| ย่า อิลิโก้ อิลลาเรียนและผม : Nodar Dumbadze |
หนังสือเล่มนี้ทำให้ฉันรู้จักโนดาร์ ดุมบัดเซ่ เป็นครั้งแรก และการอ่านหนังสือเล่มนี้ทำให้เขากลายเป็นนักเขียนที่น่าประทับใจ หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มหนึ่งในดวงใจฉัน ในปกของฉบับแปลมีคำบรรยายใต้ชื่อเรื่องว่า "เรื่องราวของคนดีๆ และความรักอันสดสวย" ซึ่งเป็นสิ่งบอกตัวตนของหนังสือได้ดียิ่ง และเรื่องราวดีๆ เช่นนี้ ก็เป็นเรื่องที่ไม่อยากให้คุณผ่านไป
เรื่องราวในเล่มเล่าโดยซูริโก้ เริ่มเรื่องตั้งแต่เขายังเป็นเด็ก ซูริโก้อาศัยในหมู่บ้านเล็กๆ ในประเทศจอร์เจีย เป็นหมู่บ้านที่ไม่มีแม้กระทั่งหนังสือพิมพ์ใหม่ขาย ฉบับล่าสุดที่จะได้อ่านกันก็ต้องเป็นของสัปดาห์ที่แล้ว แต่ถึงกระนั้น หมู่บ้านชนบทแห่งนี้ก็สวยงามรื่นรมย์ และเป็นที่ๆ ซูริโก้รักมากที่สุดในโลก ซึ่งเป็นเพราะว่าหมู่บ้านแห่งนี้มีย่า อิลิโก้ อิลลาเรียน และมีเขา เนื้อหาในเล่มพาเราไปรู้จักชีวิตที่น่ารักของผู้คนเล็กๆ เหล่านี้ และความน่าประทับใจมาจากหัวใจที่งดงามด้วยน้ำใจไมตรีสดสะอาด เป็นเรื่องที่อ่านแล้วใจชุ่มชื่นนัก เรื่องราวดำเนินไปด้วยอารมณ์ขัน แต่บางจังหวะ น้ำตาก็จะรื้นในดวงตา ซูริโก้เป็นเด็กสารเลวของคนทั่วไป เขาขี้เกียจเรียนหนังสือ และเจ้าเล่ห์วายร้าย ในกระเป๋านักเรียนมีแต่หนังสืออย่างเดคาเมรอน และทริสถานและอิโซลด์ แต่ปราศจากหนังสือเรียนสักเล่ม ซูริโก้อยู่กับย่า ย่าที่ปากร้ายแต่ใจดีอย่างน่ารักที่สุด ลองมารู้จักย่าจากถ้อยคำนี้ที่ย่าโต้ตอบข้างบ้าน ที่มาต่อว่าหมาของซูริโก้ "อะไรกัน แม่คุณ ... มูราดาเป็นหมาระยำงั้นเรอะ หล่อนรู้ไว้ด้วย มันมีเทือกเถาเหล่ากอดีกว่าโคตรเหง้าและผัวหล่อนอีกนะยะ!" ส่วนลุงอิลลาเรียนและลุงอิลิโก้ เป็นคู่หูคู่กัดที่น่ารักยิ่ง ทั้งคู่รักกันยิ่งกว่าใคร แต่ต่างก็เป็นเฒ่าสารพัดพิษที่มีเล่ห์เหลี่ยมทันกัน และมีความสัมพันธ์แบบรักในระหว่างความเจ็บปวดที่น่าขบขันมาก บทสนทนาและการกลั่นแกล้งชิงไหวพริบของทั้งคู่ ทำให้หัวเราะได้เสมอๆ ทั้งสี่ตัวละครแม้จะแตกต่างกัน แต่สิ่งที่มีร่วมกันคือความรักที่มีต่อกันอย่างเหลือเกิน และทุกคนมีหัวใจที่แสนดี อยากให้ลองเห็นความสัมพันธ์ของทั้งสี่จากตอนนี้ ซูริโก้ต้องขาดเรียนมาช่วยงาน แต่จำเป็นต้องมีใบรับรองแพทย์ ย่าจึงให้ซูริโก้นอนซม แล้วตามหมอมา ขณะที่ลุงทั้งสองเล่นละครเต็มที่กับหมอ ว่าซูริโก้ป่วยหนักจริงๆ ทั้งคู่บอกว่าซูริโก้กินอะไรก็ไม่ได้สักอย่างเลย หมอจึงถามว่า "แล้วไก่ทอดกระเทียมล่ะ หรือซุลกูนิแนมมินท์ หรือต้มไก่ หรือไม่ก็ปลาเทราต์ราดซอส เธอจะว่าไง พ่อหนุ่ม" ดุมบัดเซ่เป็นคนเขียนหนังสือน่ารักเช่นนี้ เขาอ่อนโยนต่อโลก และความละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกในหัวใจ ถ่ายทอดลงสู่เส้นสายในถ้อยคำของเขา ดุมบัดเซ่ไม่ได้บรรยายถึงรูปร่างลักษณะของตัวละครนัก แต่เขากลับเปิดให้เห็นได้ลึกไปถึงในหัวใจของตัวละครทีเดียว เรื่องราวในนี้ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย แต่อ่านแล้วอิ่มในใจ ดุมบัดเซ่เล่าเรื่องชีวิตได้จับใจ และในเส้นทางขรุขระของชีวิต เขายังบอกเสมอว่าถนนข้างหน้าจะไม่สาหัสเกินไป หากเรายังมีรัก ทราย ชยา ผู้แปล ถ่ายทอดเรื่องนี้เป็นภาษาไทยได้ดีมาก ระดับของภาษาที่ใช้เหมาะสม และได้อารมณ์ในรสชาติของภาษาไทย ศัพท์สำนวนนำมาใช้ได้อย่างน่าชื่นชม เขาทำให้เสน่ห์ของอิลิโก้และอิลลาเรียนมีชีวิตชีวาขึ้นมาในตัวหนังสือได้ดียิ่ง น่าดีใจที่ผู้แปลนำงานดีๆ เช่นนี้มาสู่คนไทย เพราะหนังสือของดุมบัดเซ่หายากมาก แม้แต่ฉบับภาษาอังกฤษก็ล้วนแล้วแต่ไม่มีขาย และไม่มีพิมพ์อีกแล้ว หนังสือเล่มนี้ในภาษาไทยก็อาจจะหายากสักนิด ฉันไม่เห็นในร้านหนังสือภาษาไทยมานานแล้ว ได้แต่หวังว่าคงได้มีการนำมาพิมพ์ใหม่ในสักวันหนึ่งข้างหน้าที่ไม่ไกล ถึงหนังสือเล่มนี้จะหายากอย่างไร ก็ยังอยากชวนให้คุณได้รู้จักเอาไว้ หนังสือเล่มนี้น่ารักและอ่านจับใจนัก มิใช่เป็นเรื่องที่จะสาบสูญไปกับกาลเวลา หากคุณได้รู้จักย่า อิลิโก้ อิลลาเรียน และซูริโก้แล้ว คุณจะไม่ลืมหัวใจสวยๆ ของพวกเขา หัวใจแสนดีหลายดวงที่บรรจุในหนังสือเล่มนี้ รอให้คุณไปรู้จัก รอให้คุณไปรัก บทความที่เกี่ยวข้อง : ย่า อิลิโก้ อิลลาเรียน และซูริโก้
เกี่ยวกับผู้เขียน Nodar Dumbadze (1928-1985) เป็นนักเขียนชาวจอร์เจียน เกิดที่ทบิลิสิ เมื่อจบเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยทบิลิสิแล้ว ได้เขียนบทกวี ผลงานที่เป็นที่รู้จักคือ รวมเรื่องสั้นเชิงหัสนาฎกรรม เด็กหมู่บ้าน (1959) นวนิยาย ข้าเห็นดวงตะวัน (1962) พรรณนาชีวิตชาวบ้านในยามสงครามอย่างชวนหดหู่ The Sunny Night (1967) เรื่องที่เป็นกึ่งอัตชีวประวัติของดุมบัดเซ่เอง บอกชีวิตสมัยเป็นนักศึกษา และการพบแม่ที่กลับมาอย่างไม่คาดฝัน หลังจากที่แม่ต้องอยู่ในค่ายกักกันนานหลายปี อย่ากลัวไปเลยแม่จ๋า (1971) เขียนถึงโลกของทหารรักษาชายแดน เขาได้รับรางวัลเลนินในปี 1966 ดุมบัดเซ่เขียน ย่า อิลิโก้ อิลลาเรียน และผม ในปี 1960 เป็นนวนิยายที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จใหญ่หลวง เกี่ยวกับผู้แปล ทราย ชยา เกิดปี ๒๕๐๑ ที่ชัยนาท เคยเป็นนักเรียนมหาวิทยาลัย คนขายหนังสือ คนขายเหล้า คนอ่านต้นฉบับ และเป็นผู้พเนจร มีผลงานแปลจำนวนมาก เช่น มาร์โควัลโด สุภาพบุรุษแห่งทุ่งหญ้า แว่วเสียงพิณพม่า แรกรัก และหนังสืออีกเล่มของดุมบัดเซ่ชื่อ ความรื่นรมย์แห่งชีวิต ผู้แปลเขียนไว้ในบันทึกในเล่มว่าเขาเคยอ่านเรื่องสั้นของดุมบัดเซ่และชอบมาก วันหนึ่งได้เห็นหนังสือ ย่า อิลิโก้ ฯ เล่มนี้ในร้านเล็กๆ แถวสยามสแควร์ "มันช่างน่าเศร้าที่ผมไม่มีเงินติดตัวเลย ผมเฝ้าภาวนาให้มันยังคงอยู่ที่เก่า ขณะที่รีบโกยอ้าวไปขอยืมเงินเพื่อนมาซื้อ..." ย่า อิลิโก้ อิลลาเรียนและผม : โนดาร์ ดุมบัดเซ่ เขียน ทราย ชยา แปล
Granny, Illiko, Illarion and I : Nodar Dumbadze
"โอลก้า ถามมันดูเถอะ คนสืบมาจากลิงอย่างไร" Copyright © 2001 faylicity.com |
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑๕ มกราคม ๒๕๔๔ |