* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ
 
book THE GIRLS' GUIDE TO HUNTING AND FISHING : Melissa Bank

Book Coverหนังสือชื่อเหมือนแนวทางการล่าและวางเบ็ดของหญิงสาวเล่มนี้ ไม่ได้บอกวิธีการล่าและไม่เกี่ยวกับการตกปลาแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องของเจน ผู้หญิงที่แสนธรรมดาจนเราอาจรู้สึกว่าเรารู้จักเธอจากที่ไหนสักแห่ง เธออาจเป็นคนข้างบ้าน เพื่อนสาวในที่ทำงาน หรือแม้แต่ภาพสะท้อนบางมุมของตัวเราเอง

เรื่องราวแสนธรรมดานี้จะไม่น่าสนใจเลย ถ้าผู้แต่ง Melissa Bank ไม่ได้ใส่เสน่ห์ของอารมณ์ขันร้ายๆ และการเสียดสีอย่างน่ารักน่าชังอยู่ตลอดเล่ม เธอฉลาดใช้ถ้อยคำและใส่ลูกเล่นเรื่องคำพูดเข้าไปในเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ

เรื่องเปิดที่วัยสิบสี่ของเจน บทต่อไปกระโดดไปที่วัยสาวกับเรื่องราวความรักของเธอ บทต่อไปอีกเล่าเรื่องการงานและความรัก เจนค่อยๆ เป็นผู้ใหญ่ขึ้นในแต่ละตอน แม้ว่าบางบทจะเป็นเรื่องของคนอื่นโดยสิ้นเชิง แต่เนื้อหายังคงเกี่ยวข้องกับผู้หญิงในสังคมปัจจุบัน และการมองหาความหมายต่างๆ ในชีวิต เจนได้เรียนรู้ตัวเองและผ่านประสบการณ์ที่เราทุกคนน่าจะเคยรู้จัก นี่อาจจะเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ผู้อ่านหลายคนเห็นภาพตัวเองสะท้อนจากเจนได้โดยไม่ยากนัก

เจนน่ารักเพราะเธอเป็นผู้หญิงสามัญที่มีด้านอ่อนแอ มีช่องว่างของความเหงาและหวาดกลัว มีห้องของความไม่มั่นใจ บทที่ดีที่สุดคือบทสุดท้าย ซึ่งเป็นตอนที่มีชื่อเหมือนชื่อหนังสือ ในบทนี้เจนกำลังตกหลุมรัก เธอหวั่นใจว่าความสัมพันธ์จะลงเอยอย่างล้มเหลวเหมือนที่เคยเป็นมา จึงหันไปพึ่งหนังสือคู่มือ "หนทางสู่การพบและแต่งงานกับผู้ชายที่ใช่" ซึ่งเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ที่จบด้วยเครื่องหมาย ! ตัวอย่างเช่น ให้เขาเป็นคนจ่ายเงิน! ลองมาดูว่าสุดท้ายแล้วหนทางนี้จะนำเจนไปสุดทางที่ใด บทนี้อ่านสนุกเพราะร่ำรวยอารมณ์ขัน และยังถากถางสูตรสำเร็จของความสัมพันธ์สมัยใหม่ได้อย่างน่าเพลิดเพลิน เพลินอย่างไรนั้น ลองอ่านดูได้จากตอนที่ตัดมาสั้นๆ ท้ายหน้านี้

เสน่ห์ของการเล่นคำพูดที่ผู้เขียนใส่อยู่ตลอดเรื่องทำให้เกิดข้อเสียได้เหมือนกัน เมื่อตัวละครทุกตัวลงเอยด้วยการพูดจาเสียดสีเจ็บแสบและขบขันได้ทัดเทียมกันหมด บุคลิกของแต่ละตัวละครจึงไม่พิเศษและไม่เป็นตัวของตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้ว จะไม่ช่วยให้เราพบความหมายใหม่ และอาจจะไม่ช่วยให้เราเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองได้แต่อย่างใด หนังสือเล่มนี้ก็ให้ความบันเทิงได้มากที่สุดเรื่องหนึ่ง ถ้าคุณกำลังมองหาหนังสือเบาๆ สักเล่มที่จะสร้างรอยยิ้ม อยากให้คุณลองดูแนวทางการล่าและวางเบ็ดเล่มนี้ดู หากติดกับเข้าแล้ว จะวางหนังสือลงได้ก็ยากเย็นจริงๆ

