหลักตรรกวิทยา (Love is Fallacy) แปล: เทศภักดิ์ นิยมเหตุ
โดบี้หลงรักพอลลี่ สาวสวยมีเสน่ห์ แต่ "สำหรับเรื่องความฉลาดนั้นพอลลี่ไม่มี มิหนำซ้ำยังกระเดียดไปอยู่ทางฟากโง่อีกด้วย" โดบี้พยายามทำให้พอลลี่ฉลาดขึ้นมาโดยการสอน "ตรรกวิทยา" ให้ เพราะถือหลักว่า "การทำคนสวยที่โง่ดักดานให้ฉลาดนั้นง่ายกว่าการทำคนฉลาดที่หน้าตาดูไม่ลงให้กลายเป็นคนสวยขึ้นมา"

        "ตรรกวิทยา" ผมพูดพร้อมกับกลืนน้ำลาย "ตรรกวิทยาคือศาสตร์ของการใช้ความคิด ในการที่เราจะสามารถใช้ความคิดได้อย่างถูกต้อง ก่อนอื่นเราจะต้องเรียนให้รู้จักสิ่งที่ผิดหลักตรรกวิทยาอย่างธรรมดาสามัญทั่วๆ ไปเสียก่อน และนั่นก็คือสิ่งที่เราจะพูดกันในคืนนี้แหละ"
        "แหม เยี่ยมเลย" พอลลี่ร้องแถมยังตบไม้ตบมือด้วยความยินดี
        ผมรู้สึกปวดใจ แต่พยายามมุ่งหน้าต่อไปอย่างเด็ดเดี่ยวตามแนวทางที่ได้กำหนดไว้ "แรกเริ่มทีเดียว เราจะมาพิจารณากันถึงข้อคิดเห็นซึ่งผิดหลักตรรกวิทยาที่มีชื่อว่า ดิคโต้ ซิมปลิซิตี้"
        "แหม เริ่มเลยซีคะ" เธอชักชวนพร้อมกับขยิบขนตาด้วยความสนอกสนใจ
        "ดิคโต้ ซิมปลิซิตี้ หมายถึงข้อโต้เถียงที่ตั้งอยู่บนหลักเกณฑ์ของข้อคิดเห็นที่คลุมเครือ ไม่มีอะไรเจาะจง ยกตัวอย่างอย่างเราพูดว่า...กายบริหารเป็นของดี เพราะฉะนั้นทุกๆ คนควรออกกำลังกาย"
        "แหม ฉันเห็นด้วยค่ะ" พอลลี่พูดด้วยความจริงใจ "ฉันหมายความว่ากายบริหารเป็นของวิเศษ ช่วยทำให้ร่างกายสมสัดสมส่วน และยังอะไรต่ออะไรอีกมาก"
        "พอลลี่" ผมชี้แจงอย่างอ่อนโยน "คำพูดที่ยกตัวอย่างไม่มีทางที่จะถูกหลักตรรกวิทยาได้ การพูดว่ากายบริหารเป็นของดี เป็นการแสดงความเห็นที่คลุมเครือ ดูง่ายๆ ก็ได้ว่า ถ้าหากคุณเป็นโรคหัวใจ กายบริหารจะเป็นของดีไปได้ยังไงกัน มีคนตั้งมากมายก่ายกองที่ถูกหมอสั่งห้ามไม่ให้ออกกำลังกาย เพราะฉะนั้นในการออกความเห็นนี่ เราจะต้องพูดให้มันเฉพาะเจาะจงลงไป เราจะต้องพูดว่า...โดยปกติ กายบริหารเป็นของดี หรือว่ากายบริหารเป็นของดีสำหรับคนส่วนมาก เพราะไม่อย่างนั้นแล้วก็จะเป็นการออกความเห็นที่ผิดหลักตรรกวิทยาในข้อดิคโต้ ซิมปลิซิตี้ คุณเห็นหรือยังล่ะ"
        "แหม ยังค่ะ" พอลลี่สารภาพ "แต่ต่อไปเถอะค่ะ ต่อไป ฉันว่าวิชานี้สนุกที่สุดเลย"
        "ผมว่าเราจะคุยกันรู้เรื่องกว่านี้ ถ้าคุณหยุดดึงแขนเสื้อผมเสียก่อน" ผมบอก และเมื่อเธอเลิกทำตามที่ผมขอร้องแล้ว ผมจึงพูดต่อไป "ต่อไป เราจะทำความรู้จักกับข้อความที่ผิดหลักตรรกวิทยาข้อที่เรียกว่า เฮสตี้ เจเนอราไลเซชั่น คุณตั้งใจฟังข้อความนี้ให้ดีนะ...คุณพูดภาษาฝรั่งเศสไม่ได้ ผมพูดภาษาฝรั่งเศสไม่ได้ เปตี้ เบลโลว์ก็พูดภาษาฝรั่งเศสไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็สรุปได้ว่า ไม่มีใครซักคนในมหาวิทยาลัยมินนิโซต้าที่พูดภาษาฝรั่งเศสได้"
        "ต๊ายตาย" พอลลี่อุทานด้วยความตกใจ "แหม ไม่มีสักคนเลยเหระคะ"
