* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปอ่าน
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | White Teeth
 
book WHITE TEETH : Zadie Smith

แปลโดย SleepyO

The Temptation Of Samad Iqbal

***

ซาหมัดไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการควบคุมวงออร์เคสตรา แต่ที่แน่ๆ คือเขารู้ว่าเขาชอบอะไร เพราะมันไม่ใช่อะไรที่สลับซับซ้อน ท่าทางที่เธอแสดง เป็นท่าอะไรง่ายๆ เคาะ สาม สี่ สาม สี่ กับมือที่เธอยกลอยขึ้นไปในอากาศ ด้วยนิ้วชี้ที่เธอกำด้ามไม้ให้จังหวะนั้นไว้ - แต่ อ้าาา มันช่างงดงามอะไรเช่นนี้...ที่ได้เห็นเธอทำมัน! เธอหันหลังของเธอให้เขา ส้นเท้าเปลือยอ่อนของเธอถูกยกขึ้นเบาๆ -ใน จังหวะที่สาม - ปลายเท้าลื่นไถลออกมาจากส้นรองเท้าบางๆ แผ่นหลังของเธอค่อยๆโค้งไปข้างหน้าเล็กน้อย กดผ้ากางเกงยีนส์ให้รัดตึงทุกครั้งที่เธอก้มไปเร่งเร้าจังหวะของเสียงดนตรี-น่าเป็นสุขเสียนี่กระไร! ภาพนี้ตรึงใจเขาเสียจริง! สิ่งที่เขาควรทำตอนนี้ คือหยุดคิดว่าตัวเองจะวิ่งไปหาเธอและอุ้มเธอหนีจากไปนอกห้อง ความคิดนี้มันทำให้เขาตกใจมาก เพราะมันเป็นความคิดที่ขยายต่อมาจาก--เขาไม่สามารถละสายตาจากเธอได้ แต่เขาควรจะมีเหตุผลเข้าไว้ เพราะวงออร์เคสตรานั้นต้องการเธอมาก --พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าวงนี้จะผ่านการเล่นบทดัดแปลงของ สวอนเลค ได้อย่างไรโดยปราศจากเธอ(บทรำลึกการเต้นแร้งเต้นกาของฝูงเป็ดท่ามกลางน้ำมันที่ลื่นไถล) ...ใช่แล้ว มันช่างเป็นเรื่องเสียเวลายังไง เหมือนเวลาที่เขาเห็นเด็กน้อยเดินเตาะแตะๆ พยายามไขว่คว้าหาทรวงอกของคนแปลกหน้าที่นั่งถัดเขาไปบนรถเมล์ - มันเปล่าประโยชน์จริงๆที่สิ่งสวยงามเหล่านี้ถูกจัดการโดยคนที่ยังเด็กเกินไป เด็กเกินกว่าที่จะรู้ค่าว่าควรทำอะไรกับสิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้า

วินาทีที่เขามีความคิดนี้โผล่ขึ้นมาในสมอง เขารีบบอกตัวเองว่า...ซาหมัด ไมอา ....แน่นอนที่สุดที่ผู้ชายย่อมถึงแก่กาลตกต่ำ ถ้าเขามัวแต่อิจฉากระทั่งเด็กน้อยกับทรวงอกของผู้หญิง เมื่อเขาอิจฉากระทั่งวัยเยาว์ที่จะเป็นอนาคตของ..... และแล้วไม่ใช่ครั้งแรกในบ่ายวันนั้น ขณะที่ป๊อบปี้ เบิร์ต โจนส์ ไถลตัวเองหลุดออกจากรองเท้าของเธอขณะที่การบรรเลงเพลงของฝูงเป็ดกำลังจำนนต่อสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย เขาถามตัวเองว่า..ในนามของพระผู้เป็นเจ้าองค์อัลเลาะห์ ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี้? และคำตอบก็ย้อนกลับมายืนกรานความสำรอกของตน ก็เพราะฉันไม่สามารถไปอยู่ที่อื่นได้น่ะสิ

ติค ติค ติค ซาหมัดรู้สึกขอบคุณเสียงไม้เคาะจังหวะที่สแตนด์ เพราะเสียงนี้หยุดความคิดในสมองของเขาลงได้ ความคิดที่เป็นอะไรบางอย่างที่ใกล้เคียงอาการเพ้อคลั่ง

