* home   ชั้นหนังสือ : ข่าวหนังสือ
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ
 
เดือน กันยายน 2550
book

โรอัลด์ ดาห์ล ยอดนิยมกว่า เจ.เค. โรว์ลิ่ง - โพสต์เมื่อ 27 กันยายน 50

ผลสำรวจการอ่านจาก ITV3 ในอังกฤษ พบว่านักอ่านวัย 16-34 ปี เลือกให้ โรอัลด์ ดาห์ล เป็นนักเขียนงานวรรณกรรมเยาวชนคนโปรด ตามด้วย ซี.เอส. ลูอิส ผู้เขียนหนังสือชุดนาร์เนีย อันดับสามคือ แบร์รี่ ผู้เขียนปีเตอร์แพน ตามด้วย เจ.เค. โรว์ลิ่ง   ผลสิบอันดับแรกคือดังนี้

1. Roald Dahl
2. CS Lewis
3. JM Barrie
4. JK Rowling
5. Anthony Horowitz (เขียนนิยายนักสืบ)
6. Jacqueline Wilson (เขียนเรื่องสำหรับเด็กซึ่งประกอบด้วยด้านมืดมน ดังในชีวิตจริง)
7. Dr Seuss (เด็กหลายรุ่นโตมาด้วยการอ่านบทกวีขี้เล่นของเขา)
8. Philip Pullman
9. Francesca Bacon (เขียนหนังสือชุด ฮอร์ริด เฮนรี่)
10. Enid Blyton

อันดับหนังสือน่าสนใจ - โพสต์เมื่อ 27 กันยายน 50

โรงแรม Travelodge สำรวจหนังสือที่ผู้เข้าพักทิ้งไว้ในโรงแรมมากที่สุด (ไม่มีอะไรจะทำแล้วหรือไงเนี่ย) โดยปีที่ผ่านมา มีหนังสือกว่า 6,500 เล่มถูกทิ้งไว้ในโรงแรมสาขาต่างๆ ส่วนใหญ่เป็นหนังสือปกแข็ง หนัก ซึ่งอาจทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าอย่าขนกลับไปเลยดีกว่า หนังสือติดอันดับหนึ่งที่แขกโรงแรมทิ้งไว้คือ The Blair Year โดย Alastair Campbell และที่ติดอันดับสิบคือแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ เล่มล่าสุด ดู 10 อันดับแรก

ในเมื่อถนัดมากกว่า เจมส์ เฟรย์ เปลี่ยนมาเขียนนิยายก็ได้ - โพสต์เมื่อ 27 กันยายน 50

เจมส์ เฟรย์ นักเขียนอเมริกันผู้อื้อฉาวจากหนังสือ A Million Little Pieces ซึ่งเล่าช่วงชีวิตติดยา และกลายเป็นหนังสือขายดี แม้แต่โอปราห์ยังแนะนำให้อ่าน แต่แล้วก็มีผู้แฉว่าเรื่องในนี้น่ะไม่จริงทั้งหมด แต่งขึ้นเองเสียก็มาก ทำให้สำนักพิมพ์ถึงกับต้องรับคืนหนังสือโดยคืนเงินให้ผู้ซื้อที่รู้สึกว่าตัวเองถูกหลอก (ดอทยังอุตส่าห์ซื้อไว้ แต่ยังไม่ทันอ่านก็มารู้ว่าเป็นเรื่องแต่ง เลยยังไม่ได้อ่านจนบัดนี้)

เฟรย์จะออกหนังสือเล่มใหม่ในปีหน้า ซึ่งเขาเรียกว่าเป็นนิยาย ชื่อ Bright Shiny Morning เนื้อเรื่องเกี่ยวกับชีวิตสมัยใหม่ในลอสแองเจลิส พิมพ์โดยฮาร์เปอร์คอลลินส์ (ไม่ใช่สำนักพิมพ์เก่าที่เคยร่วมงานกับเขา ซึ่งป่านนี้อาจยังเข็ดหลาบไม่หาย) น่ารอดูว่าผู้อ่านจะยังเป็นแฟนแน่นเหนียวของเขาหรือไม่

ไม่ว่าจะอย่างไร หนังสืออื้อฉาวของเขาคงเขียนดีหาน้อยไม่ ไม่อย่างนั้นโอปราห์คงไม่เลือกมาแนะนำ แถมขนาดว่าถูกเปิดโปงว่าไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด หนังสือก็ยังขายดี สถิติจากบุ๊กสแกนบอกว่าขายได้อาทิตย์ละ 1,000 เล่ม

เปลี่ยนมาเขียนนิยายก็ดีแล้วล่ะ ถ้าเขียนสารคดีอีก ผู้คนคงไม่ไว้วางใจอีกแล้ว ว่าแต่ถ้านิยายเรื่องใหม่มีเค้าโครงจากเรื่องจริงจำนวนมาก ไม่รู้ว่าจะมีใครโวยอีกหรือไม่

