| แปลโดย faylicity.com
บทที่หนึ่ง * 13 *
ผู้คนพูดจาเหมือนๆ กัน ไม่ว่าจะไปส่งจดหมายที่ไหน เราก็จะได้ยินแต่คำพูดซ้ำซากเดิมๆ
"มาสายใช่ไหม"
"คนที่เคยมาส่งประจำไปไหนแล้วล่ะ"
"สวัสดี ลุงแซม"
"ไปรษณีย์! ไปรษณีย์! นี่ไม่ใช่ของบ้านนี้"
บนท้องถนนเต็มไปด้วยคนบ้าและน่าเบื่อ พวกนี้ส่วนมากจะอยู่ในบ้านสวยและดูเหมือนไม่ได้ทำงานทำการอะไร เราได้แต่สงสัยว่าเขาอยู่แบบนี้ได้อย่างไร มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ยอมให้เราใส่จดหมายลงตู้ เขาจะมายืนตรงทางเดินคอยดูตั้งแต่เราอยู่ถัดไปสองสามบล็อก ยืนคอยเพื่อยื่นมือมารับจดหมาย
ผมเคยถามคนอื่นที่เคยมาส่งเส้นทางนี้ว่า
"ผู้ชายที่มายืนคอยยื่นมือมันเป็นอะไรของมันวะ"
"ผู้ชายคนไหนมายืนคอยยื่นมือ" พวกนั้นถาม
พวกนี้ก็พูดจาเหมือนกันไปหมดเหมือนกัน
วันหนึ่งที่ผมไปเส้นทางนั้น 'ชายที่ยื่นมือ' อยู่ห่างถนนไปครึ่งบล็อก หมอนั่นกำลังยืนคุยกับเพื่อนบ้าน มองมาทางผมที่อยู่ห่างไปบล็อกกว่าๆ เขารู้ว่ามีเวลาเดินกลับไปรอผมได้ทัน พอเขาหันหลังให้ผมก็เริ่มวิ่ง ผมไม่นึกเลยว่าจะมีวันส่งจดหมายได้รวดเร็วขนาดนี้ ไปด้วยจังหวะก้าวและพลังการเคลื่อนไหว ไม่หยุดไม่พักเลย ผมจะฆ่าไอ้หมอนั่น พอผมใส่จดหมายเข้าไปในตู้ในครึ่งซอง เขาก็หันกลับมาเห็นผมพอดี
"โอ๊ะ อย่า อย่า อย่า" เขาร้องลั่น "อย่าใส่ตู้!"
เขาวิ่งลงจากถนนตรงมาที่ผม ผมเห็นแต่ภาพเท้าเขามัวๆ หมอนี่ต้องวิ่งร้อยหลาได้ภายใน 9.2 วิ
ผมส่งจดหมายใส่มือเขา มองดูเขาเปิดจดหมาย เดินขึ้นบ้านเปิดประตูและเข้าบ้านไป ทั้งหมดนี้จะแปลว่าอะไรนั้นต้องไปถามคนอื่นที่ไม่ใช่ผม
* * *
บทที่หนึ่ง * 14 *
ผมได้เส้นทางใหม่อีกตามเคย สโตนคอยให้ผมไปเส้นทางลำบากลำบนเสมอ แต่บางครั้งบางหนเมื่อสถานการณ์จำเป็น เขาจำต้องส่งผมไปเส้นทางที่หฤโหดน้อยหน่อย เส้น 511 เริ่มต้นด้วยดี ผมเริ่มคิดถึงอาหารกลางวันอีกครั้ง อาหารกลางวันที่ไม่เคยเป็นจริง
ย่านนั้นเป็นที่พักอาศัยธรรมดา ไม่มีอพาร์ตเมนต์ มีแต่บ้านหลังแล้วหลังเล่ากับสนามที่ดูแลรักษาอย่างดี แต่นี่เป็นเส้นทางใหม่ ผมเดินไปสงสัยไปว่าจะมีกับดักใดรออยู่ แม้แต่อากาศก็แจ่มใสไปหมด