"เอาล่ะ เด็ก เด็ก หยุดได้แล้ว เงียบเดี๋ยวนี้จ้ะ...เอาปากออกจากเครื่องเป่า ลดเสียงลง เบาลงสิ แอนนิต้า นั้นล่ะ...เบาลง เบาลง วางมันลงกับพื้นจ้ะ ดีมาก..ขอบใจพวกเธอมาก เอาล่ะนะ ถ้ามีใครสังเกตดู จะเห็นว่าวันนี้เรามีคนมาเยี่ยมชม" เธอค่อยๆหันมาทางเขา ขณะที่เขาพยายามมองหาส่วนที่ควรจะทิ้งสายตาไว้บนตัวเธอ พื้นที่สักหนึ่งตารางนิ้วไหนก็ได้ที่ไม่ทำให้เลือดลมเจ้าปัญหาร้อนแรงอีก "นี่คือ คุณซามหัด อิคบอล พ่อของแมดกริดกับมิลลาท์ เพื่อนๆของเรา"

ซาหมัดลุกขึ้นยืนเหมือนเวลาที่คนหันมาให้ความสนใจ ค่อยๆจับเสื้อโค้ทของเขาด้วยท่าทางสำรวม โบกมือเบาๆก่อนจะนั่งลง
"กล่าว สวัสดีกับคุณอิคบอลสิจ๊ะ"
"ซา..หวัด..ดี ครับบบ คุณ อิคคคบอลลล" มีเสียงประสานใสกังวานมาจากสองคนในกลุ่มนักดนตรี
"เอาล่ะ..เราควรจะเล่นเพลงที่สามไหมจ๊ะ เพราะวันนี้เรามีแขก"

"ตกลงคร้าาบบบ คุณครูโจนส์"
"คุณอิคบอลไม่ได้เป็นเพียงแขกที่มาเยี่ยมชมในวันนี้เท่านั้นน่ะ แต่เขาเป็นแขกพิเศษที่เดียว เพราะถ้าไม่ได้เขา สัปดาห์หน้าเราคงไม่ได้มีโอกาสแสดง สวอนเลค "
มีเสียงตบไม้ตบมือเกรียวกราวเมื่อสิ้นเสียงประกาศของคุณครู ตามด้วยเสียงแตรวง กลอง และฉาบ
"พอแล้วจ้ะ เด็กๆ ครูไม่ได้หวังว่าพวกเธอจะดีใจออกนอกหน้ามากขนาดนี้นะ"

*****

Mutiny!

สามวันต่อมา:

15 ตุลาคม 1987

แม้ไฟจะดับไปแล้วและเสียงลมข้างนอกบ้านกระโชกกับบานหน้าต่างแทบพัง อัลซาน่า ผู้มีความเชื่อมั่นในคำประกาศิตของพระเจ้า (และในที่นี้เทพของเธอคือ สถานีวิทยุ บีบีซี ) ยังคงสวมชุดนอนนั่งจมอยู่บนเก้าอี้โซฟา ปฎิเสธที่จะขยับไปไหน..