แฮร์รี่ พ็อตเตอร์ ขายดีในต่างประเทศ - โพสต์เมื่อ 27 กันยายน 50

สนพ. บลูมส์เบอรี่บอกว่าแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ เล่มสุดท้าย ขายดีในต่างประเทศไม่แพ้ในประเทศเลย แฟนๆ ไม่อยากรออ่านฉบับแปล แต่ซื้อเล่มภาษาอังกฤษเลย เช่นหนังสือขายได้ 1 ล้านเล่มเฉพาะในเยอรมนีในเดือนที่ผ่านมา ยอดสั่งหนังสือในจีนเพิ่มขึ้น 200% จากหนังสือเล่มที่แล้ว

ประเทศที่ขายดีคือ เยอรมนี จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อิตาลี เนเธอร์แลนด์ และบราซิล สำนักพิมพ์แฮร์รี่ในอเมริกามีรายได้จากการขายเล่ม 7 แล้ว 240 ล้านเหรียญสหรัฐ

ประธานสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 ซื้อบอร์เดอรส์ ในอังกฤษ - โพสต์เมื่อ 27 กันยายน 50

ครึ่งปีที่ผ่านมา ร้านบอร์เดอร์สประกาศขายร้านหนังสือ 70 แห่งในอังกฤษ และตัดสินใจเลิกกิจการธุรกิจหนังสือในต่างแดน บัดนี้ผู้มาช่วยซื้อร้านหนังสือนี้ไว้คือ ลุค จอห์นสัน ประธานสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 ผู้บอกว่ายังเชื่อในอนาคตของร้านหนังสือ เขาจ่ายเงิน 20 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 638 ล้านบาท) และตกลงจะจ่ายเงินเพิ่มอีกหนึ่งเท่าหากธุรกิจดำเนินไปได้ด้วยดี หลังการขาย บริษัทบอร์เดอร์ของอเมริกาถือหุ้นร้อยละ 17 ร้านค้าจะยังคงใช้ชื่อบอร์เดอร์สต่อไป และดำเนินงานโดยผู้บริหารเดิม

ในปี 1998 บอร์เดอร์สเปิดร้านหนังสือแรกในอังกฤษ และได้กลายเป็นร้านขายหนังสือใหญ่อันดับ 3 ในอังกฤษ

จิปาถะ - โพสต์เมื่อ 27 กันยายน 50

* แนะนำบล็อกเกี่ยวกับการออกแบบปกหนังสือ โดยกลุ่ม Fwis ซึ่งพับลิชเชอร์สวีคลี่ชวนมาเขียนคอลัมน์ประจำชื่อ Jackets Required เกี่ยวกับความเห็นต่อปกหนังสือต่างๆ เช่นล่าสุดคือ The Almost Moon นิยายเล่มใหม่ของอลิซ ซีโบลด์ เกี่ยวกับลูกสาวฆ่าแม่ ซึ่งเป็นนิยายที่หลายคนน่าจะรอคอย ความเห็นของคอลัมน์ต่อปกนี้คือจะใช้เลือดก็ไม่ได้ โหดไป จะใช้รูปหญิงชราก็น่ากลัวเกินไป จะโชว์อาวุธที่ฆ่าก็ไม่ได้ (หมอนดูสงบร่มเย็นเกินไป) ปกที่เห็นน่าสนใจดี แต่เก้าอี้ตัวนี้ลอยอยู่หรือกำลังจะตกลงไปกันแน่ เก้าอี้บังแสงอยู่หรือว่าเก้าอี้เรืองแสง ฟอนต์ของชื่อผู้เขียนไม่เข้ากับฟอนต์ชื่อเรื่อง ทำไมใช้รูปเก้าอี้โหลๆ กับหนังสือที่กะว่าจะขายดีอย่างนี้ คอลัมน์นี้น่าอ่านทีเดียว

* มิแรนดา จูไล ได้รับรางวัล แฟรงก์ โอ'คอนเนอร์ จากผลงานเรื่องสั้นชุด No One Belongs Here More Than You

* 30 ปีซีไรต์ จะเป็นดังว่าจริงหรือเปล่าต้องติดตาม (ไม่แบ่งประเภทในแต่ละปี, ไม่มีการส่งประกวด และการสรรหาคณะกรรมการที่น่าเชื่อถือ)

* โกวิท เอนกชัย หรือ เขมานันทะ ได้รังรางวัล นักเขียนอมตะ ประจำปีนี้ อ่านเพิ่มเติม เขมานันทะ คว้ารางวัล "นักเขียนอมตะ"คนล่าสุด และ ประวัติ จากผู้จัดการ

