|
เป็นข่าวใหญ่โต 2-3 อาทิตย์ที่ผ่านมา เอียน แมคอีวาน นักเขียนชื่อดังฝั่งอังกฤษ ถูกกล่าวหาว่าหนังสือ Atonement ที่ชิงรางวัลบุ๊คเกอร์เมื่อ 4 ปีก่อนของเขา ลอกบางตอนของหนังสือ No Time for Romance อัตชีวประวัติของลูซิลล่า แอนดรูส์ ในช่วงที่เธอเป็นพยาบาลรักษาทหารในสงครามโลกครั้งที่ 2 แมคอีวานออกมาปฏิเสธในการ์เดียนว่า เขาไม่ได้ลอกแต่ไปค้นคว้าหาข้อมูลประสบการณ์วิธีดูแลคนไข้ของแอนดรูส์ ทั้งนี้เพราะเขาไม่สามารถอยู่ในเหตุการณ์จริง งานเขียนของแอนดรูส์เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของเขา เขาแสดงความบริสุทธิ์ใจตั้งแต่ลงชื่อหนังสือของแอนดรูส์ในต้นฉบับ พร้อมกับแหล่งอ้างอิงอื่นๆ ที่เขาค้นคว้าเกี่ยวกับประสบการณ์ในสงครามโลก อีกทั้งยังกล่าวขอบคุณเธอในที่สาธารณะโดยเปิดเผย (การ์เดียนบอกว่าบางวลีที่แมคอีวานเอาไปใช้นั้นเป็นข้อเท็จจริง เกี่ยวกับวิธีรักษาบาดแผล การอาบน้ำให้คนไข้ และการฝึกหัดพยาบาล และแมคอีวานเขียนให้เครดิตหนังสือของแอนดรูส์แล้ว ดังนั้นการเรียกว่า plagiarism จึงเป็นความประสงค์ร้าย จิตหลอน และไม่มีมูล) ซิซิเลีย ตัวละครสาวใน Atonement เป็นพยาบาลที่พบกับความรักอันแสนจะโรแมนติกกับนายทหารหนุ่ม นั้นเป็นเหตุให้มีการเชื่อมโยงเข้ากับหนังสือของแอนดรูส์ และเอเจนซี่ตัวแทนของแอนดรูส์เองเปิดเผยว่าแอนดรูส์ตั้งใจจะฟ้องแมคอีวาน เพียงแต่เธอป่วยและเสียชีวิตไปก่อน ข่าวนี้ทำให้บรรดานักเขียนชื่อดังตบเท้าลงเดลี่เทเลกราฟปกป้องเอียน แมคอีวาน เพราะหากแมคอีวานค้นคว้าข้อมูลในประวัติศาสตร์มาอ้างอิงแล้วหาว่าลอก งานของเชคสเปียร์หรือตอลสตอยต้องมีปัญหาแน่นอน เหล่านี้เป็นประเด็นที่ถกเถียงกันไม่จบสิ้นถึงปัญหาของ Plagiarism ว่าอย่างไหนคือบาปแท้จริงของคนที่อยู่ในอาชีพนักเขียน ดอทรู้สึกบันเทิงใจ เมื่อเห็นจดหมายของโทมัส พินชอน นักเขียนที่ไม่เคยยุ่งกับใครออกมาร่ายยาวกับเขาด้วยเหมือนกัน พินชอนบอกว่านักเขียนนิยายประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่อยากให้ข้อมูลในเรื่องถูกต้อง
ดังนั้นเมื่อนักเขียนไม่อาจกลับไปยังช่วงเวลานั้นจริงได้
ก็จำต้องอาศัยผู้คนในยุคสมัยนั้น หรือจดหมาย หรือรายงาน สารานุกรม
อินเทอร์เน็ต ซึ่งไม่ควรถูกกล่าวหาว่าเหล่านี้เป็นความผิด นักเขียนส่วนใหญ่ที่ออกมาปกป้องแมคอีวาน
ให้ความเห็นทำนองเดียวกับพินชอน
ว่าการค้นคว้าข้อมูลนั้นเป็นเส้นเลือดสำคัญในการสร้างนิยายย้อนยุค คาสุโอะ
อิชิคุโร บอกว่าถ้าอย่างนี้เรียกว่า plagiarism นิยายไม่ต่ำกว่า 4
เล่มของเขาก็ต้องเรียกว่ากระทำ plagiarism เช่นกัน งานนี้นักข่าวที่นำเสนอกรณีนี้จากเดอะเมลถูกด่าไปเต็มๆ แต่เธอว่าไม่ได้บอกสักหน่อยว่าแมคอีวานลอก เพียงเอาข้อมูลมาให้ดูเฉยๆ ต่างหาก Atonement กำลังจะเป็นหนังฮอลลีวูด แสดงนำโดย เคียรา ไนท์ลีย์ กำหนดฉายกลางปี 2007
