| HARRY POTTER : J. K. Rowling |
แฮร์รี พอตเตอร์เป็นหนังสือเด็กที่เป็นที่กล่าวขวัญกันมากที่สุดในช่วงปีที่ผ่านมา แม้แต่คนที่ไม่เคยอ่านก็จะคุ้นจากหน้าปกที่เรียงรายในร้านหนังสือ จากชื่อที่ครองตำแหน่งในอันดับหนังสือขายดีของนิวยอร์กไทมส์ติดต่อกันเจ็ดสิบหกอาทิตย์ (ประมาณปีครึ่ง) และจากข่าวความคลั่งไคล้ของแฟนหนังสือทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ชื่อเสียงทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือแฟชันที่ผ่านมาชั่ววูบและจะผ่านไป แต่เป็นเพราะแฮร์รี พอตเตอร์เป็นหนังสือที่มีเวทมนตร์สะกดคนอ่านให้หลงใหลได้จริงๆ
หนังสือเล่มแรกเปิดเรื่องที่แฮร์รี พอตเตอร์ ซึ่งเป็นเด็กชายอายุสิบเอ็ดสวมแว่นตาหนาเตอะ ผอมแห้งและผมยุ่งกระซัดกระเซิงตลอดเวลา เขากำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่ยังแบเบาะและอยู่ในความเลี้ยงดูของลุงและป้าใจร้าย แฮร์รีไม่ใช่เด็กธรรมดา เขามีสายเลือดของพ่อมดและเกิดมาเพื่อเป็นพ่อมดที่ยิ่งใหญ่ และถ้าหากคุณยังไม่รู้ จริงๆ แล้วโลกนี้มีเวทมนตร์อยู่จริง พ่อมดแม่มดต่างเดินปะปนกับสามัญชนไปตามท้องถนน แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้สังเกตเท่านั้นเอง แฮร์รีไม่รู้ตัวว่าเป็นพ่อมดจนอายุครบสิบเอ็ด ถึงกำหนดที่เขาต้องเข้าเรียนที่โรงเรียนฮอควาร์ต ซึ่งเป็นโรงเรียนที่จะฝึกให้เขาเป็นพ่อมดเต็มตัว แฮร์รีต้องเรียนทั้งสิ้นเจ็ดปี หนังสือแต่ละเล่มเล่าชีวิตแต่ละปีของแฮร์รีในโรงเรียน บอกเรื่องของเพื่อน การผจญภัย การเสี่ยงและต่อสู้กับเวทมนตร์ชั่วร้ายที่คอยตามล้างชีวิตแฮร์รี การค้นหาคำตอบเรื่องพ่อแม่ที่เขาไม่ทันได้รู้จัก และความลับของรอยแผลเป็นรูปสายฟ้าฟาดที่ตราอยู่ที่หน้าผาก โรว์ลิงเขียนหนังสือเล่มนี้ได้ลงตัว เธอใส่ใจรายละเอียด ความละเอียดอ่อนนี้ส่งผลให้เนื้อเรื่องแนบเนียน สนุกสนานน่าสนใจ และคลี่คลายได้หักมุม ทำให้เรื่องราวน่าติดตามและจุดความอยากรู้อยากเห็นของผู้อ่านได้ตลอดเรื่อง เสน่ห์ดีที่สุดน่าจะเป็นความสมจริงและการเชื่อมโยงโลกจินตนาการกับโลกจริงได้ไร้ที่ติ ความสมจริงนี้มาจากบุคลิกของตัวละครแต่ละตัวที่มีทั้งด้านเข้มแข็งและมุมอ่อนแอ ในความดีงามมีมุมมืดเร้นอยู่ และในความชั่วร้ายมีจังหวะสวยงามอ่อนหวาน เธอไม่ได้วาดโลกด้วยสีขาวดำ แต่กลับใช้ทุกสีสรรพ์ที่มีในโลก โลกของเธอจึงน่าอัศจรรย์ การเชื่อมโยงโลกจินตนาการกับโลกจริงอย่างไร้ที่ติมาจากเนื้อเรื่องที่โรว์ลิงเขียนให้เกิดในอังกฤษ ให้โลกเวทมนตร์อยู่ในโลกใบเดียวกับเรา เธออาจเขียนถึงดาวอะไรสักดวงหรือโลกสมมติสักแห่ง ใส่จินตนาการได้ไม่สิ้นสุดไร้ข้อจำกัด แต่จะไม่มีเสน่ห์กว่าหรือ หากเธอวาดจินตนาการให้สอดร้อยไปกับโลกจริงได้ ทอความฝันให้คนอ่านสานต่อด้วยจินตนาการของแต่ละคน นี่อย่างไร