* ฮาร์เลควินประกาศว่าต่อไปนี้ จะออกหนังสือใหม่ทั้งแบบรูปเล่มและฉบับอีบุ๊ก ให้อ่านได้กับเครื่องอ่านอีบุ๊กต่างๆ สำนักพิมพ์ผู้ผลิตหนังสือโรแมนซ์รายใหญ่แห่งนี้ออกหนังสือเดือนละกว่า 120 เล่ม บอกว่าคนอ่านชอบฉบับอีบุ๊กเพราะพกพาสะดวก แถมหาซื้อง่ายเพราะจะไม่มีวันหมดจากท้องตลาด แต่ไม่รู้ว่าที่ขายดีด้วยส่วนหนึ่งเพราะคนอ่านไม่ต้องอับอายหน้าปกหนังสือเวลาอ่านในที่สาธารณะหรือไม่

* หนังสือ If I Did It ของ โอ. เจ. ซิมป์สัน ขายดีจนสำนักพิมพ์ต้องสั่งพิมพ์อีก 50,000 เล่ม

* ผลรางวัลฮิวโก ซึ่งมอบให้นิยายวิทยาศาสตร์ ปีนี้

* ชมอันดับหนังสือขายดีจากสเปน สวีเดน และเช็ก ประจำเดือนกันยายน จากพับลิชเชอร์สวีคลี่

* สถาบันปรีดี พนมยงค์ ขอเชิญชม ภาพยนตร์ที่สร้างจากวรรณกรรมเอกของโลกและหนังสือ ได้ฟรี เดือนตุลาคมนี้

Here--- I Am - โพสต์เมื่อ 12 กันยายน 50

หนังสือฮ็อตขณะนี้คงเป็น 'ลีเดีย (อย่าผวนนะ) เฮียร ไอ แอม' ระวังการออกเสียงคำว่า here ด้วย มิฉะนั้นจะเป็นคำหยาบ มีผู้ถามดอทว่าหนังสือเล่มนี้จัดว่าเป็นการหากินกับศพหรือไม่ วอนผู้อ่านช่วยตอบด้วย

เว็บของมนตรี ศรียงค์ กวีซีไรต์คนล่าสุด - โพสต์เมื่อ 7 กันยายน 50

ใครอยากรู้จักมนตรี ศรียงค์ เพิ่มขึ้น ลองอ่านเว็บไซต์ของเขาได้ที่ http://www.softganz.com/meeped/index.php มีบทสัมภาษณ์ บทความ และตัวอย่างบทกวีให้ลองอ่านกันด้วย เช่น มะลิลา : ฝนสี่นาฬิกาสามสิบห้านาที

เธอมีความสุขดีหรือที่รัก? / ฝนยังคงตกหนักอยู่ที่นี่ / และฉันยังไม่ตาย-สบายดี / พึงมีเท่าที่จะพึงเป็น!

แต่ถ้าอยากอ่านบทกวีล่าสุดของเขา คงต้องหาอ่านจาก โลกในดวงตาของข้าพเจ้า สนพ. สามัญชน

โผหนังสือรอบชิงรางวัลบุ๊กเกอร์ - โพสต์เมื่อ 7 กันยายน 50

เรียงตามลำดับอัตราต่อรองจากสำนักพนัน วิลเลี่ยม ฮิลล์ ณ วันรายงานข่าว ดอทโอเขียนรีวิวหนังสือ 2 เล่มแรกเอาไว้แล้ว ปีนี้รายชื่อหนังสือติดโผมีเสียงครหาบ้าง เพราะหนังสือของเอียน แม็คอีวาน ผู้เคยได้รางวัลบุ๊กเกอร์มาแล้ว หนาไม่ถึง 200 หน้า ทำให้ใครๆ มองว่าน่าจะเป็นนวนิยายขนาดสั้น ซึ่งไม่ควรมีสิทธิ์เข้าชิงรางวัลนี้ ผลรางวัลจะประกาศเดือนหน้า

* Mister Pip โดย Lloyd Jones
* On Chesil Beach โดย Ian McEwan
* Darkmans โดย Nicola Barker   เรื่องของครอบครัวแตกสลายในอังกฤษที่ถูกผีหลอกวิญญาณหลอน
* The Reluctant Fundamentalist โดย Mohsin Hamid   นักศึกษาปากีสถานค้นพบอีกด้านของครอบครัวที่อุปการะเขามา หลังจากเกิดเหตุการณ์วินาศกรรมตึกเวิล์ดเทรด
* The Gathering โดย Anne Enright   การฆ่าตัวตายของญาติทำให้หญิงไอริชคนหนึ่งทบทวนประวัติย้อนไปสามชั่วคนของครอบครัวใหญ่ของเธอ
* Animal's People โดย Indra Sinha   อิงจากชีวิตของชายผู้ฆ่าตัวตายในวัย 34 ปี จากการล่มสลายของอุตสาหกรรม

ไอซ์ ชื่อเล่นยอดนิยมของคนตราด - โพสต์เมื่อ 7 กันยายน 50

เนชั่นและคมชัดลึก รายงานผลสำรวจการตั้งชื่อเล่นของเด็กจังหวัดตราด พบว่าเด็กร้อยละ 53.39 มีชื่อเล่นภาษาอังกฤษ ร้อยละ 1 มีชื่อเล่นภาษาเกาหลี, ญี่ปุ่น, จีน หรืออราบิก ส่วนที่เหลือมีชื่อเล่นภาษาไทย ชื่อเล่นภาษาอังกฤษยอดนิยม 3 อันดับแรกได้แก่ ไอซ์, เมย์ และ ฟลุ้ค ชื่อเล่นยอดนิยมภาษาไทยคือ พลอย, น้ำ และทราย

