* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book ว้ากน้อง การสร้างและสืบทอดระบบเผด็จการในมหาวิทยาลัย : ธเนศวร์ เจริญเมือง

Book Cover
สถาบันการสอนที่ยอมให้นักศึกษาน้องใหม่ถูกรุ่นพี่ข่มเหง ดุด่าและลงโทษด้วยวิธีการสารพัด ในกิจกรรมการรับน้องและการประชุมเชียร์ ยังควรจะเรียกสถาบันนั้นว่ามหาวิทยาลัยต่อไปหรือไม่ และในเมื่อการผลิตบัณฑิตแต่ละรุ่น มีการส่งเสริมกิจกรรมปัญญาอ่อน นักศึกษาใหม่กลายเป็นไพร่ทาส สังคมนี้จะมีความหวังอะไรกับผู้มีการศึกษาทั้งหลาย
-- ธเนศวร์ เจริญเมือง ๒๕๔๓

เหตุการณ์พฤษภาทมิฬนั้น แม้จะน่าชิงชัง แต่ก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปีเดียว ยังมีเหตุการณ์ชั่วร้ายที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกปี เป็น มิถุนาทมิฬ ที่ความถ่อยสถุลก่อตัวและดำเนินเรื่อยไปในโฉมหน้าของธรรมเนียมการรับน้อง อันเป็นความน่าชิงชังที่แก้ไขได้ยาก บทความสองชิ้นของธเนศวร์ เจริญเมืองในหนังสือเล่มนี้เขียนถึงระบบเผด็จการในนามการรับน้องในรั้วมหาวิทยาลัยได้ดียิ่ง น่าจะได้เผยแพร่ให้อ่านกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะนักศึกษาและผู้ที่กำลังจะเป็นนักศึกษาทุกคน รวมทั้งผู้ที่มีลูกหลานที่จะเป็นนักศึกษาในอนาคต เพื่อจะได้ปลูกฝังมิให้มีส่วนสนับสนุนระบบเผด็จการเช่นนี้ให้ดำรงอยู่ต่อไปในภายภาคหน้า

หนังสือเล่มนี้ประกอบด้วยบทความสองเรื่อง คือ จากรับน้องถึงห้องเชียร์ : การสร้างระบบเผด็จการในมหาวิทยาลัย (๒๕๓๗) และ มิถุนาทมิฬ : การสืบทอดระบบเผด็จการในมหาวิทยาลัย (๒๕๔๓) และจดหมายเปิดผนึกจากผู้ปกครองอีกหนึ่งฉบับ เขียนโดยผู้ปกครองของนักศึกษาคนหนึ่ง

บทความแรกชี้ให้เห็นว่าการว้ากน้องเป็นการสนับสนุนระบบเผด็จการ ที่เป็นเผด็จการก็เพราะในลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่กับน้องใหม่นั้น การข่มขู่ บีบบังคับและทำโทษ จักเป็นไปได้ก็เพราะรุ่นพี่ถืออำนาจที่แต่งตั้งขึ้นเองว่าเป็นรุ่นพี่ และใช้อำนาจนี้ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของน้องใหม่ ซึ่ง "การใช้อำนาจเผด็จการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นนั้น ... ขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ และขัดกับกฎหมายอาญา ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องตำรวจให้พิจารณาดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำผิดได้ทันที" นอกจากนั้น รุ่นพี่มีอำนาจในการกำหนดรูปแบบวิธีการทุกอย่างในการรับน้อง โดยมิได้ให้น้องใหม่ได้มีส่วนร่วมออกเสียงตัดสินใจในการดำเนินกิจกรรมเหล่านี้แม้แต่น้อย "อำนาจเผด็จการของรุ่นพี่จึงเป็นอำนาจเผด็จการอันเสร็จสมบูรณ์ สมดังที่ Lord Acton กล่าวไว้ Power corrupts, absolute power corrupts absolutely   อำนาจก่อให้เกิดการฉ้อฉล อำนาจอันมากมายไร้ขอบเขต ก็ย่อมก่อให้เกิดการฉ้อฉลที่ไร้ขอบเขต"