ข่าวแปลกประหลาดในหน้าหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ที่เป็นหลักฐานการมีอยู่ของเวทมนตร์ คุณป้าข้างบ้านที่น่าลึกลับคนนั้นอาจจะเป็นแม่มดใจดีที่น่ารู้จักก็เป็นได้ โรว์ลิงระบายสีสรรพ์ที่น่าตื่นเต้นให้โลกธรรมดาใบนี้ และสีสรรพ์นี้สวยได้ด้วยจินตนาการของเรา นี่เองคือเวทมนตร์ที่แท้จริงของหนังสือ มนต์สะกดนี้อยู่ในตัวโรว์ลิง หนังสือเล่มนี้ไม่ควรพลาดเลย ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ถึงแม้ว่าคุณอาจจะไม่ชอบ ก็น่าจะลองค้นให้พบว่าคุณไม่ชอบจริงๆ แต่สำหรับคนที่ต้องมนต์เข้าแล้ว เราคงกำลังรอคอยวันที่ 8 กรกฎาคมด้วยใจจดจ่อ วันที่แฮร์รี พอตเตอร์เล่ม 4 จะออกวางขายเป็นวันแรก และวันที่โรค HP4 ของหลายคนจะสิ้นสุดลงชั่วคราว ก่อนพัฒนาเป็นโรค HP5 กำเริบต่อไป
เกี่ยวกับผู้เขียน J.K. Rowling โจแอน เค โรว์ลิงเติบโตที่ Chepstow ใน Gwent เรียนมหาวิทยาลัยที่ Exeter University ในภาควิชาภาษาฝรั่งเศสซึ่งเธอบอกว่าเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวง เมื่อจบแล้วย้ายไปลอนดอน ทำงานที่องค์กรระหว่างประเทศที่ทำวิจัยเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนใน Francophone แอฟริกา เธออยากเป็นนักเขียนแต่เด็กและเริ่มเขียนแฮร์รี พอตเตอร์ในการเดินทางบนรถไฟคราวหนึ่ง โรว์ลิงเขียนหนังสือเล่มนี้ตอนพักเที่ยงที่คาเฟ่และผับ ต่อมาเธอย้ายไปโปรตุเกสเพื่อสอนภาษาอังกฤษ เธอแต่งงานและยังคงเขียนหนังสือ เธอเขียนหนังสือเล่มแรกเสร็จไปหนึ่งในสี่ตอนที่ลูกสาวเกิด ต่อมา โรว์ลิงต้องเลี้ยงลูกสาวตามลำพัง เธอเขียนแฮร์รี พอตเตอร์ในร้านกาแฟช่วงตกงานระหว่างที่ลูกสาวนอนหลับ ในตอนนั้น "ชีวิตของฉันตกต่ำถึงขีดสุด ฉันต้องพยายามทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ ถ้าไม่มีสิ่งท้าทายแล้ว ฉันคงเป็นบ้าตายแน่ๆ" แฮร์รี พอตเตอร์กลายเป็นผลงานตีพิมพ์เรื่องแรกของเธอที่ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น ปัจจุบันโรว์ลิงอาศัยที่เอดินเบอระ สก็อตแลนด์ บทสัมภาษณ์เจ เค โรว์ลิง เพิ่มเติมล่าสุด ๑ กันยายน ๒๕๔๓ Copyright © 2000 faylicity.com Harry Potter: J.K. Rowling Publisher: Arthur A. Levine Books
|
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๓ มิถุนายน ๒๕๔๓ |
|
[ลองแปลตอนสั้นๆ หลายตอนจากหนังสือมาให้ลองอ่าน แฮร์รีต้องเตรียมตัวสู่การเริ่มต้นเรียนในโรงเรียนเวทมนตร์]
เครื่องแบบ
ตำราเรียน
อุปกรณ์อื่น