กระทรวงวัฒนธรรมจะรณรงค์การใช้ภาษาไทยและภาษาถิ่น รวมถึงการตั้งชื่อเล่นเป็นภาษาไทย โดยจัดสำรวจการตั้งชื่อเล่นของเด็กไทย และจัดทำคู่มือตั้งชื่อเล่นไทยเผยแพร่ภายในสิ้นปีนี้

เดือนเสี้ยว พิมพ์ใหม่แล้ว - โพสต์เมื่อ 4 กันยายน 50

เดือนเสี้ยว ของเหลาเส่อ พิมพ์ออกมาใหม่แล้วโดยสำนักพิมพ์โลกหนังสือ น่ายินดียิ่ง ขอแนะนำให้ไปหาอ่านกันดู ภาพประกอบก็สวยมากด้วย ดอทอ่านแล้วประทับใจตั้งแต่เด็กๆ อ่านรายละเอียดจากไทยรัฐ

คนอังกฤษฝันอยากเป็นนักเขียน - โพสต์เมื่อ 2 กันยายน 50

ผลสำรวจล่าสุดถามคนอังกฤษ 2,461 คน พบว่าคนส่วนใหญ่ (ร้อยละ 10) บอกว่าอยากเป็นนักเขียน อาชีพรองๆ ลงมาคือ นักกีฬา นักบิน นักบินอวกาศ และผู้จัดงาน (ออแกไนเซอร์) ข่าวการ์เดียนบอกว่า เจ. เค. โรว์ลิ่ง คงมีส่วนไม่น้อยที่ทำให้ใครๆ อยากเป็นนักเขียนอีก ดูเธอรวยเสียขนาดนั้น

ผลงานจากกวี Poet Laureate คนล่าสุด - โพสต์เมื่อ 2 กันยายน 50

ชาร์ลส์ ซิมิค เป็นกวีอเมริกันคนล่าสุดที่ได้รับตำแหน่งกวีราชสำนัก เขาอายุ 69 ปีแล้ว สอนหนังสือที่ ม. นิวแฮมเชอร์ เคยได้รับรางวัลแม็คอาเธอร์และพูลิตเซอร์ บทกวีของเขามีอารมณ์ขันร้ายๆ ไม่น้อย ลองอ่านสักบทดูซี

 
There now, where the first crumb นั่นไง เมื่อเศษขนมปังเศษแรก
Falls from the table ร่วงจากโต๊ะ
You think no one hears it เธอคิดว่าไม่มีใครได้ยิน
As it hits the floor ขณะเศษนั้นตกถึงพื้น

But somewhere already

แต่ที่บางที่
The ants are putting on พวกมดพากันสวม
Their Quaker hats หมวกเควเกอร์
And setting out to visit you. ตรงมาเยี่ยมเธอ

บุ๊กเกอร์ไพรซ์ 2007 - โพสต์เมื่อ 2 กันยายน 50

รายชื่อหนังสือเข้าชิงบุ๊กเกอร์ไพรซ์ 2007 รอบแรก ในปีนี้ คัดหนังสือเพียง 13 เล่มจากที่เคยเข้ารอบประมาณ 20 เล่มในทุกปี ความฮือฮายังเป็นสัญลักษณ์ของรางวัลนี้เมื่อนักเขียนชื่อดังหลุดจากสารบบทั้งยวง ไม่ว่าจะเป็นแกรห์ม สวิฟต์, ดอริส เลสซิ่ง, เจ เอ็ม คูทซี่, โจนาธาน โค, ไมเคิล ออนดาเจ, จัสติน คาร์ทไรท์ หรือแพท บาร์เกอร์ ที่มีหนังสือใหม่ออกมาพร้อมพร้อมตาในช่วงนี้

ตัวเต็งจึงตกเป็นของนักเขียนมือวางอันดับหนึ่ง นอกนั้นเป็นนักเขียนที่ไม่เคยเข้ารอบและหน้าใหม่เอี่ยมอ่องถึง 4 คน (รายชื่อเรียงตามโผของวิลเลี่ยม ฮิลล์ ซึ่งผู้ทำโผบอกว่าตั้งแต่รับพนันมา 25 ปี ปีนี้ยากที่สุดเหมือนต่อรองระหว่างโรเจอร์ เฟดเดอเรอร์ กับนักเทนนิสท้องถิ่นยังไงยังงั้น) แต่เห็นรายชื่อเต็งหนึ่งอย่าเพิ่งท้อใจ ของอย่างนี้ไม่แน่เสมอไปเพราะกรรมการบอกว่าปีนี้หนังสือเข้มข้นแก่การอ่านทุกเล่ม ส่วนเล่มใดจะเข้ารอบหกเล่มสุดท้าย โปรดติดตามผลรอบชิงวันที่ 6 กันยายน

