| แผ่นดินนี้เราจอง: Richard Powell |
บางส่วนจาก แผ่นดินนี้เราจอง (Pioneer, Go Home!) โดยริชาร์ด พาวเวล แปล: เทศภักดิ์ นิยมเหตุ บางตอนจาก บทที่ ๑๓ พอผ่านประตูหน้าเข้าไปก็ถึงบาร์ซึ่งตั้งไว้เพื่อเปิดโอกาสเต็มที่ให้ลูกค้ากินเหล้ากันจนเสียสติไปเลยก็ยังได้ หากไม่หนำใจว่าสติของตัวเองเมื่อก่อนจะกินก็แย่พออยู่แล้ว ตรงใกล้ๆ กับบาร์มีตู้ตั้งอยู่สี่ตู้ ซึ่งแบล็กกี้เรียกมันว่าโจรแขนเดียว คุณใส่เหรียญอันละยี่สิบห้าเซนต์ลงไปและกระชากคันโยก เสร็จแล้วลูกล้อในตู้นั่นก็หมุนและชี้แจงให้คุณทราบว่าทำไมถึงคืนเหรียญอันนั้นให้คุณไม่ได้ มีคนสองคนกำลังง่วนอยู่กับการหยอดเหรียญและโยกคันชักอย่างที่ว่านี้ ผมว่าพวกนี้คงจะหัวเราะชอบใจ ถ้าเผื่อคุณไปบอกความจริงให้เขารู้ว่าตามโรงงานน่ะ เขาให้คนโยกคันชักแบบนี้กันเหมือนกัน แถมยังให้ค่าจ้างชั่วโมงละตั้งเหรียญแปดสิบเซนต์ แต่ส่วนพ่อสองคนที่ผมเห็นนั่นน่ะกำลังทำงานอย่างเดียวกัน แต่ต้องจ่ายเงินให้ตู้สองใบนั้นแทนที่จะเป็นฝ่ายได้ค่าจ้าง อ้อ ก็มีอยู่บ้างเหมือนกันนานๆ ทีที่เจ้าเครื่องนั่นจะหยอกให้ด้วยการปล่อยเหรียญออกมาอันสองอัน แต่มันก็ไม่ผิดอะไรกับการให้ยืมชั่วคราว ซึ่งลูกหนี้เหล่านั้นต่างก็รีบเฉ่งคืนโดยที่เครื่องมันไม่ต้องออกปากทวงด้วยซ้ำ แบล็กกี้ถามว่า ผมอยากจะลองไอ้เครื่องโจรแขนเดียวนี่บ้างมั้ย แต่ผมปฏิเสธโดยตอบไปว่าถ้าผมต้องการจะออกกำลังอีแบบนี้ละก้อ ผมไปดึงเชือกติดเครื่องเรือติดท้ายของผมเล่นซักชั่วโมงสองชั่วโมง ยังจะได้กล้ามเนื้อมากกว่า แบล็กกี้ก็ว่าผมคิดถูกแล้ว เพราะว่าไอ้โจรแขนเดียวนี้เขาตั้งเอาไว้สำหรับพวกที่ไม่ประสีประสาโดยเฉพาะ ต้องถัดจากบาร์ออกประตูไปถึงห้องโถงใหญ่โน่นแน่ะ ถึงจะเป็นที่ที่เขาเล่นพนันกันอย่างเป็นงานเป็นการ ที่ตรงหน้าประตูนั้นมีเจ้าพนักงานคนหนึ่งนั่งอยู่ในคอก และที่กองพะเนินข้างหน้าเขาก็เป็นเบี้ยซึ่งมีทั้งสีขาว แดง และน้ำเงิน แบล็กกี้ชี้แจงว่าถ้าผมอยากจะเล่นก็ต้องใช้เบี้ยจากที่กองอยู่นั่นแหละ เพราะในการเล่นพนันกันจริงๆ อย่างนี้เขาใช้เบี้ยแทนที่จะใช้เงิน "ผมดีใจมากที่ได้ยินอย่างนั้น" ผมบอก "ด้วยว่าถ้าคุณใช้แต่เบี้ยโดยไม่ใช้เงิน มันก็ไม่ถือเป็นการพนันโดยตรง ผมเองยังเคยเล่นเกมอะไรต่ออะไรโดยใช้ก้านไม้ขีดบ่อยๆ" แบล็กกี้หัวเราะแหะๆ ก่อนจะว่า "แต่แกก็ยังต้องใช้เงินซื้อเบี้ยอยู่ดี" ไอ้ข้อนั้นผมก็ไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรน่าเสียหาย เพราะเวลาที่คุณเข้าไปตามร้านขายของพวกนี้ ก็ไม่มีพ่อค้าที่ไหนเขาจะหยิบยื่นเบี้ยให้คุณฟรีๆ คุณคงต้องจ่ายค่าเบี้ยเหล่านี้กล่องละเหรียญสองเหรียญอยู่วันยังค่ำ แต่ในแต่ละกล่องคุณได้เบี้ยถึงร้อยอัน เพราะฉะนั้นเบี้ยแต่ละอันก็ย่อมเป็นราคาไม่กี่มากน้อย และคุณย่อมไม่เรียกว่ามันเป็นการพนันอย่างจริงๆ จังๆ "ถ้าเผื่อมันเพียงแต่แค่ซื้อเบี้ย ผมก็อยากจะลองเล่นดูเหมือนกัน" ผมบอก "เสียแต่ว่าผมบังเอิญไม่ได้เอาเงินสดติดกระเป๋ามาด้วย"
นายคนนั้นส่งเบี้ยห้าสิบอันให้ผม โดยผมก็เซ็นใบรับไว้ให้ ซึ่งก็คงหมายความว่า ผมจะเป็นหนี้เบี้ยเขาอยู่ห้าสิบเบี้ย ถ้าหากผมเสียมันทั้งหมดในวงพนัน ซึ่งผมกะว่าคงจะเป็นเงินราวๆ ห้าสิบเซนต์หรืออย่างสูงก็ไม่เกินหนึ่งเหรียญ เพราะตามธรรมดาที่ร้านขายของนั้น เขาไม่ได้คิดราคาเบี้ยสีน้ำเงินแพงกว่าสีอื่นๆ แต่อย่างไร หลังจากผ่านคอกขายเบี้ยไปแล้ว ผมสังเกตดูเห็นว่ามีคนอยู่ในห้องนั้นราวๆ สี่สิบห้าสิบคน กำลังเล่นเกมต่างๆ หลายประเภท ซึ่งแบล็กกี้ก็พาผมเดินไปดูจนทั่ว มีอย่างหนึ่งที่เขาเรียกรูเล็ตต์ แล้วก็มียี่อิดและลูกเต๋า ผมเองไม่ค่อยจะรู้ประสีประสาเกี่ยวกับรูเล็ตต์และยี่อิดเท่าไหร่ แต่ไอ้ที่ชอบมากก็คือลูกเต๋า ซึ่งผมพอจะรู้วิธีเล่นบ้างแล้วนิดหน่อย จากการดูเพื่อนฝูงที่ค่ายทหารเขาเล่นกัน นอกนั้นแบล็กกี้ยังช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้ผมอีกด้วย ซึ่งปรากฏว่าไม่นานต่อมา ผมก็ชักเฟื่องขึ้นโข ไอ้ที่คุณต้องใช้ในเกมนี้ก็คือลูกเต๋าสองลูก แต่ละลูกก็มีจุดๆ เป็นเครื่องหมายบอกเลขหนึ่งถึงหกอยู่บนหน้าของมัน ทีนี้พอถึงตาคุณ คุณก็วางเดิมพันด้วยเบี้ยมากน้อยแล้วแต่ใจคุณแล้วจึงโยนลูกเต๋า ครั้นพอเจ้าลูกเต๋าสองลูกนั่นหงายออกมาเป็นสองหรือสามหรือสิบสอง คุณก็บอกว่า "ไอ้ฉิบหาย" และเสียเงินที่คุณวางเดิมพัน แต่คุณยังมีโอกาสโยนได้ต่อไปอีก คราวนี้คุณวางเบี้ยลงไปใหม่และโยนลูกเต๋า เผื่อมันเกิดออกเจ็ดหรือสิบเอ็ด คุณก็ทำท่าเหมือนอย่างว่าเป็นของกล้วยๆ ซึ่งคุณจะโยนแบบนั้นอีกเมื่อไหร่ก็ยังได้ เพราะคราวนี้น่ะคุณเป็นฝ่ายชนะพนันและจะได้เริ่มต้นใหม่อีกที... |