* home   ชั้นหนังสือ : ข่าวหนังสือ
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ
 
เดือน พฤษภาคม 2550
book

งานแถลงข่าวนิตยสารเรื่องสั้น ช่อการะเกด - โพสต์เมื่อ 20 พฤษภาคม 50

งานแถลงข่าวนิตยสารเรื่องสั้น ช่อการะเกด จัดที่สถาบันปรีดีฯ วันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา คุณสุชาติ สวัสดิ์ศรี เป็นบรรณาธิการนิตยสาร ผู้ลงทุนคือ เวียง-วชิระ บัวสนธ์ และ สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ ช่อการะเกด เล่ม 42 จะออกเดือนกันยายน 2550 มีเนื้อหาต่อเนื่องจากฉบับ 41 โดยเนื้อหาร้อยละ 80 เป็นเรื่องสั้น ฉบับละ 12-15 เรื่อง ที่เหลือเป็นช่อการะเกดฉบับโลกหนังสือ มีข่าวคราวเรื่องวรรณกรรมระดับนานาชาติ ความเคลื่อนไหว บทความวรรณกรรมที่ลงลึก รวมถึงบทวิจารณ์วรรณกรรม

ช่อการะเกด เปิดรับเรื่องสั้นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป กำหนดปิดรับต้นฉบับสำหรับนิตยสารเล่ม 42 วันที่ 15 สิงหาคม 2550 ผู้สนใจส่งต้นฉบับซึ่งยังไม่เคยตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน ที่จัดพิมพ์เป็นเอกสารเรียบร้อยแล้วมาที่ สุชาติ สวัสดิ์ศรี ตู้ ปณ. 1143 ปท. ดอนเมือง กรุงเทพฯ 10211 หากแนบไฟล์ต้นฉบับมาในแผ่นซีดีได้ก็จะดี แต่ไม่จำเป็น (คุณสุชาติกล่าวว่าเดี๋ยวนี้ บ.ก. เปิดคอมพิวเตอร์เป็นแล้ว) ไม่รับต้นฉบับเป็นการส่วนตัว และไม่รับต้นฉบับทางอีเมล

ขอเล่าบรรยากาศงานคร่าวๆ เนื่องจากไม่ได้อัดเทปไว้ จึงขอให้ทราบว่ามาจากการจดเอาเท่านั้น ซึ่งย่อมไม่สมบูรณ์ (หากจะนำไปอ้างอิงต่อ โปรดหาข้อมูลจากผู้ที่บันทึกเทปงานแถลงข่าวไว้) ถือว่าเล่าสู่กันฟังแบบไม่เครียด -- เมื่อคมสัน นันทจิต ถามความเป็นมาในการกลับมาครั้งนี้

คุณสุชาติ : (หัวเราะ) ขอแนะนำคนสำคัญ สหายเก่าที่ร่วมเผชิญชะตากรรมด้วยกันสมัยก่อตั้งสำนักช่างวรรณกรรม ทำช่อการะเกดยุคสองในช่วงปี 2532-2542 คือคุณเรืองเดช จันทรคีรี เป็นผู้จัดการ พยายามไม่ให้ผมเห็นตัวเลขแดงในบัญชี ที่เรามาวันนี้เป็นช่อการะเกดยุคที่สาม ซึ่งคุณสุทธิพงษ์และคุณเวียงจะมารับหน้าที่ตรงนี้

ผมไม่ค่อยเต็มใจที่จะกลับมาเท่าไหร่ เพราะผมเป็นห่วงสองคนนี้ คนทำหนังสือวรรณกรรม โดยเฉพาะที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสั้นโดยตรง อยู่ลำบาก เป็นความผูกพันทางจิตใจ รักอยากทำตรงนี้ ผมกับคุณเรืองเดชพยายามต่อสู้ตรงนี้ ยุคแรกของช่อการะเกดเป็นช่วงหลัง 6 ตุลา 2519 ผมพบกับผู้ลงทุนท่านหนึ่ง คุณสุข สูงสว่าง ทำร้านดวงกมลสยามสแควร์ ตอนนั้นหลบอยู่ ตัดสินใจไม่เข้าป่า ด้วยความขัดสน ผมให้คนใกล้ชิดมาหาคุณสุข ขอยืมสตางค์ ผมเดือดร้อน คุณสุขให้ยืม หกพันบาทเท่านั้น แต่สำหรับผมเรียกว่าเป็นเงินจำนวนมาก คุณสุขประกาศว่าสุชาติอยู่ไหน ให้มาทำหนังสือกับผม ได้มาเจอกันคุยกัน เกิดโลกหนังสือขึ้น โลกหนังสือ ฉบับแรกเรียกว่าฉบับแนะนำตัว มิถุนายน 2520 เป็นช่วงหลังหกตุลาไม่เท่าไร หลายคนแปลกใจว่าผมยังอยู่ในเมือง ตอนนั้นยังรอให้ได้หัวหนังสือเป็นทางการ   ตุลาคม 2520 จึงเกิด โลกหนังสือ ฉบับแรก ปฐมฤกษ์ ถึงปีนี้ก็ครบสามสิบปีพอดี