นอกจากนั้นเพนกวินเชิญชวนให้เราส่งหน้าปกหนังสือที่ออกแบบไว้มาให้ดู เพื่อจัดแสดงโชว์ (ไปดูปกต่างๆ จากทางบ้าน) ดังเช่นปกดอเรียน เกรย์ ที่น่ารักมาก วาดโดยเด็ก 5 ขวบ (แถมสะกดชื่อผิดด้วย) หรือปก Crime and Punishment ที่น่ารักจริง
นักอ่านครึ่งหนึ่งบอกว่าเคยซื้อหนังสือเป็นของขวัญในปีที่ผ่านมา โดยร้อยละ 28 ซื้อผ่านออนไลน์ ร้อยละ 89 ซื้อจากร้านค้า (นักอ่านบางส่วนซื้อทั้งสองแบบ)
* The Globe 100 จาก Globe and Mail * The best world fiction for Christmas ของ The Independent * Best Fiction of 2006 ของวอชิงตันโพสต์ * Books of the Year ของ Publishers weekly ส่วนใครยังไม่มีหนังสือแห่งปี คุณอาจค้นพบจากหนังสือเล่มนี้ก็ได้ Wilky, the White House Cockroach
(วิลกี้ แมลงสาบทำเนียบขาว) เรื่องของแมลงสาบน้อยวิลกี้
อาศัยอยู่ที่ร้านพิซซ่าในดีซี วิลกี้น้อยอยากเป็นนักผจญภัยอย่างลุง
(ที่ถูกบี้ตาย หลงเหลือแต่เพียงรอยเปื้อนบนกำแพง)
วันหนึ่งจึงแอบไปกับกล่องพิซซ่า และได้เข้าไปห้องทำงานรูปไข่ในทำเนียบขาว
ประธานาธิบดีสั่งให้หาแมลงสาบให้เจอ วิลกี้จึงถูกตามไล่ล่าเป็นหนังสือภาพสำหรับเด็กวัย 4-8 ปี ความยาว 30 หน้า ที่ดอทรู้จักเพราะเด็กวัย 7 ขวบนาม Andrew Oglesby ที่เป็นลูกของพนักงาน CNN เขียนแนะนำหนังสือเอาไว้ CNN น่ารักมากที่ให้เด็กเขียนแนะนำหนังสือเด็ก จะมีอะไรดีไปกว่านี้เล่า (ดอทอยากอ่านมากๆ อยากเห็นภาพว่าตอนเปิดกล่องพิซซ่ามาเจอวิลกี้น้อย จะมีบรรยากาศเป็นอย่างไร)
"มันเป็นรอยหมองของชีวิต เพราะไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้น ไม่เคยคิดว่าจะเป็นอย่างนี้ จะตัดญาติขาดมิตรกันอย่างนี้ สิ่งที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิตคือการอยู่มติชน อยู่มาได้ยืดยาว เป็นสนามให้เขียน แฟนหนังสือเยอะ มีแฟนที่เหนียวแน่นจริงจัง เขียนอะไรคนก็ชอบอ่านตามอ่าน พอเกิดเรื่องขึ้นผมถึงรู้สึกว่าเป็นชะตากรรม" "เรามักพูดกันว่ากวีนิพนธ์ตายแล้ว เราไม่เคยมองมุมกลับว่า คนก็ตาย ไปจากกวีนิพนธ์ ในฐานะที่เป็นคนเสพกวีนิพนธ์ ผมพบว่ามันสวยงาม มันทรงคุณค่ายิ่งแล้วสำหรับดวงชีวิตดวงหนึ่ง ผมยึดตัวเองเป็นที่ตั้ง บทกวีมีอำนาจมหาศาลต่อผมและถ้าจะมีอำนาจรูปแบบใดต่อคนอื่น ๆ ผมคิดว่ามันก็คงไม่ห่างไกลกันนักในการเข้าถึงภาวะความงามสูงสุดประการหนึ่งเหมือนกัน" * ข่าวนี้บอกว่าไทยน่าจะชิงชัยตำแหน่งเมืองหนังสือโลกอีกครั้ง (World Book Capital 2009)
ว่าแต่อย่าลืมเงื่อนไขข้อ 5