On Chesil Beach - Ian McEwan
Darkmans - Nicola Barker
The Reluctant Fundamentalist - Mohsin Hamid
What Was Lost - Catherine O'Flynn
Winnie & Wolf - AN Wilson
Animal's People - Indra Sinha
Consolation - Michael Redhill
The Gathering - Anne Enright
Gifted - Nikita Lalwani
Self Help - Edward Docx
The Gift Of Rain - Tan Twan Eng
The Welsh Girl - Peter Ho Davies
Mister Pip - Lloyd Jones

อ่าน ตัดสินหนังสือด้วยหน้าปก จากแซม จอร์ดิสัน นักข่าวการ์เดียน ก่อนที่เขาจะหาหนังสือบุ๊กเกอร์ไพรซ์มาอ่านให้ครบ

เทคนิคใหม่ในการรับมือกับการก็อปตำราเรียน - โพสต์เมื่อ 2 กันยายน 50

เครื่องถ่ายเอกสารเป็นของคู่กับนักศึกษาไทย สถาบันการศึกษาไทยมีแหล่งผลิตหนังสือเถื่อนอยู่ทั่วไป ทำโดยเปิดเผย สามารถถ่ายเอกสารและเข้าเล่มตำราต่างๆ แถมมีฝีมือดีเสียด้วย (ค่าที่ทำมานาน) ข่าวบางกอกโพสต์รายงานว่าสำนักพิมพ์วิทยพัฒน์ นำเทคโนโลยีมาใช้รับมือการถ่ายเอกสารหนังสือ โดยทำให้หน้ากระดาษที่ถ่ายเอกสารออกมามีลายน้ำขึ้นเต็มหน้า ลายน้ำแสดงข้อความว่า "การถ่ายสำเนาเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์" หรือ "การถ่ายสำเนาเล่มนี้มีความผิดทางอาญา"

ต้องดูว่าจะได้ผลไหม เพราะตำราเมืองนอกอาจจะเอาไปใช้บ้างก็ได้ บริษัทวิทยพัฒน์กล่าวว่าบริษัทคิดค้นเทคโนโลยีนี้ 3 ปี ลงทุนไป 3 แสนบาท และจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว

สำนักพิมพ์วิทยพัฒน์กล่าวว่ายอดพิมพ์ตำราครั้งละ 2,000-3,000 เล่ม แต่อาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะขายหมด เพราะนักศึกษานิยมซีรอกซ์ตำรามากกว่า แม้ราคาตำราจริงจะประมาณ 200-500 บาท ผู้อำนวยการ สนพ. หวังว่าด้วยเทคนิคกันขโมยนี้ ยอดขายน่าจะกระเตื้องขึ้นร้อยละ 10-15 อ่านข่าวเพิ่มเติมจากโพสต์ทูเดย์

วิลเลี่ยม ฮิลล์ยอมจ่าย - โพสต์เมื่อ 2 กันยายน 50

การ์เดียน รายงานว่าตอนจบที่ชวนสับสนใน Harry Potter and the Deathly Hallows เป็นเหตุทำให้สถานรับพนันรายใหญ่อย่างวิลเลี่ยม ฮิลล์ยอมจ่ายเงินให้ลูกค้า ไม่ว่าจะแทงว่าตอนจบแฮรี่ พอตเตอร์จะตาย จะฆ่าตัวตายหรือโดนลอร์ดวอลเดอร์มอรต์ฆ่าก็ตาม โฆษกของวิลเลี่ยม ฮิลล์กล่าวว่าตีความไปก็ปวดหัว จ่ายหมด ไปเลยดีกว่าเพราะเงินแค่นี้เล็กน้อย (เทียบกับเวลาเสียม้าหรืออื่นๆ ที่อาจเจ๊งได้นับล้านปอนด์)

การหยิบเรื่องราวรอบตัวมาพนันเริ่มตั้งแต่ปี 1980 ที่ตอนนั้นละครชุด Dallas โด่งดังเป็นที่ติดตามกันมาก มีผู้ชมกว่า 25 ล้านคน วิมเลี่ยม ฮิลล์จึงรับพนันว่าใครเป็นผู้ฆ่า JR ในตอนสุดท้ายของดัลลัส หลังจากนั้นหากเรื่องใดมีคนสนใจให้ความเห็น วิลเลี่ยม ฮิลล์จะนำมาสร้างมุขฮาหาเงินเข้ากระเป๋ากับเค้าได้หมด

เรื่องราวของเจ เค โรว์ลิ่ง เองตอนนี้วิลเลี่ยมก็คิดมุขรับพนันเป็นเงิน 12,000 ปอนต์แล้ว ว่าภายในสองสามปีนี้โรว์ลิ่งจะไม่เขียนภาคต่อของแฮร์รี่ พ็อตเตอร์แน่นอน