ช่อการะเกด ตอนนั้นเป็นหนังสือลักษณะ 'โลกหนังสือ ฉบับเรื่องสั้น' ชื่อ วันเวลาที่ผ่านเลย เป็นเล่มแรกกำเนิดช่อการะเกด ผมต้องการใช้พื้นที่รับเรื่องสั้นของคนที่ส่งมาให้พิจารณา และมีการตั้งข้อสังเกตของบ.ก. ใช้ชื่อว่า ประดับช่อการะเกด เริ่มต้นไม่ได้ตั้งใจให้เป็นที่ยอมรับในฐานะรางวัล เรื่องสั้นสิบห้าเรื่องอาจมีการประดับช่อสามเรื่อง บรรดาคนเขียนหนังสือทึกทักว่าเป็นรางวัล ยุคแรกทำสี่เล่ม ออกรายสะดวก คุณสุขเป็นผู้ลงทุนคนแรก เป็นจุดเริ่มต้นของช่อการะเกด

(คุณสุชาติแสดงช่อการะเกด ฉบับ ราคาแห่งชีวิต) ถือเป็นยุคแรกของกำเนิดนักเขียน เช่น วิมล ไทรนิ่มนวล, มาลา คำจันทร์, ชาติ กอบจิตติ, จำลอง ฝั่งชลจิตร ช่อการะเกดยุติไปในปี 2523 เพราะไม่มีเวลาทำต่อเนื่อง ต้องทำโลกหนังสือรายเดือน ซึ่งอยู่ได้ 6 ปีก็ต้องล้มเลิกไป

ต่อมาเกิด ถนนหนังสือ ขึ้น คุณเรืองเดชเป็นบ.ก. เขาชวนผมเป็นบ.ก. ที่ปรึกษา เราคิดกันว่าจะทำหนังสือเล่ม คุณเรืองเดชบอกว่าน่าจะเอาเรื่องสั้นกลับมา ตั้งสโมสรถนนหนังสือ แต่มีปัญหา ทำได้เล่มเดียว เราจึงลงขันกันเพื่อทำช่อการะเกด โดยหาทุกวิถีทางทำให้อยู่รอดนานที่สุด เช่น ตั้งบริษัทดวงกมลวรรณกรรม เพื่อเป็นหลังอิง รับจ็อบรับงานคนอื่น ทำช่อการะเกดรายสามเดือน ทำชื่อใหม่ว่าสำนักช่างวรรณกรรม เรามีช่างสิบหมู่ ช่างหมู่ที่สิบเอ็ดน่าจะเป็นช่างวรรณกรรม กว่าจะถึงช่อการะเกดยุคสองใช้เวลานานเก้าปี ยุคสองคือฉบับที่ 5-41 ถึงยุคสาม คงมีอะไรดลใจหรือเปล่าไม่ทราบ เมื่อนับเวลาที่เช็คและเวียงมาบอกว่าอยากทำช่อการะเกดใหม่ เวลาผ่านไปอีกเก้าปี ช่อการะเกดฉบับ 41 คือเดือนมกราคม 2542

ถึงตอนนี้ คมสันแซวว่าคุณเวียงและเช็คคงใช้จตุคามรุ่นกล่อมสิงห์

คุณสุชาติ : ช่อการะเกดเล่ม 41 สรุปสาเหตุที่ล้มเลิกคือปัญหาเศรษฐกิจ ฟองสบู่แตก หลังอิงเราล่มทำให้ช่อการะเกดอยู่ไม่ได้ คนอื่นเป็นหนี้เรา เราเก็บเงินไม่ได้ พยายามหาวิธีทางทุกอย่างให้อยู่รอด ในที่สุดก็อยู่ไม่ได้ วึงวาระที่ควรยุติได้แล้ว ตอนยุติช่อการะเกดยุคผมกับเรืองเดช เป็นช่วงที่ผมบอกแวดวงวรรณกรรม ผมมีข้อสงสัยหลายเรื่อง อำนาจวรรณกรรมมีจริงหรือ ทำไมหนังสือแนวสร้างสรรค์ หรือหนังสือที่เข้มแข็งจริงจังจึงอยู่ไม่ได้

