* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปอ่าน
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ความสุขแห่งชีวิต
 
book ความสุขแห่งชีวิต : William Saroyan

คำนำ     แปลโดย faylicity.com

เรื่องราวนี้เขียนเพื่อ Takoohi Saroyan

ลูกใช้เวลาทั้งหมดนี้เขียนเรื่องราวหนึ่งเป็นพิเศษให้แม่ เพราะลูกอยากให้เรื่องนี้ดีเป็นพิเศษ ให้ดีที่สุดเท่าที่ลูกจะเขียนได้ และในที่สุด ด้วยความกดดันเล็กน้อยจากเวลา ลูกก็ได้พยายามจนได้ ลูกอาจจะรออีกหน่อยได้ แต่ก็ไม่มีอะไรบอกได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นข้างหน้า หรือว่าที่สุดแล้ว ความสามารถหรือแรงดลใจอันใดจะคงเหลืออยู่ ลูกจึงได้เร่งมือขึ้น และใช้ความสามารถและแรงดลใจที่มีอยู่ตอนนี้ ลูกหวังว่าในไม่ช้านี้ จะมีคนน่าทึ่งบางคนแปลเรื่องราวนี้เป็นภาษาอาร์เมเนีย เพื่อที่เรื่องนี้จะได้อยู่ในรูปที่แม่รู้จักอย่างดี และเรื่องนี้เมื่อแปลแล้วอาจจะดีขึ้นกว่าที่เป็นภาษาอังกฤษก็ได้ และบางที แม่อาจจะอ่านบางตอนให้ลูกฟังบ้าง เหมือนอย่างที่แม่เคยอ่านเรื่องอื่นมาแล้ว ถึงแม้ว่าลูกจะเป็นคนเขียนเรื่องนี้เองก็ตาม ถ้าหากแม่จะอ่านให้ฟัง ลูกสัญญาว่าจะฟังและอัศจรรย์ในความงดงามของภาษาของเราที่น้อยคนจะรู้จัก และยิ่งน้อยที่จะซาบซึ้งกับมันอย่างแม่ ข้อที่ว่าแม่อ่านและสนุกกับภาษาอังกฤษไม่ได้ดีเท่ากับภาษาอาร์เมเนีย และข้อที่ว่าลูกนั้นอ่านและเขียนอาร์เมเนียนไม่ออกเลย ทำให้เราต้องหวังพึ่งนักแปลดีๆ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นของแม่และลูกหวังว่าแม่จะชอบ ลูกเขียนให้ง่ายที่สุดเท่าที่จะง่ายได้ และผสานความจริงจังกับความร่าเริงที่เป็นของแม่เป็นพิเศษ และเป็นของครอบครัวเราด้วย ลูกรู้ว่าเรื่องนี้ก็ยังดูไม่เพียงพอ แต่แล้วอย่างไรล่ะ เรื่องนี้ต้องพอเพียงสำหรับแม่ เพราะลูกชายของแม่เป็นคนเขียน ด้วยความตั้งใจที่ดีเหลือเกิน

วิลเลียม ซาโรยัน
ซานฟรานซิสโก 1942

ความสุขแห่งชีวิต The Human Comedy : William Saroyan แปลโดย มัทนี เกษกมล

บทที่ 1 ยูลิสซิส

วันหนึ่ง เด็กน้อยนามยูลิสซิส แมคคอลี่ ได้ไปยืนอยู่เหนือโพรงใหม่ของตัวโกเฟอร์ ในสวนหลังบ้านของเขาที่ถนนซานตา คลาราในอิธคา คาลิฟอร์เนีย ตัวโกเฟอร์ในโพรงนี้ดันสิ่งสกปรกแฉะๆ ใหม่ๆ ขึ้นมา แล้วชะเง้อออกมาจ๊ะเอ๋กับเด็กชาย เขาเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเจ้าโกเฟอร์แน่ๆ แต่คงจะมิใช่ศัตรู ยังไม่ทันที่หนูน้อยจะได้สนุกกับปาฏิหาริย์นี้อย่างเต็มที่ นกอิธคาตัวหนึ่งก็บินปร๋อไปที่ต้นวอลนัตแก่ในสวนหลังบ้าน และเมื่ออยู่บนกิ่งไม้ได้สบายแล้ว มันก็ให้เกิดความรู้สึกชื่นบานขึ้นมาอย่างท่วมท้น เป็นผลให้เด็กชายหันความสนใจจากพื้นดินไปเพลินมองอยู่ที่ต้นไม้ ยังไม่ทันไร สิ่งที่ดีที่สุดก็เกิดขึ้น รถไฟขนสินค้าแล่นชึ่กชั่กพ่นควันมาแต่ไกล เด็กชายได้ยินเสียงพร้อมกับรู้สึกว่าพื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนด้วยการขับเคลื่อนของรถไฟ แล้วยูลิสซิสก็ออกวิ่ง เขารู้สึกเหมือนว่าวิ่งเร็วกว่าสิ่งมีชีวิตใดๆ ในโลก