แฮร์รีอยากมีตาสักแปดคู่ เขาหันหัวไปรอบทิศทางขณะเดินไปตามถนน พยายามดูทุกอย่างให้ทั่วในคราวเดียวกัน ทั้งร้านค้า ของที่วางนอกร้าน และผู้คนที่เดินจับจ่ายของ ผู้หญิงเจ้าเนื้อที่อยู่หน้าร้านอโพเทคารีส่ายหัวไปมา พลางบ่นตอนแฮร์รีเดินผ่านว่า "ตับมังกร ออนซ์ละสิบเจ็ดซิคเกล บ้าไปแล้ว..." เขาพากันไปซื้อหนังสือเรียนของแฮร์รีในร้านชื่อ "เฟลอริชและบล็อต" ซึ่งมีชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน เรียงรายไปด้วยหนังสือเล่มใหญ่หุ้มปกหนังขนาดแผ่นหินปูทางเท้า หนังสือเล่มเล็กปกไหมขนาดเท่าแสตมป์ หนังสือที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์แปลกๆ บางเล่มก็ไม่มีอะไรเขียนไว้ในนั้นสักนิดเดียว ต่อให้ดัดลีย์ซึ่งเป็นคนที่ไม่เคยอ่านหนังสืออะไรเลยได้มาเห็นก็ต้องตื่นเต้นและคว้าไปสักเล่มสองเล่มแน่ๆ แฮกริดเกือบต้องลากแฮร์รีออกมาจาก คำสาปและการแก้คำสาป (ทำให้เพื่อนคุณเคลิบเคลิ้มและทำให้ศัตรูงงงวยด้วยการล้างแค้นรูปแบบใหม่ล่าสุด: ผมร่วง ขาเป็นวุ้น พูดไม่ออกบอกไม่ถูก และอีกมากมาย) โดยศาสตราจารย์วินดิคตัส วิริเดียน ที่ฮอควาร์ตมีบันไดสี่สิบสองแห่ง มีทั้งบันไดกว้างๆ แคบๆ บันไดผุพัง บางบันไดก็พาไปสู่ที่ที่ไม่เหมือนเดิมถ้าวันนั้นเป็นวันศุกร์ บางบันไดมีขั้นที่หายไปกลางคันและเราต้องคอยจำว่าต้องกระโดดข้ามไป ยังมีประตูที่ไม่ยอมเปิดถ้าเราไม่พูดจาขอร้องดีๆ หรือจั๊กกะจี้ให้ถูกจุด มีประตูที่ไม่เหมือนประตูแต่แกล้งทำตัวเป็นกำแพงทึบ เป็นเรื่องยากเย็นที่จะจำว่าอะไรอยู่ที่ไหน เพราะทุกอย่างดูจะเคลื่อนย้ายได้หมด ผู้คนในรูปภาพติดผนังต่างวิ่งไปมาหาสู่กัน แฮร์รีมั่นใจเหลือเกินว่าชุดเกราะที่ตั้งอยู่นั้นขยับได้เองแน่ๆ นักเรียนต้องศึกษาท้องฟ้าตอนกลางคืนด้วยกล้องโทรทรรศน์ทุกเที่ยงคืนวันพุธ และจดจำชื่อและการโคจรของเหล่าดาวเคราะห์ ต้องไปสวนพฤกษศาสตร์หลังปราสาทอาทิตย์ละหนเพื่อเรียนวิชาสมุนไพรกับแม่มดชื่อศาสตราจารย์สเปราท์ [...] วิชาที่น่าเบื่อที่สุดคือประวัติศาสตร์เวทมนตร์ ซึ่งเป็นวิชาเดียวที่สอนโดยวิญญาณ [...] "วิชาแปลงร่างเป็นวิชาที่ซับซ้อนและอันตรายที่สุดวิชาหนึ่งที่เราจะได้เรียนในโรงเรียนฮอควาร์ต" ครูบอก [...] แล้วครูก็เปลี่ยนโต๊ะให้กลายเป็นหมูแล้วเปลี่ยนกลับไปอย่างเดิม นักเรียนทุกคนติดใจมากและอยากเริ่มลองเสียเร็วๆ แต่ไม่ช้าก็รู้ว่าอีกนานนักกว่าจะได้เรียนการเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์เป็นสัตว์สักตัว หลังจากต้องจดโน้ตย่อแสนซับซ้อน นักเรียนแต่ละคนได้ไม้ขีดมาคนละอันและต้องพยายามแปลงไม้ขีดนั้นให้กลายเป็นเข็ม พอถึงท้ายชั่วโมง มีเพียงเฮอร์ไมโอนี แกรนเจอร์คนเดียวเท่านั้นที่พอจะทำให้ไม้ขีดดูต่างไปจากเดิมได้ อาจารย์แมคกอนอกัลอวดไม้ขีดของตนให้ชั้นเรียนดูว่ากลายเป็นสีเงินไปแล้ว และส่งยิ้มยากของอาจารย์ให้เฮอร์ไมโอนี แต่ชั้นเรียนที่ใครๆ รอคอยคือวิชาป้องกันตัวจากมนต์ดำ แต่กลับกลายว่าบทเรียนของอาจารย์ควิลเรลเป็นเรื่องน่าขัน ชั้นเรียนนี้ฉุนเฉียวรุนแรงด้วยกลิ่นกระเทียมที่ว่ากันว่าจะช่วยไล่ผีดูดเลือดที่อาจารย์ไปประจันเข้าในโรมาเนีย ซึ่งอาจารย์กลัวว่าจะกลับมาแก้แค้นคืนสักวัน" |