เจสัน รีบอร์น - โพสต์เมื่อ 2 กันยายน 50

The Bourne Ultimatum เพิ่งลงโรงกวาดเงินจากคนดูทั่วโลก นิยายของโรเบิร์ต ลัดลั่มก็ขายดิบขายดีมีแฟนตั้งหน้าตั้งตารออ่าน หากดอทเป็นลัดลั่มคงตายตาหลับพริ้มเพราะการเป็นนักเขียนไร้ชีพแต่ยังมีหนังสือใหม่ติดอันดับขายดีถึง 12 เล่ม ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันง่ายๆ

โรเบิร์ต ลัดลั่มเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายในปี 2001 เขารักษาโรคนี้มาตั้งแต่ปี 1991 ลัดลั่มจึงมีเวลาเตรียมตัววางแผนเขียนพินัยกรรมให้ผู้ดูแลผลประโยชน์ใช้นามของเขาผลิตผลงานต่อไปในอนาคต ลัดลั่มบอกว่าอุตส่าห์สะสมชื่อเสียงและฐานนักอ่านมากว่า 30 ปี จะปล่อยให้สูญหายไปได้อย่างไรเล่า เขากล่าวว่า "ผมไม่อยากให้ชื่อผมสูญหายไป"

หนังสือที่ออกมาในนามโรเบิร์ต ลัดลั่ม มิได้เขียนด้วยตัวเขาเองอีกต่อไป แต่เป็นการใช้นักเขียนร่างทรงซึ่งมีทั้งเปิดเผยและไม่เปิดเผย เช่น The Bourne Legacy ที่แม้จะมีโลโก้ลัดลั่มขึ้นตัวใหญ่ หากสังเกตให้ดีจะเห็นชื่อด้านล่างของอีริค ฟาน ลัสท์เบเดอร์ ผู้เขียนตัวจริง จากการยิมยอมพร้อมใจของลัสท์เบเดอร์ซึ่งมีโอกาสพบลัดลั่มตั้งแต่เขายังมีชีวิตอยู่ เจมส์ คอบบ์เป็นอีกคนที่ได้รับการติดต่อให้เขียนหนังสืออีกชุดของลัดลั่ม เขาเขียน Arctic Event โดยได้รับโน้ตจากตัวแทนว่าตัวละครเอกจอห์น สมิธควรพบรักใหม่

ผู้ดูแลทรัพย์สินของลัดลั่มดำเนินตามวิธีการของ วี.ซี. แอนดรูวส์ นักเขียนผู้เสียชีวิตตั้งแต่ปี 1986 แต่ยังขายดีจากนิยายในชื่อเธอซึ่งเขียนโดยคนอื่น นักเขียนไร้นามนั้นคือ เออร์เนสต์ เฮมิงเวย์

The Bourne Legacy ขายได้ 272,000 เล่ม และ The Bourne Betrayal ขายได้แล้ว 86,000 เล่ม ติดอันดับขายดีลำดับ 8 ของนิวยอร์กไทมส์ ผู้จัดการทรัพย์สินของลัดลั่มกล่าวว่า "ถ้าเราสามารถพิมพ์หนังสือของลัดลั่มไปได้จนห้าสิบปีข้างหน้า และคนอ่านยังชอบใจ เราก็จะยังพิมพ์ต่อไป" บางทีโรเบิร์ต ลัดลั่มอาจเป็นนักเขียนคนเดียวในโลกที่เป็นอมตะตลอดกาล อ่านข่าวเพิ่มเติมที่ อินดิเพนเดนซ์

ออสเตนโดนปฏิเสธ - โพสต์เมื่อ 2 กันยายน 50

เดอะไทมส์ รายงานข่าวที่นายเดวิด ลาสแมน ลองของสำนักพิมพ์หลังจากหงุดหงิดที่ต้นฉบับของเขาโดนปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า ลาสแมนนำบทแรกในวรรณคดีคลาสสิคของเจน ออสเตน 3 เรื่อง Pride and Prejudice, Northanger Abbey และ Persuasion มาดัดแปลงชื่อตัวละคร ฉาก รวมถึงเปลี่ยนชื่อหนังสือและคนเขียนเสียใหม่ ก่อนจะส่งไปให้สำนักพิมพ์ 18 แห่งพิจารณา ผลปรากฏว่าทั้งสิบแปดแห่งตอบจดหมายปฏิเสธ ที่ตลกไปกว่านั้นมีเพียงสำนักพิมพ์เดียวที่จำหนังสือของออสเตนได้ ลาสแมนรำพึงว่าการได้ตีพิมพ์หนังสือในปัจจุบันนี้ยากมากถ้าไม่มีอเจนซี่เป็นตัวแทนติดต่อ ขนาดต้นฉบับนักเขียนระดับโลกยังโดนปฏิเสธเลย แต่นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่แปลกคือทำไมไม่มีใครจำถ้อยคำของเจน ออสเตนได้ แม้แต่สำนักพิมพ์เพนกวินผู้ตีพิมพ์หนังสือของออสเตนเอง