        ผมเกือบจะเป็นบ้าตาย แต่ยังคงกัดฟันอธิบายต่อไป "พอลลี่" ผมเรียก "ข้อความที่ผมพูดน่ะผิดหลักตรรกวิทยา เพราะว่ามันสรุปด้วยการลงความเห็นแบบรวบหัวรวบหาง เหตุผลที่สนับสนุนการสรุปนั้นมันมีอยู่น้อยเกินไป"
        "คุณรู้จักข้อผิดหลักตรรกวิทยาอันอื่นอีกไหมคะ" พอลลี่ถามเสียงระรัว "แหม วิชานี้สนุกยิ่งกว่าเต้นรำเสียอีก"
        ผมพยายามปัดเป่าความรู้สึกท้อแท้ออกไปจากตัว แม่สาวคนนี้ไม่ค่อยเอาไหนเลย แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ใช่คนที่จะยอมอะไรง่ายๆ ผมจึงพยายามต่อไปอีก "ต่อไปก็ถึงข้อที่เรียกว่าโพสท์ ฮอค" ผมบอก "ฟังดูนี่ซี-เราอย่าเอาบิลไปเที่ยวกับเราด้วยดีกว่า เอาไปทีไรฝนตกทุกที"
        "แหม เหมือนกับเพื่อนที่บ้านฉันคนหนึ่งยังไงยังงั้นเลยค่ะ" พอลลี่รีบเสนอ "ยายนั่นชื่อว่าอูล่า เบกเกอร์ ยอมให้ไปเที่ยวด้วยทีไรละก็ไม่ต้องห่วงหรอก ขนาดเห็นแดดออกจ้าอยู่แท้ๆ ..."
        "พอลลี่" ผมรีบขัดจังหวะ "การพูดอย่างนั้นผิดหลักตรรกวิทยาอย่างชัดๆ เลย อูล่า เบกเกอร์ไม่ได้เป็นคนทำให้ฝนตก เขาไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับการที่ฝนจะตกหรือไม่ คุณจะทำความผิดในข้อโพสต์ ฮอค ถ้าหากคุณไปโทษอูล่า เบกเกอร์"
        "ต่อไปฉันจะไม่ทำอีก" พอลลี่ให้สัญญาด้วยความเสียใจ "คุณอย่าโกรธฉันนะคะ"
        ผมถอนใจ "ผมไม่โกรธหรอกพอลลี่"
        "ถ้างั้นก็เล่าเรื่องการโต้แย้งกับหลักตรรกวิทยาต่อไปซีคะ"
        "ก็ได้เหมือนกัน" ผมบอก "ต่อไปเรามาลองในข้อคอนทราดิกทอรี่ พรีมิสเซส"
        "แหม ดีจัง" พอลลี่บอกเสียงใส และกระพริบตาด้วยความเป็นสุข
        ผมเหนื่อยใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็หลับหูหลับตามุ่งหน้าต่อไป "อันนี้เป็นตัวอย่างในข้อคอนทราดิคทอรี่ พรีมิสเซส หากพระผู้เป็นเจ้าทรงสามารถทำอะไรได้ทุกอย่าง ถ้างั้นพระผู้เป็นเจ้าก็ทรงสามารถทำก้อนหินให้หนักจนเกินกว่าที่พระองค์เองจะทรงยกไหว ใช่มั้ย"
        "อ๋อ แน่นอน" พอลลี่ตอบโดยฉับพลัน
        "แต่ถ้าหากพระองค์ทรงสามารถทำอะไรได้ทุกอย่าง พระองค์ก็ต้องทรงสามารถยกก้อนหินก้อนนั้นได้ด้วยซี" ผมแย้ง
        พอลลี่เกาศีรษะที่ไม่มีอะไรอยู่ข้างในของเธอ "ฉันงงไปหมดแล้ว" เธอสารภาพ
        "ก็น่าจะงงอยู่หรอก" ผมปลอบ "เพราะเมื่อข้ออ้างสองอย่างในข้อความเดียวกันเกิดมาขัดแย้งกันเสียเอง ข้อความอันนั้นก็ย่อมจะใช้เป็นข้อโต้เถียงไม่ได้ พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าหากเรามีแรงผลักดันที่ไม่สามารถมีอะไรต้านทาน เราก็ย่อมจะต้องไม่มีสิ่งที่เหนียวแน่นจนไม่มีแรงผลักดันอันใดสามารถทำให้ขยับเขยื้อนได้ คุณเข้าใจหรือยังล่ะ"
        พอลลี่ไม่ตอบ แต่กลับชักชวนให้ผมบรรยายความวิเศษของศาสตร์แห่งการใช้ความคิดต่อไป
        ผมดูนาฬิกาก่อนจะบอกพอลลี่ว่า "ผมว่าคืนนี้ เราเอาไว้แค่นี้ก่อนดีกว่า ผมจะพาคุณกลับไปส่งบ้าน และก็อยากให้คุณทบทวนสิ่งที่คุณได้เรียนมาแล้วอย่างละเอียดลออ เสร็จแล้วพรุ่งนี้เราค่อยมาคุยกันใหม่"

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | หลายรักของโดบี้