เกิดอะไรขึ้นในประเทศนี้ มีผู้จบระดับอุดมศึกษาปีละเป็นแสนคน แต่หนังสือลักษณะสร้างสรรค์ พิมพ์สองพันเล่ม มีปัญหา คนสร้างผลงาน สั่งสมตัวตนในฐานะนักคิดนักประพันธ์ มีปัญหาหรือไร การเกิดขึ้นจึงต้องนับหนึ่งอยู่เสมอ อำนาจวรรณกรรมอาจไม่มีจริง ไม่อย่างนั้นต้องสร้างวัฒนธรรมการอ่านต่อเนื่อง สุภาพบุรุษรายปักษ์ มียอดพิมพ์สองพันถึงสองพันกว่าเล่ม ประชากรไทยตอนนั้นสิบเอ็ดล้านคน ตอนนี้มีคนไทยมากกว่าหกสิบล้านคน ปี 2472 หม่อมเจ้าอากาศดำเกิงขาย ละครแห่งชีวิต สองพันเล่ม ขายหมดในหกเดือน ตอนนั้นมีมหาวิทยาลัยแห่งเดียวคือจุฬาลงกรณ์ เอาง่ายๆ ช่อการะเกดไม่ต้องวางหนังสือในตลาดหนังสือก็ได้ ถ้าเครือข่ายห้องสมุดของสังคมประเทศนี้เข้มแข็ง เพราะเรามีห้องสมุดมากกว่าสองพันแห่ง

ช่อการะเกดยุคสาม เป็นพันธุ์ใหม่หลายเรื่อง การผลิตหนังสือได้มีลักษณะเป็นสินค้า อย่างเดียวกับผงซักฟอก ยกทรง น้ำปลา บังเอิญสินค้านี้เรียกว่าหนังสือ สนองการบริโภคมากกว่ารสนิยม การศึกษา หรือคุณค่าทางจิตใจ นี่มีปัญหา ทุกปีมีหนังสือ/นักเขียน ออกมาเต็มไปหมด ระบบการวางหน้าร้าน ระบบสายส่งมีปัญหา ผมคิดว่าพูดไปก็จะยาว สรุปว่าฟองสบู่แตกเราก็ล้ม ตามใช้หนี้เขาแล้วยังมีปัญหาทางจิตใจมารบกวน ผมบอกว่าเลิกแล้ว ผมลาออกจากแวดวงวรรณกรรม ผมไปทำอย่างอื่น วาดรูป ทำหนังทดลอง ก็ยังมีความคิดอยากทำต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ผมมีงานอะไร เวียงและเช็คคอยช่วยเหลือผมดีเสมอ คงเป็นแผนของเค้าแหละมั้ง เวียงเป็นคนที่เชื่อมั่นในอำนาจวรรณกรรม ถามคำถามกวนๆ สิงห์สนามหลวงมาตั้งแต่เขาอยู่มอห้า เวียงบอกผมว่าถ้าช่อการะเกดจะกลับมา แม้หนังสือขายไม่ได้สักเล่ม ก็จะพิมพ์ ส่วนสุทธิพงษ์เคยอยู่ในคณะละครผม เป็นผู้ช่วยผู้กำกับและนักแสดง เคยได้รับประดับช่อในช่อการะเกด 5 (2532)

ช่อการะเกดจะทำต่อเนื่อง ออกรายสามเดือน นานเป็นเวลาอย่างน้อยสามปี (ท้ายรายการ คุณเวียงกล่าวว่าเราตั้งใจจะทำนานสามสิบปี) สำนักช่างวรรณกรรมเป็นผู้จัดพิมพ์ พิมพ์บูรพาลงทุน ผมให้ยืมหัวหนังสือ (และบอกภายหลังว่า ไม่ได้ขาย ไม่ได้ให้เช่า แต่ให้ยืมโดยเสน่หา) ภายในหนึ่งปีแรก ผมจะเป็นบรรณาธิการเต็มรูปแบบ เรื่องสั้นทุกเรื่องจะผ่านตาผม ขอเวลาหนึ่งปี ปีที่สองและสามขอส่งไม้ต่อ ตอนนั้นยังมาไม่ถึง แต่ตอนนั้นเวียงคงรับตรงนี้ได้ ปีที่สองที่สามจะต่อสัญญาเป็นบรรณาธิการหรือไม่ ค่อยว่ากัน