Copyright © 2000 faylicity.com


 

เกี่ยวกับผู้แต่ง Melissa Bank หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานเล่มแรกของเมลิสซา แบงก์ ซึ่งติดอันดับหนังสือขายดีนานถึงสิบสี่สัปดาห์ เธออายุสามสิบเก้าปี บอกว่าตัวเองเขียนเมลขยะตอนกลางวัน และตามความฝันของตัวเองด้วยการเขียนหนังสือตอนกลางคืน ขณะนี้เธอใช้ชีวิตอยู่ที่นิวยอร์กซิตี้ กำลังเขียนหนังสือเล่มใหม่ เธอเพิ่งเขียนบทภาพยนตร์ของ The Girls' Guide เสร็จเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อจะนำไปสร้างเป็นหนังเฮลลีวูดโดย Francis Ford Coppola

The Girls' Guide to Hunting and Fishing by Melissa Bank
ISBN 0-670-88300-X Viking 274 pages $12.95

 

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๔๓

line


บางส่วนจากบท THE GIRLS' GUIDE TO HUNTING AND FISHING

แปลโดย faylicity.com

[เจนตัดสินใจซื้อหนังสือคู่มือการได้พบและแต่งงานกับผู้ชายที่ใช่ ซึ่งแต่งโดย เฟท และบอนนี เจนกำลังตกหลุมรักโรเบิร์ต หนุ่มที่เธอรู้จักจากงานแต่งงานเพื่อน]

          อย่างไรก็ดี พวกหล่อน [เฟทและบอนนี] สัญญาว่าถ้าหากเราทำตามคำแนะนำแล้วล่ะก็ "คุณจะได้แต่งงานกับชายในฝัน!" ฉันจึงตั้งหน้าตั้งตาอ่านต่อไป
          พวกหล่อนถือหลักการว่าผู้ชายคือนักล่าโดยธรรมชาติ ยิ่งการล่ายากลำบากขึ้นเท่าไร รางวัลค่าหัวของเหยื่อก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้น อีกนัยหนึ่งคือ เราต้องไม่ไปสะกิดนายพรานแล้วบอกว่า ยิงดิฉันเถอะ นั่นเอง
          ใจหนึ่งของฉันล้อเลียนหนังสือเล่มนี้ เพราะฉันได้แหกกฎเกณฑ์ทุกข้อที่มีอยู่ทั้งหมด -- กฎที่นักเขียนทั้งคู่เรียกกันว่า "สัจจะ" ส่วนอีกใจนั้นโล่งอกที่ตัวเองยังไม่ได้ผิดกฎข้อไหนกับโรเบิร์ตเลย
          ฉันกวาดสายตาผ่านหัวข้อตัวหนาๆ ข้อแล้วข้อเล่าในหนังสือ จนกระทั่งถึง อย่าทำตลก!
          ฉันนึกในใจ อย่าทำตลก?
          "ใช่แล้ว" ฉันได้ยินเฟทเอ่ยขึ้นเรียบๆ ด้วยความอดทน "ความขบขันคือสิ่งตรงข้ามกับความเซ็กซี่"
          "แต่ฉันชอบผู้ชายตลกๆ นี่" ฉันแย้ง
          บอนนีสวนกลับ "แม่สมองหวาน ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าเธอจะชอบใคร เธออยากควงตัวตลกก็ตามใจ จะหัวเราะท้องคัดท้องแข็งก็เชิญ ขอเพียงแต่เธออย่าได้ทำตัวตลกเสียเองเป็นพอ"
          "ผู้ชายชอบความอ่อนหวานของผู้หญิง" เฟทเอ่ยพลางนั่งไขว่ห้าง "อารมณ์ขันไม่ใช่ความอ่อนหวานแบบผู้หญิง"
          "นึกถึงโรซานสิ" บอนนีเอ่ย
          "หรือแม่สาวอ้วนฉุจอมจี้เส้นในหนังคาวบอย" เฟทเสริมด้วยเสียงแห้งแล้ง
          "แล้วมาริลีน มอนโรล่ะ" ฉันว่า "เป็นนักแสดงเรียกเสียงหัวเราะที่ยิ่งใหญ่จะตาย"
          "ซึ่งอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมชุดชั้นในยี่ห้อนึงถึงได้ตั้งชื่อตามเจ้าหล่อน" เฟธว่า
          ฉันเถียง "แต่โรเบิร์ตชอบฉันเพราะฉันตลกนี่"
          "เธอไม่รู้สักหน่อยว่าทำไมเขาถึงชอบเธอ" เฟทเอ่ยขึ้นอีก
          บอนนีบอกว่า "เธอดูเก๋มากในชุดแนบเรือนร่างในงานปาร์ตี้วันนั้นจ้ะ"