ที่ต้องแสดงให้ยูเนสโกเห็นว่าเรามีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
และเสรีภาพในการพิมพ์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้วยนะ * ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 เป็นต้นไป ISBN ทั่วโลกจะเปลี่ยนจาก 10 หลักเป็น 13 หลัก เพื่อรองรับปริมาณหนังสือชุด ความรู้สึกดีที่เรียกว่ารัก อ่านข้อมูลจากสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ หรือข้อมูลจากเว็บ ISBN สากล * หนังสือต้องห้าม ความรู้ที่ถูกจองจำ บทนำ | สกู๊ป | ล้อมกรอบ จาก สารคดี * วิธีทำงาน วิธีคิด วิธีใช้ชีวิต ของนักออกแบบปก : วิธีทำ จาก สารคดี * ทวงถามผู้ต่อต้านการลอก ไหนเลยจึงลอกเอง
กรณีมีผู้กล่าวหาหนังสือว่าลอกพล็อตมาจากหนังเรื่องหนึ่ง
แม้ผู้เขียนจะให้เครดิตไว้ในหนังสือแล้วทำนองว่า
เดิมทีไม่มีโครงเรื่องมาก่อน "แต่เนื้อเรื่องดันไหลเข้าสมองพรวดๆ
(มันมาได้ยังไงเนี่ย ก็ยังงงๆ อยู่)
ส่วนอีกอย่างที่ได้รับอิทธิพลมาคือหนังจีนเรื่อง ... "
กลายเป็นประเด็นถกเถียงในเน็ตอย่างกว้างขวาง
ความเห็นที่น่าจะสรุปประเด็นหนึ่งในเรื่องนี้ได้ดีและสั้นคือ "การจะไม่ให้เป็น plagiarism ต้องให้ชัดว่า "ตรงไหน" เอามาจากที่อื่นบ้างครับ" จาก ชาเขียว * สัมภาษณ์ Ngugi Wa Thiong'o ในฐานะนักเขียนกบฎ จากมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน (เลื่อนหน้าจอลงไปประมาณสองหน้าจอ เพื่ออ่านบทความ) * รับฟังรายการวิทยุวรรณกรรม ร้านหนังสือบนก้อนเมฆ ย้อนหลังผ่านเน็ต จากเว็บเครือข่ายนักเขียนฯ (ตัวอย่างลิงก์ รายการแรก http://www.thaiwriternetwork.com/radio/bookcafe01.wma)
หนังสือแสนสวยชุดนี้มีห้าเล่ม ศิลปินได้คัดเลือกหนังสือคลาสสิกที่ตนชื่นชอบด้วยตัวเอง Paul Smith เลือกหนังสือ Lady Chatterley's Lover ของดี เอช ลอเรนซ์ Manolo Blahnik นักออกแบบรองเท้ากับ Madame Bovary ของโฟลแบรต์ Sam Taylor-Wood ออกแบบ Tender is the Night ของสก็อต ฟิซต์เจอรัลด์ สถาปนิก Ron Arad กับ The Idiot ของดอสโตเยฟสกี้ และ Fuel ออกแบบ Crime and Punishment ของดอสโตเยฟสกี้ เพนกวินพิถีพิถันในขั้นตอนการผลิตหนังสือมาก คิดคำนึงตั้งแต่การใช้วัสดุ น้ำหนักของกระดาษ น้ำหนักของหมึกพิมพ์ การประกอบรูปเล่มต่างๆ ซึ่งเพนกวินบล็อก เล่ารายละเอียดไว้อย่างสนุกสนาน ลองไปตามอ่านกันได้ ความสวยงามของหนังสือทำเอาดอทผู้เล่าข่าวไปใจอ่อนตาม ข่าวร้ายก็คือขณะอ่านข่าว หนังสือชุดนี้ขายหมดแล้ว 4 เล่ม เหลือเพียงหนังสือดอสโตเยฟสกี้เท่านั้น ดอทลาไปก่อนละ
ใกล้สิ้นปีเทศกาลหนังสือแห่งปีแห่กันรายงาน ดังนี้