ช่อการะเกดยุคสามจะมีกิจกรรมทางวรรณกรรม มีรางวัล การกลับมาคราวนี้เป็นการให้เกียรติ มนัส จรรยงค์ เป็นวาระราชาเรื่องสั้นไทย ปีนี้จะครบ 100 ปีชาตกาลของมนัส จรรยงค์

คุณสุทธิพงษ์บอกว่า ถ้าจะมีอะไรปั่นกระแสเหนือจตุคาม ก็มีแต่ช่อการะเกดเท่านั้น

ชมภาพงานแถลงข่าว จากเว็บไทยไรเตอร์
 


สำนักช่างวรรณกรรม
ตู้ ปณ. 1143 ปท. ดอนเมือง กรุงเทพฯ 10211

วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2550

เรื่อง ขอเชิญร่วมงานแถลงข่าว 'ช่อการะเกด' และส่งต้นฉบับเรื่องสั้น
เรียน เพื่อนพ้องน้องพี่และศิษย์เก่า 'ช่อการะเกด'

การประกาศปิดตัวของ 'ช่อการะเกด' เมื่อช่วงต้นปี 2542 ไม่เพียงส่งผลให้นักเขียนเรื่องสั้นของไทยต้องสูญเสียเวทีในการแสดงออก ที่ได้รับความสนใจสูงสุดแห่งหนึ่งลงเท่านั้น หากยังอาจกล่าวได้ว่าแทบไม่มีนักเขียนรุ่นใหม่ที่มุ่งผลิตงานเชิงสร้างสรรค์ 'เกิด' ขึ้นอีกเลย กระทั่งบรรยากาศในแวดวงวรรณกรรมก็พลอยลดความคึกคักลงไม่น้อย

เมื่อสมทบเข้ากับความตกต่ำอย่างทั่วด้านของหนังสือวรรณกรรม ซึ่งสะท้อนผ่านยอดจำหน่ายในช่วงหลายปีหลัง แม้ยังพูดไม่ได้เต็มปากว่าประสบภาวะวิกฤติไปเสียทั้งหมด แต่ในอนาคตข้างหน้าไม่ไกล ก็ใช่จะมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หนำซ้ำดูท่าจะย่ำแย่ลงไปยิ่งกว่า

ทั้งหลายทั้งปวงนี้ชวนให้เกิดคำถามว่า จะปล่อยให้เป็นไปหรือเยียวยาแก้ไขอันใดได้บ้าง?

ในฐานะ 'ศิษย์เก่า' ช่อการะเกด บวกกับเติบโตมาจากการอ่านวรรณกรรมโดยตรง ทั้งเวียง-วชิระ บัวสนธ์ และ สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ ต่างเล็งเห็นว่า สภาพการณ์ดังกล่าวน่าจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้ หาก 'ช่อการะเกด' ภายใต้การนำของสุชาติ สวัสดิ์ศรี จะหวนกลับมาเปิดเวทีเรื่องสั้นและปลุกเร้าบรรยากาศวงวรรณกรรมไทยอีกครั้ง

หลังจากหารือแกมเรียกร้องกับเจ้าสำนักช่างวรรณกรรมหลายครั้ง ในที่สุด สุชาติ สวัสดิ์ศรี ก็ตกลงยินยอมพร้อมใจที่จะหวนกลับมารับบทบรรณาธิการ 'ช่อการะเกด' เหมือนเดิม-อีกหน

จึงใคร่เรียนเชิญท่านผู้สนใจเข้าร่วมงานแถลงข่าว 'การกลับมาของช่อการะเกด' ในวันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม ศกนี้ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป ณ สถาบันปรีดีพนมยงค์ ซอยสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ) โดยสุชาติ สวัสดิ์ศรี ร่วมกับ สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ และ เวียง-วชิระ บัวสนธ์ หรือส่งต้นฉบับเรื่องสั้นที่ดีที่สุดของท่านซึ่งยังไม่เคยตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน มายังที่อยู่ข้างบน เพื่อพิจารณานำลงตีพิมพ์ใน 'ช่อการะเกด 42' ได้ตั้งแต่บัดนี้

ขอแสดงความนับถือ

(ลายเซ็น)
(สุชาติ สวัสดิ์ศรี)
บรรณาธิการช่อการะเกด


ผู้ชายเขียนหนังสือเก่งกว่าผู้หญิง? - โพสต์เมื่อ 16 พฤษภาคม 50

ร้านหนังสือวอเตอร์สโตนในโอกาสครบรอบ 25 ปี สำรวจองค์กรการอ่านของตนเอง ด้วยการสอบถามพนักงานในร้านที่มีเครือข่ายใหญ่ที่สุดบนเกาะอังกฤษจำนวน 5,000 คน ให้ช่วยกันคัดเลือกหนังสือสุดโปรด 5 เล่มจากหนังสือที่เขียนตั้งแต่ปี 1982 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นปีที่ร้านหนังสือวอเตอร์สโตนเปิดทำการเป็นครั้งแรก