"ถ้าคุณฟิช บอกว่า โอเค มันก็หมายถึงไม่เป็นไร เขามาจาก บีบีซี โอ้พระเจ้า! คุณเข้าใจมั้ย?"
:ซาหมัดยกเลิกความคิดนี้(เพราะมันเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ที่เปลี่ยนใจอัลซาน่าเกี่ยวกับสถาบันอันมั่นคงต่างๆที่เธอชอบของอังกฤษ เช่น เจ้าหญิงแอนน์ ,การแสดงของคณะโรยัล ชิวเด้น เพอฟอร์แมนซ์,อีริค มอร์แคมป์ และรายการ ชั่วโมงผู้หญิง ) เขาเดินไปหยิบไฟฉายจากลิ้นชักในครัว หลังจากนั้นตรงขึ้นไปบนบ้าน เพื่อมองหามิลลาท์
"มิลลาท์? มิลลาท์ ลูกอยู่นี้หรือเปล่า?.."
" อาจจะ...นะพ่อ หรือ...อาจจะไม่..."
ซาหมัดเดินตามเสียงที่ลอยมาจากห้องน้ำ พบมิลลาท์กำลังนั่งยกคางลอยสูงเหนือน้ำฟองสบู่สีชมพูในอ่าง เขากำลังพยายามอ่านการ์ตูน วิซ
"อาาา..พ่อ ยอดเลย ส่องไฟฉายมาทางนี้หน่อยสิ ผมจะได้อ่านออก"
"ช่างมันก่อนเถอะ" ซาหมัดดึงหนังสือการ์ตูนออกจากมือลูกชาย ก่อนพูดต่อไปว่า
"ข้างนอกกำลังมีพายุเฮอร์ริเคน แต่แม่แกมันบ้าไม่ยอมลุกไปไหน จะให้หลังคาหล่นลงมาทับตายหรือไงไม่รู้ แกเลิกอาบน้ำสักที ลุกไปโรงเก็บของ หาไม้กับตะปูมา เราจะได้--"
"แต่พ่อ ผมโป๊อยู่นะ!"
"อย่ามาเล่นลิ้นฉันน่ะ ตอนนี้ยามฉุกเฉิน ฉันอยากให้แก---"
มีเสียงปะทะโครมใหญ่ดังมาจากข้างนอก คล้ายบางสิ่งสั่นสะเทือนไปถึงรากบ้านแล้วสะท้อนกระเด็นกลับมาที่กำแพง
สองนาทีถัดมา ครอบครัวอิคบอลยืนเรียงหน้ากระดานในห้องครัวด้วยอาการทุลักทุเล พวกเขามองออกไปนอกหน้าต่าง พยายามมองหาสนามหญ้าที่เป็นที่ตั้งของห้องเก็บของ มิลลาท์เคาะส้นเท้าสามครั้ง ก่อนจะร้องด้วยเสียงสำเนียงพื้นบ้าน " โอ้ มี..โอ้ มาย...ไม่มีที่ใดเหมือนบ้าน ไม่มีสวรรค์ที่ไหนเหมือนบ้าน..."
"เอาล่ะ คุณผู้หญิง...จะไปกันได้หรือยัง?. ซาหมัดร้องถาม
"อาจจะ...นะซาหมัด หรือ...อาจจะไม่..."
"บ้าชะมัด! ฉันไม่มีอารมณ์มารอเธอลงมติหรอกนะ เราจะไปบ้านอาร์ชีบัลด์เดี๋ยวนี้ ที่นั้นอาจจะมีไฟฟ้าและความปลอดภัย เธอทั้งคู่ ไปแต่งตัวซะ แล้วคว้า ของที่จำเป็น ขึ้นรถโดยด่วน ของที่หมายถึง ความเป็นและตาย ของพวกเธอน่ะ"

ขณะที่ยืนจับกระบะรถด้านหลังท่ามกลางกระแสลมแรง ซาหมัดอดขันและสมเพชไปพร้อมกันไม่ได้ เมื่อเห็น ของที่ภรรยาและลูกชายเห็นว่าจำเป็น ของที่เป็น ความเป็นและตาย ที่ชีวิตขาดไม่ได้:

มิลลาท์

อัลบั้ม Born to Run ของบรู๊ค สปริงทีน
โปสเตอร์โรเบิร์ต เดอนีโรในฉาก "เธอพูดกับฉันเหรอ" จากหนังเรื่อง Taxi Driver
เทปหนังเรื่อง Purple Rain
กางเกง "หดเพื่อฟิตพอดีกับตัว" ลีวายส์ 501 ป้ายแดง
รองเท้าคอนเวอร์สสีดำสองคู่ สำหรับเล่นเบสบอล
หนังสือ A Clockwork Orange

อัลซาน่า

จักรเย็บผ้า
ยาหม่องตราเสือสามกระปุก
ขาแกะ(แช่แข็ง)
Foot Bath
หนังสือ Starsigns ของลินดา กู๊ดแมน
กล่องบุหรี่แขกบีดี้
เทปวีดีโอ Divargiit Singh ในภาพยนต์เพลงเรื่อง Moonshine over Kerala

*****

 

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | White Teeth

Copyright © 2001 faylicity.com