ผมนึกในใจว่าพระเจ้าช่วย ผมทำสำเร็จแล้ว อาหารกลางวันและกลับไปทันตามเวลา ในที่สุดชีวิตก็เป็นเรื่องพอทนได้
คนแถวนี้ไม่เลี้ยงกระทั่งหมา ไม่มีใครมายืนคอยจดหมาย ผมไม่ได้ยินเสียงมนุษย์มาเป็นชั่วโมงๆ แล้ว บางทีผมคงมาถึงวุฒิภาวะทางไปรษณีย์แล้วไม่ว่าจะวุฒิภาวะนั้นจะเป็นอย่างไรก็ตาม ผมก้าวไปด้วยสมรรถนะ เกือบเรียกได้ว่าอุทิศตน
ผมจำได้ว่านายไปรษณีย์อาวุโสคนหนึ่งชี้ไปที่หัวใจและบอกผมว่า "ชินาสกี มันจะมาถึงเอ็งสักวัน มันจะมาถึงเอ็งที่นี่ตรงนี้"
"โรคหัวใจเรอะ"
"การอุทิศตนในหน้าที่ แล้วเอ็งจะรู้ เอ็งจะภาคภูมิใจ"
"กล้วย"
แต่นายไปรษณีย์คนนั้นพูดจากใจจริง
ผมคิดถึงเขาขณะที่เดินไป
ผมเจอจดหมายลงทะเบียนที่ต้องลงชื่อผู้รับ
ผมเดินขึ้นไปกดกริ่ง ช่องเล็กๆ ที่ประตูเปิดออก แต่ผมมองไม่เห็นหน้าตาในนั้น
"จดหมายลงทะเบียน!"
"ถอยไป!" เสียงผู้หญิงดังขึ้น "ถอยไปให้ฉันเห็นหน้าแก!"
ผมคิดว่าเจอคนบ้าจนได้
"ฟังนะ คุณผู้หญิง คุณไม่จำเป็นต้องเห็นหน้าผมหรอก ผมแค่จะทิ้งโน้ตไว้ในตู้จดหมาย คุณไปรับจดหมายของคุณได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์ เอาบัตรประจำตัวไปแสดงด้วยล่ะ"
ผมหยอดกระดาษโน้ตลงตู้แล้วเดินลงจากหน้าบ้าน
ประตูเปิดออก หล่อนวิ่งออกมา หล่อนอยู่ในชุดซีทรูบางเบาไม่ได้สวมยกทรง มีแต่กางเกงชั้นในสีเข้มเท่านั้น ผมยุ่งเหยิงและชี้โด่เด่เหมือนอยากจะหนีออกจากศีรษะ หน้าหล่อนโปะครีมอะไรอยู่ โดยเฉพาะบริเวณตา ผิวหล่อนขาวซีดเหมือนไม่เคยถูกแดด ส่วนสีหน้าดูทรุดโทรม ปากหล่อนเปิดกว้าง มีร่องรอยลิปสติกนิดหน่อย ส่วนทรวดทรงของหล่อนนั้นก็...
ผมเก็บข้อมูลได้เท่านี้ตอนหล่อนวิ่งมาถึงผม ผมทิ้งจดหมายลงทะเบียนนั้นใส่ถุงเมล์
หล่อนกรีดร้องว่า "เอาจดหมายชั้นมานะ"
ผมว่า "คุณผู้หญิง คุณต้อง..."
หล่อนฉกจดหมายและวิ่งไปที่ประตู เปิดออกและวิ่งเข้าไปข้างใน
ห่าสิ เรากลับไปโดยไม่มีจดหมายลงทะเบียนและลายเซ็นไม่ได้ เราต้องเซ็นกระทั่งของเข้าและของออก
"เฮ้ย"
ผมตามหล่อนไปและง้างเท้ายันประตูไว้ทันเวลาพอดี
"เฮ้ย เวรเอ๊ย"
"ไปให้พ้น ไปให้พ้น แกมันชั่วช้า"
"นี่ คุณผู้หญิง ทำความเข้าใจด้วยว่าคุณต้องเซ็นชื่อรับจดหมาย ผมให้คุณแบบนี้ไม่ได้ คุณกำลังปล้นไปรษณีย์สหรัฐอเมริกา!"
