* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก
 
book IMMORTALITY : Milan Kundera

Book Coverหนังสือเล่มนี้เป็นผลงานเรื่องแรกของมิลาน คุนเดอราที่ฉันได้อ่าน เมื่ออ่านแล้วก็เกิดติดใจทั้งตัวหนังสือและตัวผู้แต่งอย่างเหลือเกิน คุนเดอรามีมุมมองความคิดที่น่าสนเท่ห์ เขียนหนังสือน่าติดตาม ชวนให้ผู้อ่านคิดตามไปได้ตลอดเวลา ถ้าจะให้พูดสั้นๆ เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ ก็ต้องบอกว่าเป็นหนังสือที่น่าอ่านอย่างยิ่ง

หนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็นเจ็ดตอน แต่ละตอนเล่าเรื่องราวของตัวละครต่างๆ กันไป เนื้อเรื่องช่วงแรกจึงดูเหมือนว่าแต่ละตัวละครไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันเลย แต่เมื่ออ่านหนังสือจบแล้ว ภาพต่อต่างๆ จะประกอบกันเป็นภาพรวมที่ลงตัวสวยงาม เคยมีคนถามว่าหนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร นับเป็นคำถามที่ตอบได้ยากเย็น เพราะคุนเดอราเขียนด้วยวิธีการที่เขาว่าไว้ว่า หนังสือที่เขาเขียนนั้น "บรรยายไม่ได้" เพื่อนของเขาตอบว่าน่าเสียดาย แต่คุนเดอราแย้งว่า "ไม่เลย กลับเป็นข้อดี ยุคสมัยนี้ฉกฉวยเอาทุกอย่างที่คนเขียนขึ้น เพื่อนำไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์ หรือการ์ตูน สิ่งที่สำคัญที่สุดในนวนิยายจึงต้องเป็นสิ่งที่แสดงออกมาได้ในรูปแบบของนวนิยายเท่านั้น เพื่อที่การแปรรูปเป็นอย่างอื่นจะได้ไปแต่สิ่งที่ไม่เป็นสาระสำคัญ ถ้าหากคนเราทุกวันนี้ยังบ้าพอที่จะเขียนนิยาย และต้องการปกป้องหนังสือของตัวเองล่ะก็ คนเหล่านั้นต้องเขียนในแบบที่หนังสือเล่มนั้นจะเอาไปดัดแปลงอีกไม่ได้ อีกนัยหนึ่ง ก็คือเขียนในรูปแบบที่จะเอาไปบอกเล่าไม่ได้นั่นเอง"

คุนเดอราเขียนหนังสือเล่มนี้ได้สมดังจุดมุ่งหมายของนิยายที่ดีที่เขาถูกใจแล้ว เพราะบอกเล่าได้ยาก และถึงแม้จะทำได้ ก็จะเป็นการทำลายเสน่ห์ในรูปแบบการเล่าของเขาอย่างน่าเสียดาย ที่เล่ายากนั้นเพราะคุนเดอราไม่ได้วางโครงเรื่องให้ดำเนินไปตามลำดับของการเวลา และตามความสัมพันธ์ของตัวละครจากหนึ่ง สอง ไปสาม และสี่ ตามรูปแบบทั่วไป แต่กลับวางสี่ หนึ่ง สาม ห้า สอง เจ็ด เป็นต้น ไม่เพียงแต่การลำดับเวลาเท่านั้นที่แตกต่างออกไป คุนเดอรายังดึงเอาความจริงและจินตนาการมาวางอยู่ด้วยกัน ประหนึ่งเป็นเรื่องธรรมดาสามัญโดยที่เขาไม่จำเป็นต้องอธิบายเหตุผล

ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่หนังสือเล่มนี้จะเล่าเรื่องราวของแอคเนส และพอล กับลอรา สามีและน้องสาวของเธอ มีเรื่องของเกอเธ กวีเยอรมันผู้โด่งดังและภรรยาของเขา กับเบตตินา หญิงสาวที่หลงรักเกอเธ มีตอนที่กล่าวพาดพิงถึงบีโธเฟน เฮมิงเวย์ และดาลี ศิลปินเซอร์เรียลลิสม์ และแม้แต่คุนเดอราเองก็กลายเป็นตัวละครตัวหนึ่งในเรื่อง และจึงเป็นไปได้ที่คุนเดอราจะให้ "จะมีตัวละครใหม่เอี่ยมอ่องปรากฏตัวในนิยาย และจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อจบบท ตัวละครนี้จะไม่ก่อเหตุอะไร และไม่ทิ้งผลอันใดไว้กับเรื่อง และนี่เป็นสิ่งที่ผมชอบที่สุดของตัวละครนี้ ตอนที่หกจะเป็นนวนิยายในนวนิยายอีกที และเป็นเรื่องอีโรติกที่รันทดที่สุดที่ผมเคยเขียน บทนี้จะพลอยทำให้คุณเศร้าไปด้วย" ด้วยเหตุนี้ รูเบนส์จึงปรากฏตัวขึ้นในตอนที่หกอย่างไม่มีที่มาที่ไป

คุนเดอราตั้งใจอย่างนั้นเพราะเขาคิดว่า "ผมเสียดายที่หนังสือส่วนใหญ่ที่คนเขียนขึ้นนั้น ยอมสยบต่อกฎของความมีเอกภาพในเหตุผลมากเกินไป ... ผมหมายความว่าแก่นเรื่องนั้นเป็นลูกโซ่ที่มาจากสาเหตุเดียว และโยงใยไปสู่การกระทำหรือเหตุการณ์ต่างๆ หนังสือเหล่านี้จึงคล้ายกับถนนสายแคบที่มีผู้ถือแส้คอยควบคุมตัวละครต่างๆ ... นวนิยายไม่ควรจะเป็นเหมือนการแข่งขันจักรยาน [ ที่เร่งรีบไปให้ถึงจุดหมายเพื่อที่จะคลี่คลายอย่างรวดเร็ว ] แต่ควรเป็นดั่งงานเลี้ยงที่เสนออาหารหลากหลาย [ เพื่อที่คุณจะได้อยากกินให้ช้าที่สุด เพราะไม่อยากให้รสชาติอาหารนั้นสิ้นสุดลง ] หนังสือเล่มนี้ไม่ได้กระตุ้นให้ผู้อ่านอยากรู้บทจบเพื่อที่เหตุการณ์ต่างๆ จะได้คลี่คลาย หากแต่เป็นภาพต่อที่ทุกชิ้นส่วนย่อยเต็มไปด้วยรายละเอียดประณีตน่าสนใจ

ชื่อหนังสือ อิมมอร์ทัลลิตี ไม่ได้หมายความถึงความเป็นอมตะทางร่างกายหรือจิตวิญญาณ แต่คือผู้คนที่ยังอยู่ในความทรงจำของคนรุ่นหลัง แม้ว่าตัวจะหาชีวิตไม่แล้ว ทุกคนเป็นอิมมอร์ทัลลิตีได้ แต่ทางชีวิตของคนที่จะไปสู่อิมมอร์ทัลลิตีอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก คือชีวิตของศิลปินและผู้ครองรัฐ เราอาจจะพอเห็นเหตุผลได้ลางๆ ว่าทำไมในเรื่องนี้จึงมีเรื่องราวของเกอเธ เฮมิงเวย์ และคนดังอื่นๆ บทสนทนาเกี่ยวกับอิมมอร์ทัลลิตีระหว่างเกอเธและเฮมิงเวย์น่าสนใจมาก เฮมิงเวย์บ่นหลังจากเสียชีวิตไปแล้วว่า ผู้คนต่างพากันหยิบยกข้อกล่าวหามาว่าร้ายเขา แทนที่จะอ่านหนังสือที่เขาเขียน กลับพากันมาเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวเขาเสียนี่ เกอเธตอบว่านี่ล่ะคืออิมมอร์ทัลลิตี คือคดีความที่เป็นนิรันดร์ และบอกเฮมิงเวย์ว่าควรจะระมัดระวังในการใช้ชีวิตให้มากกว่านี้ เฮมิงเวย์โพล่งต่อจากนี้ได้น่าฟังมาก (จากจินตนาการของคุนเดอรา) ว่าอิมมอร์ทัลลิตีรัดเขาให้อึดอัดเพียงไร และคนเราฆ่าตัวตายหนีชีวิตได้ แต่ไม่อาจฆ่าความเป็นอิมมอร์ทัลลิตีได้