ยูลิสซิสมาถึงทางตัดกันระหว่างถนนกับทางรถไฟ ทันได้เห็นรถไฟทั้งขบวนแล่นผ่านไปตั้งแต่หัวรถจักรเรื่อยไปจนถึงตู้ขนคนงาน เด็กชายโบกมือให้คนขับรถไฟ แต่คนขับไม่ได้โบกตอบ ยูลิสซิสโบกมือให้คนอื่นๆ อีกห้าคนที่อยู่บนรถไฟขบวนนั้น แต่ก็ไม่มีใครโบกมือตอบเลยสักคน ทั้งที่น่าจะโบก ในที่สุดก็เห็นนิโกรคนหนึ่งพิงอยู่ข้างตู้รถไฟที่ไม่มีหลังคาทั้งๆ ที่มีเสียงกึงกังของรถไฟอย่างนั้น ยูลิสซิสยังได้ยินเสียงนิโกรคนนั้นร้องเพลง

"อย่าร้องไห้อีกเลย คนดี วันนี้อย่าร้องไห้อีก
เราจะร้องเพลงเพลงหนึ่งเพื่อบ้านเกิดที่เคนตั้กกี้
เพื่อบ้านเกิดที่อยู่แสนไกลในเคนตั้กกี้"

ยูลิสซิสโบกมือให้นิโกรคนนั้นด้วย และแล้ว สิ่งมหัศจรรย์และไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ชายคนนั้น คนที่ผิวดำและต่างจากคนอื่นๆ ทุกคน เขาโบกมือตอบยูลิสซิสพลางตะโกนว่า "ไปบ้านไงล่ะหนู กลับไปยังถิ่นของฉัน"

เด็กน้อยและนิโกรโบกมือให้กันจนกระทั่งรถไฟเกือบจะลับสายตา

แล้วยูลิสซิสก็มองไปรอบๆ มันอยู่ที่นั่น ทุกอย่างอยู่รอบตัวเขา ช่างน่าขันและเดียวดาย มันคือโลกแห่งชีวิตของเขา โลกที่แปลกประหลาด นุงนังไปด้วยกอหญ้ารก แสนวิเศษ ไร้ความรู้สึก แต่ก็เป็นโลกที่งดงาม ชายชราคนหนึ่งมีม้วนห่อผ้าอยู่บนหลังกำลังเดินมาตามทาง ยูลิสซิสโบกมือให้ชายคนนี้ด้วย แต่เขาแก่เกินไปและเหนื่อยเกินไป จึงมิได้ยินดีกับความเป็นมิตรของเด็กชายตัวเล็กๆ ชายชรามองยูลิสซิสราวกับว่าทั้งเขาและเด็กน้อยต่างไม่มีชีวิตอยู่อีกแล้ว

เด็กน้อยหันหลังกลับไปช้าๆ เริ่มเดินกลับบ้าน ขณะที่เดินเขาก็ยังได้ยินเสียงของรถไฟที่ผ่านไป และเสียงร้องเพลงที่มีเนื้อร้องที่รื่นเริงอยู่ "กลับบ้านไงล่ะหนู กลับไปยังถิ่นของฉัน" ยูลิสซิสหยุดเดินเพื่อครุ่นคิดถึงเรื่องราวทั้งหมดนั้น เขาเถลไถลอยู่แถวๆ ใต้ต้นไชน่าบอลล์ พลางเตะลูกไม้สีเหลืองส่งกลิ่นเหม็นๆ ที่ตกอยู่ใต้ต้น ครู่ต่อมาเขาก็ยิ้ม อย่างที่ครอบครัวแมคคอลี่ยิ้มกัน เป็นยิ้มอย่างลึกลับ อ่อนโยนและเข้าใจ ซึ่งหมายถึงการยอมรับต่อทุกสิ่ง

พอเลี้ยวมาเห็นบ้านแมคคอลี่ ยูลิสซิสก็เริ่มกระโดดเหวี่ยงส้นเท้าข้างหนึ่งขึ้น เขาเสียหลักและหกล้มลงเพราะการเล่นสนุกอย่างนั้น แต่ก็ลุกขึ้นมาเล่นอย่างเดิมต่อไปอีก

แม่ของยูลิสซิสอยู่ในสวน กำลังโปรยอาหารให้ไก่อยู่ เธอมองเด็กชายหกล้มและลุกขึ้นเตะเท้าขึ้นใหม่ ยูลิสซิสมายืนอยู่ข้างๆ แม่อย่างรวดเร็วและเงียบกริบ แล้วก็เดินไปที่เล้าไก่เพื่อหาไข่ เขาพบไข่ฟองหนึ่ง มองมันอยู่ครู่หนึ่ง จึงหยิบขึ้นมาส่งให้แม่อย่างระมัดระวังอย่างยิ่ง ไม่มีใครเดาออกว่ายูลิสซิสคิดอะไรอยู่ในใจ และไม่มีเด็กคนใดจดจำมาบอกใครได้

* * *

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ความสุขแห่งชีวิต