รายชื่อหนังสือดี 100 เล่ม ของร้านหนังสือวอเตอร์สโตน มีสถิติผู้ชายเขียนมากถึง 66 คน ต่อผู้หญิงเขียน 27 คน จอห์น โฮเวลล์โฆษกประจำร้านกล่าวว่าเพราะนักอ่านชายมักจะเลือกหนังสือผู้ชายเขียนเป็นหลัก ขณะที่ผู้หญิงไม่มีอคติ อ่านเก่งกว่าผู้ชายแน่นอนเพราะเลือกอ่านหนังสือจากนักเขียนทุกเพศ ถึงแม้นักเขียนหญิงจะได้รับการคัดเลือกน้อยกว่าผู้ชาย แต่มีนักเขียนหญิงอยู่รายเดียวที่หนังสือของเธอปรากฏอยู่ในลิสต์ถึง 3 เล่ม มากกว่านักเขียนชายทุกคน นั่นคือมาร์กาเรต แอทวูด

นอกจากนี้ร้านหนังสือวอเตอร์สโตนยังร่วมกับเทเลกราฟทำการสำรวจนิสัยการอ่านของนักอ่านทั่วๆ ไป ผลจะเป็นอย่างจะมารายงานให้ทราบภายหลัง ดอทรู้แต่ว่ามีนักเขียนชายอยู่สองคนที่เขียนอารมณ์ผู้หญิงเก่งมากจนน่าตกใจ มาดามโบวารี ของกุสตาฟ โฟลแบรต์ และอันนา คาเรนนินา ของลีโอ ตอลสตอย

อ่านหนังสือน้อยลง - โพสต์เมื่อ 16 พฤษภาคม 50

กองสถิติแห่งชาติ (เกาหลี) รายงาน ว่าคนเกาหลีใต้อ่านหนังสือน้อยลง โดยวัดจากยอดจับจ่ายซื้อหนังสือหรือนิตยสารต่อครอบครัว ซึ่งเฉลี่ยเดือนละ 400 บาท น้อยลงจากปีที่แล้วถึง 2.8% ขณะที่คนเกาหลีใต้ใช้เงินซื้อบุหรี่ถึงเดือนละ 900 บาท ซื้อเครื่องสำอาง 750 บาท เช่นเดียวกับประเทศจีนที่สำนักข่าวซินหัวรายงานว่าคนจีนอ่านหนังสือเพียง 5% จากจำนวนประชากรประเทศ และคนจีนอ่านหนังสือคลาสสิคน้อยลงทุกปี ทั้งที่จำนวนนักศึกษาในประเทศเพิ่มขึ้นจนปัจจุบันสูงถึง 17 ล้านคน ไม่น่าเชื่อว่าการอ่านจะเป็นกิจกรรมยากเย็นสำหรับคนในยุคนี้ไปแล้ว

จิปาถะ - โพสต์เมื่อ 16 พฤษภาคม 50

* นิตยสาร ช่อการะเกด จะกลับมาอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนาน 9 ปี มีบรรณาธิการคือ สุชาติ สวัสดิ์ศรี พร้อมผู้ลงทุนคือ สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ และวชิระ บัวสนธ์ ซึ่งจะมีงานแถลงข่าวเพื่อประกาศเปิดรับต้นฉบับวันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2550 ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ (ซอยทองหล่อ หรือสุขุมวิท 55) ตั้งแต่เวลา 16.00 น.เป็นต้นไป

* ดิกเกนส์ธีมปาร์ค กำลังจะเปิด ไปสำรวจสวนสนุกกับการ์เดียน

* บทแรก จากหนังสือใหม่ After Dark ของฮารูกิ มูราคามิ

* ไฟล์เสียง ของ Alasdair Gray พูดถึงการจากไปของเคิร์ต วอนเนกัตในบีบีซีโฟร์

* ใครชอบสาวจากหนัง Me and You and Everyone We Know ลองไปดูเว็บประชาสัมพันธ์ผลงานเขียนล่าสุดของเธอที่ noonebelongsheremorethanyou.com เป็นวิธีที่น่ารักน่าชมเสียจริง
 

 

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