"เราต้องยอมรับว่านักศึกษารุ่นพี่ส่วนใหญ่ที่ข่มขู่บังคับและลงโทษน้องใหม่ ทำสิ่งเหล่านั้นเพราะคิดว่าเขากำลังทำความดี มีเจตนาดี หวังจะเห็นความรักความสามัคคีในหมู่นักศึกษา แต่ก็ไม่เห็นความสำคัญของสิทธิเสรีภาพ กล่าวให้ถึงที่สุด คนเหล่านี้คือเหยื่อของระบบเผด็จการนั่นเอง" (หน้า ๒๓)

การใช้อำนาจเผด็จการเช่นนี้คือการปลูกฝังแนวคิดนี้ไว้ และถ่ายทอดความคิดเช่นนี้ไปยังคนรุ่นต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด และยังตอกย้ำความคิดทางการเมืองแบบศักดินาว่าผู้น้อยและผู้มาใหม่ย่อมไม่มีสิทธิเสรีภาพใดๆ ต้องจำยอมเชื่อฟังและปฏิบัติตามคนเก่าแก่อย่างไร้เงื่อนไขโดยสิ้นข้อซักถาม

บทความยังกล่าวถึงผลเสียของการว้ากน้อง และเสนอเหตุผลที่ความคิดเผด็จการดังกล่าวยังสืบทอดต่อไปได้อย่างน่าสนใจยิ่ง และกล่าวถึงรากฐานของสังคมไทยที่มีระบบการอบรมเลี้ยงดูที่เอื้อต่อความคิดแบบศักดินา ผู้เขียนได้วิเคราะห์ถึงเหตุผลที่ระบบเผด็จการเช่นนี้ยังมีผู้นิยมชื่นชม ตัวอย่างก็คือการจัดงานยิ่งใหญ่หลังจากระยะการประชุมเชียร์ว้ากน้องหมดไป รุ่นพี่ต่างออกมาบอกว่าที่ต้องดุด่าน้องก็เพราะรัก "พลันน้ำตาของพี่ก็เอ่อท้น และก็ไม่ต้องแปลกใจว่าน้องจำนวนหนึ่งก็ร่ำไห้ ซาบซึ้งสะเทือนใจ" จนลืมการกดขี่ลงโทษไปจนหมดสิ้น บทความนี้ยังชี้ให้เห็นถึงทางแก้ไขและภารกิจของมหาวิทยาลัย เพื่อหยุดยั้งการผลิตบัณฑิตที่นิยมระบบเผด็จการไปป้อนสังคม

"สำหรับคำกล่าวที่ว่า 'น้องใหม่ได้ปฏิบัติตนสมกับที่เป็นชาว... ให้รุ่นพี่ได้ประจักษ์ฯ' นั้น ความหมายที่แท้จริงก็คือ น้องใหม่ประพฤติตัวเป็นทาสได้ดีมาก ยอมสูญเสียสิทธิเสรีภาพของตนเองทุกอย่าง ยอมนิ่ง ยอมไม่พูด ไม่โต้แย้ง ไม่ต่อสู้ เมื่อน้องๆ ยอมจำนนต่อพี่ดีเช่นนี้ พี่ก็จะขอรับน้องไว้ในอาณาจักรของเรา ต่อไปเราก็มาร่วมกันเคารพพี่ ยอมจำนนต่อรุ่นพี่ๆ ยอมจำนนต่อผู้ที่เหนือกว่า แล้วอย่าลืมปีหน้า ขอให้เรามาช่วยกันสร้างอาณาจักรเผด็จการของเราให้เกรียงไกร และนี่ก็คืออีกบทหนึ่งของการสถาปนาระบอบเผด็จการให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในมหาวิทยาลัย " (หน้า ๓๕)