สำนักพิมพ์เดียวที่จับไต๋ได้คือสำนักพิมพ์โจนาธาน เคฟ ผู้ช่วยบรรณาธิการ อเล็กซ์ บาวเลอร์เขียนจดหมายตอบลาสแมนว่าขอบคุณที่ส่งบทแรกของต้นฉบับมาให้อ่าน อ่านครั้งแรกเกิดความรู้สึกไม่อยากเชื่อและอดขำไม่ได้ เขาบอกว่า"ผมแนะนำให้คุณหยิบหนังสือ Pride and Prejudice ของออสเตนมาดู ซึ่งผมเชื่อว่าคงวางอยู่ใกล้ๆ เครื่องพิมพ์ดีด อยากให้คุณแน่ใจว่าตอนต้นของคุณไม่เหมือนหนังสือเล่มนั้น เพราะสิ่งนี้เรียกว่าการลอก ซึ่งผมไม่อยากเห็นคุณมีปัญหากับตัวแทนของออสเตน"

ข่าวปล่อยไก่เช่นนี้ทำให้โฆษกสำนักพิมพ์ออกมาแก้ต่าง เพนกวินบอกว่าคงไม่มีการอ่านต้นฉบับของนักเขียนที่ไม่มีอเจนซี่ เพราะเป็นนโยบายของเพนกวินแม้ว่าต้นฉบับจะถูกส่งมาก็ตาม ส่วนสำนักพิมพ์ต่างได้รับต้นฉบับอาทิตย์หนึ่งเป็นร้อยเรื่อง ดังนั้นเป็นเรื่องปกติที่สำนักพิมพ์จะตอบจดหมายปฏิเสธอย่างสุภาพ

บริษัทรถไฟที่รถชอบมาไม่ตรงเวลา จ้างกวีไปปลอบโยนผู้โดยสร - โพสต์เมื่อ 2 กันยายน 50

เฟิสต์เกรตเวสเทิร์น บริษัทรถไฟในอังกฤษ จ้างกวีนาม แซลลี่ แครบทรี ไปแสดงผลงานกวีตามสถานีต่างๆ รวมเวลา 4 วัน บริษัทยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับสถิติรถไฟชอบมาไม่ตรงเวลา แต่นี่เป็นการให้ความบันเทิงแก่ผู้ใช้บริการ

กลุ่มผู้โดยสารเห็นว่ากิจกรรมนี้งี่เง่าสิ้นดี ถ้ารถมาช้า ถึงจะมีกวีมาร่ายบทกลอนให้ฟัง คนก็คงไม่เพลิน อ่านข่าวเต็มซึ่งพาดหัวฮามาก Worst rail firm goes from bad to verse

นักเขียนถูกจับข้อหาฆาตกรรม จากการเขียนนิยายที่มีพล็อตฆ่าดีพร้อม - โพสต์เมื่อ 2 กันยายน 50

คริสเตียน บาลา นักเขียนโปแลนด์วัย 33 ปี ถูกจับกุมข้อหาฆ่าผู้อื่น ในปี 2000 มีผู้พบศพที่ถูกชำแหละของนักธุรกิจโปแลนด์ผู้หนึ่งในแม่น้ำ คดีนี้ไม่มีความคืบหน้า มีแต่อีเมลแปลกๆ ส่งมาจากอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ในอินโดนีเซียและเกาหลีใต้ บอกว่านี่เป็นการฆาตกรรมที่ดีพร้อม

ห้าปีต่อมา มีโทรศัพท์บอกตำรวจว่าลองไปอ่านนิยาย Amok (2003) ของบาลา พออ่านตำรวจต้องตกใจว่าในหนังสือมีรายละเอียดหลายอย่าง ซึ่งจะรู้ได้เฉพาะแต่ตำรวจกับฆาตกรเท่านั้น เมื่อสืบสวนต่อไปพบว่านักธุรกิจผู้ตาย เป็นเพื่อนของอดีตภรรยาของนักเขียน ทำให้ตำรวจจับกุมตัวบาลา ต่อมา ตำรวจพบว่าบาลาไปเที่ยวดำน้ำที่เกาหลีใต้และอินโดนีเซีย ช่วงเวลาเดียวกับที่ตำรวจได้อีเมล และบาลาขายโทรศัพท์มือถือรุ่นเดียวกับที่ผู้ตายมี แต่ตำรวจหาไม่พบ หลังจากพบศพผู้ตาย 4 วัน

บาลาบอกว่าเขาเพียงแต่ทึ่งคดีฆาตกรรมโหดนี้ และจินตนาการรายละเอียดที่เหลือ แล้วแต่งเป็นนิยาย บาลาเสนอตัวจะผ่านเครื่องจับเท็จ ซึ่งเขาผ่านจริงๆ แต่กว่าจะตอบคำถามแต่ละข้อ เขาใช้เวลานานมาก ตำรวจเดาว่าเขาอาจใช้เทคนิคควบคุมการหายใจ เพราะเขาเป็นนักดำน้ำอยู่แล้ว

