* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปอ่าน
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | เดือนเสี้ยว
 
book เดือนเสี้ยว : เหลาเส่อ

แปลโดย อนิวรรตน์
1

ใช่ ฉันเห็นเดือนเสี้ยวอีกแล้ว เป็นตะขอสีทองอ่อนๆ ที่ออกจะเย็นเยือก หลายต่อหลายครั้งแล้ว ที่ฉันเห็นเดือนเสี้ยวที่เหมือนกับเดือนเสี้ยวที่เห็นอยู่ในเวลานี้ หลายต่อหลายครั้งทีเดียว มันทำให้เกิดอารมณ์หลายอย่างที่ผิดแผกกัน และเกิดทิวทัศน์นานาที่แตกต่างไป เมื่อนั่งมองดูอยู่กับที่ มันแขวนเอียงๆ อยู่บนก้อนเมฆสีมรกตในความทรงจำของฉัน ครั้งแล้วครั้งเล่า มันปลุกความทรงจำของฉันให้ตื่น เหมือนสายลมยามค่ำที่พัดกระโชกจนดอกไม้ที่ใกล้จะหลับดอกหนึ่งกลีบกระจุย

2

ในครั้งแรกนั้น เดือนเสี้ยวที่ดูเย็นเยือกก็เย็นเยือกจริงๆ มันทั้งขื่นทั้งขมอยู่ในก้อนเมฆแห่งความทรงจำของฉันเป็นครั้งแรก แสงสีทองอันริบหรี่ส่องต้องน้ำตาของฉัน ตอนนั้นฉันคงจะมีอายุเพียง 7 ขวบเท่านั้น เป็นเด็กหญิงที่สวมเสื้อนวมสีแดง สวมหมวกเล็กๆ ที่แม่เย็บให้ฉัน ฉันยังจำได้ดี เป็นสีน้ำเงิน มีลายดอกไม้พิมพ์อยู่บนนั้น ฉันยืนพิงอยู่กับขอบประตูของบ้านเล็กๆ หลังนั้น มองดูเดือนเสี้ยว ภายในบ้านมีกลิ่นยา กลิ่นควัน น้ำตาของแม่ อาการป่วยของพ่อ ฉันยืนดูเดือนเสี้ยวอยู่ที่บันไดคนเดียว ไม่มีใครดูแลฉัน ไม่มีใครใส่ใจจะหาข้าวมื้อเย็นให้ฉัน ฉันสำเหนียกถึงความเศร้าโศกในบ้าน เพราะใครๆ ก็พูดว่า อาการของพ่อ.....แต่ฉันยิ่งรู้สึกถึงความสังเวชของตัวฉันเอง ฉันหนาว หิว ไม่มีใครเหลียวแลฉัน ฉันยืนอยู่จนเดือนเสี้ยวตกลับไป ไม่มีอะไรอีกแล้ว ฉันเลยร้องไห้ แต่เสียงร้องไห้ของฉันถูกเสียงร้องไห้ของแม่กลบไปหมด พ่อไม่มีเสียงอีกแล้ว บนใบหน้ามีผ้าขาวผืนหนึ่งคลุมเอาไว้ ฉันอยากจะเลิกผ้าขาวออก ดูพ่ออีกครั้งหนึ่ง แต่ฉันไม่กล้า ในห้องมีเนื้อที่เท่ากระแบะมือ ถูกพ่อยึดเอาไปหมด แม่เอาเสื้อขาวมาสวม เสื้อนวมสีแดงของฉันก็มีเสื้อยาวสีขาวที่มิได้เย็บขอบคลุมทับลงไป ฉันจำได้ เพราะฉันดึงด้ายที่ลุ่ยหลุดจากขอบเสื้อออกบ่อยๆ ทุกคนต่างกำลังยุ่ง เสียงจอแจดังเหลือเกิน เสียงร้องไห้คร่ำครวญก็น่าสมเพช แต่ก็ไม่มีอะไรจะทำกันมากมายนัก และก็ไม่มีค่าควรที่จะต้องส่งเสียงอึงคะนึงกัน พ่อถูกใส่ลงไปในโลงศพที่ประกอบขึ้นจากไม้บางๆ 4 แผ่น ซึ่งมีแต่รอยแตก หลังจากนั้น คน 5 - 6 ก็แบกพ่อออกไป แม่กับฉันร้องไห้อยู่ข้างหลัง ฉันจำพ่อได้ จำหีบไม้ลูกนั้นของพ่อได้ หีบไม้ลูกนั้นหยุดทุกสิ่งทุกอย่างของพ่อไปหมดสิ้น ทุกครั้งที่ฉันคิดถึงพ่อ ฉันก็คิดว่าถ้าไม่เปิดหีบไม้ลูกนั้นออกแล้วก็คงจะไม่ได้พบพ่อ แต่ว่า หีบไม้ลูกนั้นถูกฝังเสียลึกอยู่ใต้ดิน ฉันรู้แน่ๆ ว่าจะต้องฝังอยู่ที่ไหนสักแห่งนอกเมือง แต่ก็เหมือนกับน้ำฝนหยดหนึ่งที่ตกลงบนพื้น รู้สึกว่าจะหาพบได้ยากชั่วนิรันดร

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | เดือนเสี้ยว