บทความชิ้นที่สองกล่าวถึง มิถุนาทมิฬ ในรอบ ๗ ปี รวมทั้งอนาคตและทางออก ผู้เขียนได้ย้ำว่า "มิถุนาทมิฬจะหมดไปได้หรือลดน้อยลงอย่างมาก ด้วยการตื่นตัวทางสติปัญญาของคนไทย ... การตระหนักในสิทธิเสรีภาพของตนเองและของคนอื่น ความเท่าเทียมกันของบุคคลภายใต้กฎหมาย ความสำคัญของประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมเหนือประชาธิปไตยแบบตัวแทน และความสำคัญของกฎหมายเหนืออำนาจบุคคลและพรรคพวก"

การรับน้องย่อมต้องมีข้อดีอยู่บ้าง เพราะทุกสิ่งในโลกย่อมมีทั้งผลดีและผลเสียในตัว จึงมิต้องสงสัยว่าผู้คนจำนวนมากที่เชื่อในความดีงามของการรับน้องจะโจมตีบทความนี้อย่างรุนแรง แต่ผู้ที่เชื่อในข้อดีของการรับน้อง ก็น่าจะเชื่อในสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ไปพร้อมกันได้ และให้โอกาสคนอื่นที่จะไม่เชื่อ และไม่ชอบในสิ่งที่คุณชอบ ให้ผู้อื่นได้มีอิสระที่จะเลือกไม่เข้าร่วมในการรับน้อง เพราะการบีบบังคับให้ทุกคนต้องร่วมในการรับน้อง ไม่ว่าจะใช้เหตุผลและความประสงค์ดีอันใดมาอ้าง ก็ไม่อาจปฏิเสธความคิดเผด็จการที่เป็นเนื้อแท้อยู่ได้

บทความในเล่มบอกความคิดมุมมองเกี่ยวกับการรับน้องได้ถึงแก่น วิเคราะห์ลึกซึ้งไปจนถึงโครงสร้างทางสังคม เป็นบทความที่คนรุ่นใหม่น่าจะได้อ่าน และใช้ความคิดของตนเองไตร่ตรองใคร่ครวญว่าเห็นด้วยหรือขัดแย้งในข้อใดอย่างมีเหตุผล เพื่อที่วันข้างหน้าจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มืดบอดทางความคิด

การยืนหยัดบนความถูกต้องในความคิดของตนเอง แม้จะถูกกล่าวหาว่านอกคอก ก็ยังดีกว่าการยอมถูกชี้นำอย่างควาย
 

เกี่ยวกับผู้เขียน ธเนศวร์ เจริญเมือง   เกิดที่เชียงใหม่ จบการศึกษาปริญญาเอกด้าน Comparative Politics จาก Northen Illinois University ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ว้ากน้อง การสร้างและสืบทอดระบบเผด็จการในมหาวิทยาลัย : ธเนศวร์ เจริญเมือง
ISBN: 974-65627-4-6 มิถุนายน ๒๕๔๓ จัดจำหน่ายโดยบริษัทเคล็ดไทย ๕๙ หน้า ๓๐ บาท
โครงการศึกษาการปกครองท้องถิ่น คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

"การใช้อำนาจโดยปกติ เป็นเรื่องของบุคคล 2 ฝ่าย นั่นคือ กลุ่มที่ใช้อำนาจบีบบังคับกับกลุ่มที่ถูกบีบบังคับ ฉะนั้น ระบบเผด็จการจึงไม่อาจดำรงอยู่ได้ ถ้าหากประชาชนไม่ยอมถูกบีบบังคับอีกต่อไป"
ว้ากน้อง การสร้างและสืบทอดระบบเผด็จการในมหาวิทยาลัย : . . . ธเนศวร์ เจริญเมือง

Copyright © 2001 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด  ๑๕ มกราคม ๒๕๔๔