"ไปให้พ้น ไอ้โฉด"
ผมดันประตูสุดแรงและผลักเข้าไปในห้อง ข้างในมืดสนิท ม่านทุกที่ปิดหมด ม่านทุกอันในบ้านนี้ปิดหมด
"แกไม่มีสิทธิ์เข้ามาในบ้านชั้น ออกไป๊"
"คุณไม่มีสิทธิ์ปล้นจดหมายเหมือนกัน ถ้าไม่คืนจดหมายมาก็ต้องเซ็นชื่อ แล้วผมจะไป"
"ก็ได้ ก็ได้ เซ็นก็ได้"
ผมบอกเธอว่าให้เซ็นตรงไหนและส่งปากกาให้ ผมดูหน้าอกและทรวดทรงส่วนอื่นๆ ของหล่อนแล้วนึกว่าไม่น่าเป็นบ้าเลย น่าเสียดาย น่าเสียดาย
หล่อนคืนปากกาและลายเซ็นขยุกขยิกให้ หล่อนเปิดจดหมายและเริ่มอ่านตอนที่ผมกำลังจะออกไป
แล้วหล่อนก็มายืนหน้าประตู กางมือไม้ จดหมายนั้นลงไปอยู่กับพื้น
"คนชั่ว ชั่ว ชั่ว แกมานี่เพื่อจะปล้ำชั้น"
"คุณผู้หญิง ให้ผมออกไป"
"แววเลวมันออกเต็มหน้าแก"
"คิดว่าผมไม่รู้ตัวเหรอ ให้ผมออกไปได้แล้ว"
ผมผลักเธอออกไปด้วยมือหนึ่ง หล่อนข่วนหน้าผมเข้าให้ ดีล่ะ ผมปล่อยถุงจดหมาย หมวกตกลงไปที่พื้น ตอนผมหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเลือด หล่อนก็กรีดเอาหน้าผมอีกข้างเข้าให้
ขอตัดไปตอนต่อไป
* * *
บทที่สาม * 3 *
ผมถูกเรียกตัวไปที่แผนกบุคคลของที่ทำการรัฐบาลอีกครั้ง ผมต้องนั่งรอ 45 นาที หรือหนึ่งชั่วโมง หรือชั่วโมงครึ่งตามเคย
แล้วเสียงเรียกก็ดังว่า "มิสเตอร์ชินาสกี"
"คร้าบ" ผมว่า
"เข้ามาได้"
ชายคนหนึ่งเดินพาผมมาที่โต๊ะตัวหนึ่ง ผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ ดูเซ็กซี่เล็กน้อย อายุประมาณ 38 หรือ 39 แต่ดูเหมือนว่าความทะเยอทะยานทางเพศรสได้ถูกเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแล้ว หรือไม่ก็ถูกปล่อยปละละเลย
"เชิญนั่งค่ะ คุณชินาสกี"
ผมนั่งลง
ผมคิดว่าแม่ทูนหัว ผมพาเธอไปขับได้จริงๆ
"คุณชินาสกี" หล่อนเริ่ม "เราสงสัยว่าคุณกรอกประวัติถูกต้องหรือไม่"
"หา"
"เราหมายถึงประวัติการถูกจับกุมค่ะ"
เธอยื่นกระดาษมาให้ผม ในดวงตาไม่มีร่องรอยทางเซ็กส์แม้แต่น้อย
ผมระบุเรื่องเมาๆ ทั่วไปไปแปดหรือสิบข้อ ซึ่งเป็นการประมาณเท่านั้น ผมจำวันที่ไม่ได้แล้ว
"คุณได้ระบุทุกรายการแล้วหรือยังคะ" หล่อนถาม
"อืม อืม ขอคิดดูก่อน..."