ข่าวเล็กๆ ปรากฏในหนังสือพิมพ์ สแตนดาร์ด ของเคนยา ศาสตราจารย์อันกูกี วา ติอองโก ผู้เขียน Wizard of the Crow ได้รับเชิญไปโปรโมทหนังสือที่โรงแรม Hotel Vitale ในซานฟรานซิสโก ขณะนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ในห้องโถง ก็มีพนักงานโรงแรมคนหนึ่งเดินเข้าไปบอกว่า "ที่ตรงนี้สำหรับแขกของโรงแรม คุณควรจะลุกออกไป" ผู้เขียนถามกลับไปว่ารู้ได้อย่างไรว่าตัวเขาไม่ใช่แขกของโรงแรม ก่อนที่พนักงานจะยืนยันอย่างไม่สนใจว่าต้องออกอย่างเดียว อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ Black Looks ซึ่งเล่าเหตุการณ์อย่างละเอียดลออและวิพากษ์กันอย่างเมามัน พร้อมลงจดหมายขอโทษของผู้จัดการโรงแรมด้านล่าง อ่านข่าวนี้แล้วเศร้าใจ เฮ้อ..
ข่าวจากหลายสำนักรายงานพร้อมเพรียงว่ารางวัลนิยายยอดเยี่ยมในอเมริกาปีนี้ ตกเป็นของ ริชาร์ด พาวเวอส์ จาก The Echo Maker พาวเวอส์มักเขียนนิยายเกี่ยวกับเทคโนโลยีหรือวิทยาศาสตร์ คงเพราะเขาจบฟิสิกส์และเป็นโปรแกรมเมอร์มาก่อน เช่นที่เขาเขียนนิยายเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ความฉลาดของ AI ในเรื่อง Galatea 2.1 หรือ Plowing the Dark เกี่ยวกับโลกเสมือน (Virtual Reality) หนังสือของพาวเวอส์ต่างจากนิยายวิทยาศาสตร์เล่มอื่นตรงที่มีความเป็นปรัชญาสูง ตัวละครเหมือนพวกเรียนหนังสือมากเข้าใจยาก แต่ภาษาที่ใช้ก็สะอาดและเรียบเรียงดีเหมือนภาษาคอมพิวเตอร์ ที่ดอทกล่าวถึงพาวเวอส์ขึ้นมาเพราะดันอ่านบทสัมภาษณ์ของเขาใน Wired เกี่ยวกับนิยายเล่มใหม่นี้ แปลกใจตรงที่เขาไปไกลมากถึงขนาดนำโปรแกรมสั่งงานด้วยเสียง (voice recognition software) มาใช้แทนการเขียน อะไรจะขนาดนั้น ดูรายชื่อหนังสือได้รางวัลทั้งหมดที่เว็บ NBA
ระหว่างรอให้ออกวางขาย ลองอ่านบทรีวิวจากพับลิชเชอส์วีคลี ที่เขียนไว้ว่า โพสเนอร์สรุปว่า plagiarism เป็นการกระทำผิดที่น่าอาย "ผู้กระทำนั้น...น่าสมเพช" ความผิดนี้ควรเป็นด้านจรรยาบรรณมากกว่าความผิดทางกฎหมาย ซึ่งลงโทษด้วยการทำให้อับอายต่อสาธารณะ แต่โพสเนอร์ไม่เห็นด้วยว่างานศิลปะที่ดีจะต้องเป็นงานริเริ่มแรกเสมอไป เช่นเช็คสเปียร์ขโมยพล็อตของ โรมิโอและจูเลียต รูป Olympia ของมาเนต์ คือการนำ Venus d'Urbino ของ Titian มาสร้างใหม่ ซึ่งโพสเนอร์เรียกงานทั้งสองว่า "การเลียนแบบอย่างสร้างสรรค์" ส่วนกรณี คาฟยา วิสวาเนทาน โพสเนอร์กล่าวว่าเป็นรูปแบบใหม่ของ plagiarism ที่มาจากการตลาด วิสวาเนทานต้องการแข่งขันกับ แมคคาฟเฟอตี ในตลาด chick lit โดยนำถ้อยคำของคู่แข่งมาใช้ โพสเนอร์เน้น plagiarism ของนักเรียน ดูเขาจะคิดว่าควรมองนักเรียนทุกคนว่าเป็นผู้ต้องสงสัย และโรงเรียนที่ไม่ใช้ซอฟต์แวร์ตรวจหา เช่นโปรแกรม Turn It In เป็นโรงเรียนที่ไม่เดียงสา (โพสเนอร์เขียนในบล็อกว่า