* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปอ่าน
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ย่า อิลิโก้ อิลลาเรียนและผม
 
book ย่า อิลิโก้ อิลลาเรียนและผม : Nodar Dumbadze

แปลโดย ทราย ชยา
ย่า อิลิโก้ อิลลาเรียน และผม

แม่น้ำกูบาซูลิไหลไปทางขวาของหมู่บ้าน ทางซ้ายเป็นลำลาเชห์คับคั่งด้วยปู หัววัวและพวกเด็กๆ ตีนเปล่า มีสะพานเล็กๆ ข้ามกูบาซูลิ หน้าใบไม้ผลิ น้ำหลากพัดพามันหลุดลอยไป ทิ้งไว้แต่เสาดำๆ โด่เด่เหนือผืนน้ำ

แม้กระนั้นหมู่บ้านของผมก็สวยสดและรื่นรมย์ที่สุดในกูเรีย ผมรักมันมากกว่าหมู่บ้านอื่นใดในโลก เพราะ ณ ที่นี้เป็นที่อยู่ของผองเรา-ย่า อิลิโก้ อิลลาเรียน และผม แล้วก็มูราดา - หมาของผมด้วย

ย่าเป็นคนฉลาด แกพร่ำบอกผม "เอ็งต้องเรียน ไอ้สารเลว มิฉะนั้นแล้ว เอ็งจะเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ"

ย่ามีมุมมองเป็นของตัวเอง

ครั้งหนึ่ง ผมนั่งท่องกฎไวยากรณ์จอร์เจียอยู่บนระเบียง ย่าก็เอ่ยถามผม

"ท่องอะไรล่ะ ลูก"
"กริยา ย่า"
"กิริยา? มารยาทน่ะรึ"
"กริยาน่ะไม่เกี่ยวกับมารยาทหรอก"
"แล้วเกี่ยวกับอะไรล่ะ"
"ไม่เกี่ยวกับอะไรทั้งนั้นแหละ" ผมบอก พลางปิดตำรา "ยอมเถอะน่า ย่าน่ะไม่รู้เรื่องกริยาหรอก!"
"ย่ารู้แต่ว่าเอ็งน่ะไม่มีกิริยามารยาทเอาเสียเลยก็แล้วกัน"
"ผมพนันก็ได้ ไม่มีผมคนเดียว!"
"แน่ละซี ยังมีบุรุษไปรษณีย์อีกคน มันขูดแสตมป์ออกจากซอง แล้วบอกว่าจดหมายไม่ได้ติดแสตมป์ เอ็งต้องจ่ายค่าแสตมป์และเสียค่าปรับอีกด้วย!"
"มั้ยล่ะ! แล้วยังมาว่าผมเหลวไหล!"
"แน่ละ! แล้วยังเจ้าเล่ห์ ขี้เกียจ ขี้โกง นอกคอก ไอ้ตัวร้าย!"

ทั่วกูเรีย ไม่มีผู้หญิงมั่งคั่งคำผรุสวาทเป็นกุรุสๆ กว่าย่าของผม แต่ผมแทบจะไม่ยี่หระเลย เพราะครั้งหนึ่งแกเคยบอกว่า "ปากย่าอาจจะด่าว่าเอ็ง แต่ใจย่าก็อวยพรเอ็งเหมือนกัน..."

ย่ามักขุ่นข้องคำสั่งเหี้ยมๆ ของกระทรวงศึกษาธิการที่บังคับให้เด็กๆ ไปโรงเรียนทุกวี่วัน วันละหกชั่วโมง หยุดแค่วันอาทิตย์ มิใช่ว่าผมเคยเป็นต้นเหตุให้แกพร่ำบ่น เพราะผมแทบจะไม่ได้อยู่จนเลิกเรียนเลย พอท้ายชั่วโมงสี่ผมก็ขาดสำนึกแห่งกาลเทศะเสียแล้ว ผมถามโรมูลิ คนนั่งข้างๆ ด้วยเสียงดังเกินกว่าจะใช้พูดจากันระหว่างร่ำเรียน

"เกิดอะไรขึ้นวะ โรมูลิ ระฆังแตกหรือว่ายามหลับ"

โรมูลิยิ้มแป้นเป็นคำตอบ แต่ครูชี้นิ้วมาที่ผมและพูดเสียงยานคางหวานปากน้ำผึ้ง

"ลุกขึ้น แล้วออกไปซะเดี๋ยวนี้เลย! และอย่ากลับมาจนกว่าครูจะได้พูดคุยกับผู้ปกครองของเธอ"

ผมรู้ดีเกินกว่าจะถามเขาว่าทำไม เพราะรังแต่จะทำให้เขาอารมณ์บูด ผมหยิบกระเป๋าหนังสือกับหมวกแก๊ป แล้วเดินไปทางประตู

"หวัดดี" ผมพูดกับโรมูลิ
"เดี๋ยวเจอกัน" เขาตอบ โบกมือให้ผม

วันรุ่งขึ้น ผมพาย่าไปโรงเรียน แล้วย่าก็เอาผมกลับบ้าน แล้วผมก็พาย่าไปโรงเรียนอีก และแกก็เอาผมกลับบ้านอีก ไปๆมาๆ อยู่อย่างนี้ อาจจะกล่าวได้ว่าย่าก็ไปโรงเรียนกับผมด้วย และผมเชื่อว่านี่เป็นรายเดียวในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ

ผมเป็นเด็กบ้านนอกธรรมดา ผมเอาหนังสะติ๊ก ปืนเด็กเล่น และผลไม้ใส่กระเป๋าหนังสือ ผมเดินเท้าเปล่าไปโรงเรียนจนกระทั่งมีเลนน้ำแข็ง ผมมีกางเกงปุๆ ปะๆ ชุดหนึ่ง หน้าใบไม้ผลิ ผมสอบตกอย่างน้อยก็สองวิชา และรอสอบซ่อมหน้าใบไม้ร่วง ชาวบ้านเรียกผมว่าไอ้หมา เพราะเป็นเพื่อนกับมูราดาซึ่งติดตามผมไปทุกหนทุกแห่ง ที่โรงเรียน เขาเรียกผมว่าไอ้หลังยาว ส่วนย่ามักเรียกผมว่าไอ้ตัวร้าย จริงๆ แล้ว ผมชื่อซูริโก้

เวลาย่าโกรธผม ผมก็ใช้ค่ำคืนที่เพิงคั้นองุ่น เมื่อเราคืนดีกันผมก็กลับเข้าบ้าน ในตอนกลางวัน ย่าถือไม้ไล่ตีผม พลางร่ำร้องให้ฟ้าผ่ากบาลผม พอตกกลางคืน แกล้างเท้าผม เมื่อผมหลับแล้วก็จูบหน้าผากผม ที่ผมรู้ก็เพราะบางครั้งผมแกล้งหลับ

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ย่า อิลิโก้ อิลลาเรียนและผม