ผมรู้ว่าหล่อนต้องการอะไร หล่อนอยากให้ผมตอบว่า "ใช่" แล้วจะได้เอาผม
"ให้ผมคิดก่อน...อืม อืม"
"คะ" เธอว่า
"อ้า คุณพระ"
"อะไรคะ"
"ยังมีเรื่องเมาในรถหรือขับรถตอนเมา ประมาณสี่ปีมาแล้ว ผมจำวันที่แน่นอนไม่ได้"
"นี่เป็นเรื่องที่เผอิญลืมไปใช่ไหมคะ"
"ใช่ครับ จริงๆ ผมตั้งใจจะเขียนบอกไปด้วย"
"ค่ะ เขียนลงไปด้วยค่ะ"
ผมเขียนลงไป
"คุณชินาสกี ประวัติของคุณแย่มาก ดิฉันอยากให้คุณอธิบายข้อหาเหล่านี้ ถ้าเป็นไปได้ก็ควรจะพิจารณาการทำงานกับเราเสียใหม่นะคะ"
"ได้ครับ"
"คุณมีเวลาตอบสิบวัน"
ผมไม่ได้อยากได้งานนี้มากขนาดนั้น แต่หล่อนทำให้ผมโกรธ
คืนนั้นผมโทรไปลาป่วย ผมซื้อกระดาษบันทึกที่มีเส้นบรรทัดและตัวเลขกำกับ และแฟ้มสีฟ้าดูเป็นงานเป็นการมาหนึ่งแฟ้ม พอผมได้วิสกี้และเบียร์หกกระป๋องก็นั่งลงเริ่มต้นพิมพ์ ผมมีดิกชันนารีใกล้มือ ประเดี๋ยวหนึ่งก็จะเอามาพลิกหน้าหาคำศัพท์ยาวๆ ที่อ่านไม่รู้เรื่อง แล้วแต่งประโยคหรือย่อหน้าจากคำศัพท์นั้น ผมเขียนไปได้รวมสี่สิบสองหน้า ผมจบลงด้วย "สำเนาของข้อความเหล่านี้ได้เก็บไว้สำหรับเผยแพร่ให้สื่อมวลชน สถานีโทรทัศน์ และสื่อสารมวลชนอื่นๆ"
ผมแม่งยกเมฆเหลวไหลสิ้นดี
หล่อนลุกจากโต๊ะมารับแฟ้มนี้ด้วยตัวเอง "คุณชินาสกี"
"ครับ"
ตอนนั้นเป็นเวลาเก้าโมงเช้า ในวันถัดจากที่เธอขอคำตอบเรื่องข้อหาจากผม "สักครู่นะคะ"
หล่อนเอาสี่สิบสองหน้านั้นกลับไปที่โต๊ะ หล่อนอ่านและอ่านและอ่าน มีคนหนึ่งเข้ามายืนอ่านด้วย และแล้วก็กลายเป็น 2 3 4 5 ทุกคนพากันอ่าน 6 7 8 9 ทุกคนอ่านกันใหญ่
ผมนึกในใจว่า จะเป็นห่าอะไรล่ะ
แล้วผมก็ได้ยินเสียงดังจากกลุ่มคนพวกนั้น "ทั้งอัจฉริยะและขี้เมา" ดังจะอธิบายเรื่องราวนี้ เป็นพวกดูหนังมากไปอีกแล้ว
หล่อนลุกจากโต๊ะทั้งที่ถือสี่สิบสองหน้าอยู่ในมือ
"คุณชินาสกี"
"ครับ"
"เราจะจัดการกรณีของคุณต่อไป คุณจะได้คำตอบจากเราค่ะ"
"ตอนนี้ก็ทำงานไปก่อนหรือไง"
"ตอนนี้ก็ทำงานไปก่อนค่ะ"
"อรุณสวัสดิ์ครับ" ผมว่า
* * *
Copyright © 2000 faylicity.com
คืนเรือน
|
ชั้นหนังสือ
|
Post Office
|