เขาเห็นว่า plagiarism โดยนักเรียน ถือเป็นความผิดร้ายแรงกว่าการกระทำจากนักเขียนผู้ใหญ่ หรือครูอาจารย์ เนื่องจาก เอาเปรียบนักเรียนผู้ซื่อสัตย์คนอื่นๆ อีกทั้งเป็นการไม่ได้เรียนรู้สิ่งใด) โพสเนอร์เชื่อว่าสำนักพิมพ์ควรเริ่มใช้โปรแกรมชนิดนี้ เขาเชื่อว่าในที่สุดแล้วสำนักพิมพ์จะต้องใช้โปรแกรมตรวจหา แถมยังทิ้งท้ายแบบมองโลกแง่ดีว่า "เราอาจกำลังเข้าสู่ยุคล่มสลายของ plagiarism ก็เป็นได้" โปรแกรม Turn It In เป็นโปรแกรมใช้งานผ่านเว็บ เมื่อส่งรายงานเข้าไป โปรแกรมจะค้นหาเปรียบเทียบกับเว็บเพจต่างๆ ทั้งใหม่และเก่า กับรายงานทั้งหมดที่เคยส่งเข้ามาในโปรแกรมนับสิบล้านฉบับ และกับวารสาร บทความ ต่างๆ สุดท้ายจะแสดงผลว่ามีเหมือนกันกี่จุด และเปรียบเทียบให้เห็นว่าส่วนไหนที่เหมือนของคนอื่น มีผู้วิจารณ์ Turnitin เช่นกันว่าเป็นโปรแกรมที่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของนักเรียน เนื่องจากอเมริกามีพระราชบัญญัติ ห้ามเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของนักเรียนต่อบุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้นการส่งรายงานให้ Turnitin โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนักเรียน จึงเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว นอกจากนั้น เนื่องจาก Turnitin เก็บรายงานทุกฉบับที่ส่งเข้ามาให้ตรวจเอาไว้ในฐานข้อมูล (เพื่อการตรวจหา plagiarism ในอนาคต) ดังนั้นจึงมีผู้วิจารณ์ว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของนักเรียน เนื่องจากบริษัทนำรายงานไปใช้หารายได้
ข่าวเนชั่นรายงานว่าร้าน B2S สาขาใหญ่ที่สุดที่เซ็นทรัลเวิลด์ จะมียอดขายไม่เป็นไปตามที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ ร้าน B2S ยังไม่เปิดบริการเสร็จสมบูรณ์ดี คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์เดือนกุมภาพันธ์ ปีหน้า B2S สาขานี้มี 3 ชั้น แต่ขายหนังสือเพียงชั้นเดียว (ปัจจุบันมีหนังสือ 30,000 เล่ม) ชั้นอื่นๆ ขายเครื่องเขียนและซีดี ผู้บริหารคาดว่าน่าจะมีคนเข้าร้านวันละ 2-3 หมื่นคน แต่เนื่องจากเซ็นทรัลเวิลด์ยังก่อสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ดี จึงมีลูกค้าเพียงวันละ 1,500 คน ในปีนี้ B2S เปิดร้านใหม่ 15 สาขา และวางแผนจะเปิดอย่างน้อย 20 สาขาทั่วประเทศในปีหน้า บล็อกนี้เขียนถึงร้าน B2S สาขานี้เอาไว้ตลกดี โดยบอกว่าการจัดหนังสือ (ภาษาอังกฤษ) ในร้านน่าตกตะลึงอย่างยิ่ง ใครที่คิดว่าการหาหนังสือในร้านเอเชียบุ๊กเป็นความท้าทายแล้วละก็ ขอให้มาเจอร้าน B2S ที่นี่ "คนที่นี่ไม่ได้รู้สักกระผีกเลยว่าควรจัดหนังสืออย่างไร" หนังสือเรียงตามลำดับตัวอักษรแบบแปลกๆ โดยเริ่มจาก A แล้วไปที่ B, D จากนั้นกระโดดไปที่ H แล้วกลับมาที่ D แล้วไปที่ C แล้วกลับมา B ฯลฯ นอกจากนั้น B2S ยังไม่รู้ด้วยว่าหนังสือเล่มไหนควรอยู่หมวดไหน เช่นผู้เขียนบล็อกพบว่าในแผนก "หนังสือวัยรุ่น" พบหนังสือของ John D. MacDonald, Maeve Binchy และ David Eddings ซึ่งเราไม่น่าจะพบเห็นสามคนนี้ในชั้นหนังสือเดียวกันได้เลย แล้วยังเจอหนังสือของ Robert Ludlum ในที่ต่างๆ กันถึง 3 หมวด (อ่านความประทับใจต่อพนักงาน B2S สาขานี้ จากกระทู้พันทิพ) บล็อกยังเขียนถึงเซ็นทรัลเวิลด์ โดยแสดงรูปน้ำพุน้อยที่ปล่อยน้ำนองทางเดิน อันชวนให้สงสัยว่า "What damaged mind designed this crap?"
* ชวนอ่าน ชาลส์ ดาร์วินออนไลน์ , ต้นฉบับ มาดาม โบวารีออนไลน์ ของโฟลแบรต์ และ Nevermore ของ เอ็ดการ์ อัลลัน โพ * รายชื่อหนังสือเข้ารอบ IMPAC Dublin Literary Award 2007 ซึ่งจะประกาศผลปีหน้า * หนังสือใหม่ของไมเคิล ไครชตัน Next นิยายเกี่ยวกับพันธุกรรม ฮาร์เปอร์คอลลินส์โปรโมทในรูปเว็บบริษัทพันธุกรรม NEXTgencode หากไม่สังเกตจะไม่ทันรู้ว่าเกี่ยวกับหนังสือ * Against the Day ของโทมัส พินชอนกำลังรีวิวระบาดอยู่ทั่วเว็บ รีวิวหนึ่งโดยไทม์ ริชาร์ด ลาคาโย เล่าสนุกสนาน ตรงที่เขาบอกว่า หนังสือหนัก 3 ปอนด์ 6 ออนซ์ (1,085 หน้า) หนักน้อยกว่าเครื่องปิ้งขนมปังเขานิดเดียว เพียงแต่เครื่องปิ้งขนมปังมิได้ส่งสำเนียงเสนาะหูอย่างพินชอน... * ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ แต่มีเวลาเปิดอีเมล ชวนอ่านนิยายผ่านอีเมลที่ Daily Lit * ชวนดูหนังที่ป้าจูดี้ เดนช์ประชันบทเพื่อนรักโรคจิตกับเคท บลันเช็ตต์ ใน Notes on a Scandal สร้างจากหนังสือของ Zoe Heller * ปานบัว บุนปาน นักปฏิวัติ จาก Positioning * ผู้จัดการ สัมภาษณ์ ไมตรี ลิมปิชาติ และ จักรกฤษณ์ สิริริน ใน สองคมคิด มิตรน้ำหมึก สมาคม-เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย * สัญญาเช่าลิขสิทธิ์วรรณกรรม ฉบับร่าง โดย เครือข่ายนักเขียนฯ เพื่อแก้ปัญหาการขัดแย้งเรื่องลิขสิทธิ์ระหว่างนักเขียนและสำนักพิมพ์ * สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด ไทยแลนด์ บุ๊ค ทาวเวอร์ ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2549
* กรณี ตัวแทนจำหน่ายไทยรัฐ หนังสือในเครือสยามกีฬา และฐานเศรษฐกิจ ไม่ส่งหนังสือให้ร้านซีเอ็ดฯ จาก ประชาชาติธุรกิจ
* ใครกดอ่านบทความในเว็บ เนชั่นสุดสัปดาห์ เร็วๆ นี้ จะพบกับหน้านี้ พร้อมข้อความน่าประทับใจว่า ห้ามใช้งานไซต์นี้โดยไม่ได้รับอนุญาต มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา
|