หนังสือยังมีประเด็นอื่นที่น่าสนใจและน่าขบคิดอีกมากมาย ความคิดบางส่วนข้างต้นของคุนเดอรา คงพอทำให้เห็นภาพว่าเขาชอบหยิบยกเรื่องราวสามัญ แต่ใส่ความคิดในมุมที่ขัดแย้งกับความเชื่อของคนส่วนใหญ่ และที่สำคัญคือเขาให้เหตุผลสนับสนุนความคิดของตนได้น่าฟัง ผู้อ่านจึงไม่เพียงแต่เป็นผู้รับ แต่ยังคิดตามและจุดความคิดให้ต่อเนื่องได้ตลอดเวลา นี่คือความสนุกของหนังสือเล่มนี้

ผลงานอีกเล่มของคุนเดอราที่ได้รับการแปลเป็นไทยแล้ว คือ ความเบาหวิวเหลือทนของชีวิต แต่อิมมอร์ทัลลิตีมีความสลับซับซ้อนและมีความลึกของตัวละครมากกว่า ผู้ที่อ่านอิมมอร์ทัลลิตีก่อนจะอ่านความเบาหวิวฯ จึงอาจรู้สึกผิดหวังกับหนังสือเล่มหลังได้ คุนเดอรายังใส่อารมณ์ขันไว้ในอิมมอร์ทัลลิตี โดยบอกว่าหนังสือเล่มนี้น่าจะตั้งชื่อว่า ความเบาหวิวเหลือทนของชีวิตต่างหาก เล่มความเบาหวิวนี้ตั้งชื่อผิดไป แต่ไม่ว่าหนังสือเล่มนี้จะชื่ออะไร คุนเดอราก็ได้เป็นอิมมอร์ทัลลิตีในใจนักอ่านบางคนไปแล้ว จากผลงานเขียนเล่มนี้
 

เกี่ยวกับผู้เขียน Milan Kundera มิลาน คุนเดอรา เกิดที่เชคโกสโลวาเกียในปี 1929 เขาย้ายมาพำนักในฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 1975 หลังจากรัฐบาลเชคระงับผลงานของเขาตอนที่โซเวียตเข้ายึดครองเชคในปี 1968 นอกจากผลงานนวนิยายแล้ว เขายังเขียนบทละครและกวีด้วย งานของคุนเดอราเต็มไปด้วยอารมณ์ขัน ความสงสัยใคร่รู้ และมีพื้นฐานของการมองสภาวะมนุษย์ในแง่ร้าย เขาถือว่าหน้าที่ของนักเขียนนิยายคือการแสดงปรัชญาแห่งการดำรงอยู่ของมนุษย์ให้ปรากฏ ผลงานหลายชิ้นของเขาสะท้อนการเมืองผ่านสายตาของผู้ที่ตกอยู่ใต้ความเข้มงวดของระบบคอมมิวนิสต์ ปัจจุบัน คุนเดอราใช้ชีวิตในปารีส

Immortality : Milan Kundera
Translated from Czech by Peter Kussi
ISBN 0-06-097448-6 HarperPerennial $13.50
Cover design: Doreen Louie . . . Cover illustration : Daedalus and Icarus painting by Charles-Paul Landon

อมตะ : มิลาน คุนเดอรา แปลจากภาษาอังกฤษโดย ภัควดี วีระภาสพงษ์
แพรว ๒๕๔๖

Copyright © 2000 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑๐ มิถุนายน ๒๕๔๓