* * *

ฉันเกลียดหนังสือเล่มนี้ ไม่อยากจะเชื่ออะไรในนั้นอีกเลย ฉันพยายามนั่งนึกดูว่าตัวเองรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องผู้ชาย ก็นึกออกแต่คำพูดที่นักบัญชีที่ทำงานว่าไว้ "เก้าสิบเก้าเปอร์เซนต์ของผู้ชายมีจินตนาการว่าตัวเองมีเซ็กส์กับผู้หญิงสองคนพร้อมๆ กัน" แม่ไม่ค่อยให้คำแนะนำเรื่องหนุ่มๆ เลย ฉันจำได้ว่าเคยถามแม่หนเดียวตอนอยู่ปอห้า ตอนนั้นฉันแอบส่งเพื่อนไปสืบว่าเด็กผู้ชายที่ฉันปิ๊งอยู่ชอบฉันบ้างหรือเปล่า "ข่าวร้ายล่ะ" เพื่อนมารายงาน "เขาเกลียดเธอ"
          แม่ถามแต่ว่า "เป็นอะไรไป หนูจ๋า" ฉันไม่รู้จะบอกแม่ยังไง สุดท้ายเลยถามแม่ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ชายที่เราชอบหันมาชอบเราตอบบ้าง แม่บอกว่า "เป็นตัวของตัวเองสิจ๊ะ" ยังกับฉันรู้อย่างนั้นแหละ ว่าตัวของฉันเองเป็นใคร เมื่อจนปัญญาเข้า คุณแม่ที่น่าสงสารก็แนะนำให้ฉันขี่จักรยานวนรอบบ้านเพื่อเติมเลือดฝาดให้แก้มตัวเองเสียหน่อย

* * *

พี่ชายโทรมาชวนฉันไปงานบริษัทละครคืนวันศุกร์ ลิซแฟนของพี่รู้จักกับผู้กำกับ "เป็นงานคนโสดน่ะ" พี่เฮนรีบอก
          "โสดเหรอ" ฉันว่าพลางนึกถึงอเมริกันชีสที่แยกชิ้นห่อเป็นซองเดี่ยวๆ
          "งานนี้มีหัวข้อนะ"
          "อย่างความสิ้นหวังหรือไง" ฉันลองเสนอ
          พี่ให้ฉันรอสายแล้วถามลิซเรื่องหัวข้อของงาน
          ฉันได้ยินเสียงลิซตอบว่า "สแควร์แดนซ์"
          "สแควร์แดนซ์เรอะ" พี่พูดด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่ค่อยเชื่อหูตัวเองเท่าไหร่
          "อย่าทำเสียงอย่างนั้นสิ" ลิซเอ่ยขึ้น "ให้ฉันคุยเอง มา" แล้วเธอก็มาที่โทรศัพท์ "เจนเหรอ" เธอพูด
          "ว่าไงคะ"
          "อาจจะฟังดูไม่เข้าท่านะ" ลิซบอก "แต่พี่ไปมาปีที่แล้ว สนุกมากเลยจ้ะ"
          ฉันนึกขึ้นมาได้ว่าฉันอาจไม่ชอบความสนุกก็ได้
          บอนนี่พูดขึ้นว่า "ตอบรับทุกงานที่ได้รับคำเชิญ!"
          "เธอมีอะไรทำคืนวันศุกร์ด้วยเหรอ" เฟทเอ่ยอย่างใจเย็น "ฉันคิดว่าเรากำลังคุยกันถึงอีดิท วอร์ตัน ใช่ไหมนะ?"
          ฉันกำลังจดที่อยู่ของงานปาร์ตี้ตอนสายที่สามดังเข้ามา โรเบิร์ตโทรมา "สวัสดีค่ะ" ฉันทัก รู้สึกประสาทจะกินขึ้นมา "กำลังติดสายอยู่พอดีค่ะ"
          เฟทพูดว่า "บอกไปว่าจะโทรกลับ"
          แต่ฉันทำตัวไม่ถูก ปลาของฉันฮุบสายอยู่แล้วแท้ๆ
          "ยัง" เฟทว่า "เขาแค่ตอดเบ็ดเล่นเท่านั้น"
          ฉันถามโรเบิร์ตว่าจะโทรกลับไปหาเขาได้ไหม
          เขาบอกว่าใช้โทรศัพท์สาธารณะอยู่
          "แล้วไงล่ะ" บอนนีบอก "ก็แค่บาทเดียว"
          แต่ฉันบอกโรเบิร์ตว่า "รอเดี๋ยวนะคะ" และบอกลิซว่าไว้เจอกันที่งานเต้นรำ
          โรเบิร์ตกับฉันคุยกันเรื่องงานแต่งงานสนุกแค่ไหน ฉันไม่มีสมาธิเอาเสียเลย พยายามนึกถึงแต่สัจจะที่ต้องทำตาม หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่ทำลายกฎข้อไหน แต่ในหัวนึกออกแต่ว่า อย่าบอกรักก่อน! ไว้ผมยาว! อย่าหยิบยกเรื่องแต่งงานมาคุย!
          เขาเล่าว่าเขาอยู่แถวนี้พอดีเพราะกำลังหาห้องพักอยู่ แล้วชวนว่าฉันอยากดื่มกาแฟด้วยกันไหม
          บอนนีบอก "อย่าตอบรับนัดที่บอกล่วงหน้าน้อยกว่าสี่วัน!"
          ฉันอึ้งไป ถามแต่เรื่องอพาร์ตเมนต์ที่เขาไปดูมาว่าเป็นอย่างไรบ้าง จนเสียงบันทึกของโอเปอเรเตอร์แทรกเข้ามาในสาย บอกให้หยอดเหรียญเพิ่มไม่อย่างนั้นจะถูกตัดสาย
          เขาหยอดเหรียญบาทไปอีกเหรียญ "ตัดสายนี่ฟังดูไม่มีเยื่อใยเลยนะครับ" เขาว่า "ฟังดูเหมือนเป็นจุดจบจัง" ฉันนึกในใจว่าไม่หรอกถ้าเขาเชื่อเรื่องชีวิตหลังการตัดสายน่ะ แต่เฟทขัดขึ้นว่า "ห้ามตลก"
          "ตกลงว่า" เขาพูดต่อ "คุณจะดื่มกาแฟหรือเปล่าครับ"
          ฉันตัดใจตอบออกไป "เห็นจะไม่ได้ค่ะ"
          "เด็กเอ๋ยเด็กดี" เฟทเอื้อน
          "เอ้อ" เขาเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วถามว่าฉันอยากกินข้าวเย็นด้วยกันวันศุกร์ไหม
          "เธอมีนัดแล้ว" เฟทพูดอีก "บอกเขาไปสิ"
          "ไม่ว่างวันศุกร์ค่ะ" ฉันบอก
          เขาตามติดด้วยคำขอนัดวันเสาร์ทันที
          "ได้" เฟทรับรอง
          "โอเคค่ะ" ฉันบอกโรเบิร์ต
          เสียงโอเปอเรเตอร์ดังขึ้นอีกบอกให้หยอดเหรียญเพิ่ม
          เขาว่า "ฟังเธอพูดสิครับ ยังกับว่าไม่เคยขัดจังหวะเรามาแล้วงั้นแหละ"
          ฉันมึนไปหมดด้วยความสุขที่ท่วมท้นในใจ

* * *

หลังจากจิตบำบัด ฉันเดินไปที่ลิฟต์ขณะที่บอนนีเอ่ยขึ้นว่า "แสนดีจริงๆ"
          "ดีอะไร?" ฉันว่า
          "เธอรักษาสัจจะน่ะสิ ข้อที่ว่า อย่าบอกจิตแพทย์ของคุณเกี่ยวกับคู่มือนี้!"
          "ไม่บอกเพราะอยากให้หมอเห็นว่าฉันอาการดีขึ้นต่างหากล่ะ" ฉันว่าอีก "หวังว่าสักวัน หมอคงบอกว่าฉันดีขึ้นแล้วจริงๆ และไม่จำเป็นต้องมาหาหมออีกแล้ว"
          "คงเป็นวันเดียวกับที่ร้านซักแห้งแนะนำให้เธอซักเสื้อด้วยมือน่ะ" เฟทบอกขณะแปรงผมไปด้วย

* * *
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