ต้องติดตามคดีนี้ต่อไปว่าจะไปสิ้นสุดในชั้นศาลอย่างไร บาลาจะเป็นเพียงนักเขียนที่บังเอิญเขียนพ้องเรื่องจริงจนตกเป็นผู้ต้องหา หรือเขาจะเป็นนักฆ่าที่วางแผนดีพร้อมจริงๆ และอดไม่ได้จะนำมาเขียนเป็นนิยาย

บาร์นส์แอนด์โนเบิลกับหนังสือ If I Did It : ถ้าฉันขาย ฉันจะได้เงิน - โพสต์เมื่อ 2 กันยายน 50

โอ เจ ซิมป์สัน อดีตดาราฟุตบอลชื่อดัง ร่วมมือกับโกสต์ไรเตอร์ เขียนหนังสือ If I Did It (ถ้าฉันฆ่า) มีเนื้อหาว่าถ้าเขาเป็นคนฆ่านิโคล ซิมป์สัน ภรรยาตัวเอง และ โรนัลด์ โกลด์แมน เพื่อนชายของภรรยา เขาจะฆ่าอย่างไร หนังสือเรื่องนี้เดิมมีกำหนดขายปลายปีที่แล้ว แต่ถูกด่าจากทั่วสารทิศว่าคิดพิมพ์ออกมาได้ยังไงเนี่ย จนสำนักพิมพ์ต้องระงับการขาย แถม บ.ก. ยังกระเด็นออกจากตำแหน่งอีกด้วย (ปี 1994 ขณะทั่วโลกดูการถ่ายทอดฟุตบอลโลก แต่ทีวีอเมริกันกลับตัดไปที่ตำรวจขับรถไล่ล่าซิมป์สัน ในปี 1995 ซิมป์สันรอดคดีฆาตกรรมในศาลอาญามาได้ แต่แพ้ในศาลแพ่ง ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ครอบครัวผู้ตายเป็นเงิน 33.5 ล้านเหรียญสหรัฐ )

สำนักพิมพ์ทำลายหนังสือ (เกือบ) ทั้งหมด แต่ก็มีหนังสือรั่วออกมาทางเน็ตตั้งแต่กลางปีนี้ และแล้วหนังสือเรื่องนี้ก็กลับมาขายจนได้ เมื่อศาลสั่งให้ครอบครัวของโกลด์แมนได้สิทธิ์ในการตีพิมพ์ รายได้ทั้งหมดตกเป็นของครอบครัวนี้ เป็นส่วนหนึ่งของเงินค่าชดเชยที่ซิมป์สันต้องจ่ายให้ ครอบครัวนี้เชื่อว่าหนังสือจะเป็นคำสารภาพของฆาตกรตัวจริงนั่นเอง (ดูหน้าปกสิ มีชื่อรองคือ คำสารภาพของฆาตกร) หนังสือมีกำหนดวางขายวันที่ 14 กันยายน ด้วยยอดพิมพ์ครั้งแรก 1.5 แสนเล่ม

แรกๆ บาร์นส์แอนด์โนเบิลบอกว่าจะไม่ขายหนังสือเล่มนี้ แต่แล้วเมื่อยอดสั่งจองทำท่าว่าหนังสือจะขายดี เลยกลับใจมาขาย (ทำให้ถูกด่าไปทั่วเช่นกัน) ทางร้านบอกว่าก็ลูกค้าเขาต้องการนี่นา

แด่แฟนแฮร์รี่ ด้วยดวงใจ - โพสต์เมื่อ 2 กันยายน 50

* แฟนหนังสือแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ของจีน โพสต์ฉบับแปลซึ่งร่วมทีมกันแปลเองเผยแพร่ทางเน็ต ก่อนฉบับจริงที่มีกำหนดวางขายวันที่ 28 ตุลาคม หนังสือชุดแฮร์รี่ขายในจีนได้แล้วกว่า 9 ล้านเล่ม เรื่องนี้สำนักพิมพ์ออกมาประณามเฉยๆ แต่ไม่สามารถดำเนินการทางกฎหมายได้ เพราะสำนักพิมพ์ไม่ได้รับลิขสิทธิ์ในการเผยแพร่หนังสือแฮร์รี่ฉบับอิเล็กทรอนิกส์

* แฟนแฮร์รี่จากฝรั่งเศสวัย 16 ปี แปลแฮร์รี่เล่มล่าสุดด้วยตัวเองแล้วเผยแพร่ทางเน็ต จึงถูกจับกุมจากข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ ขณะที่นักแปลตัวจริงบอกว่ากำลังแปลยังไม่เสร็จเลย กำหนดวางขายฉบับแปลคือ 28 ตุลาคม เด็กหนุ่มคนนี้เข้าไปนอนในคุกหนึ่งคืน แต่สำนักพิมพ์กัลลิมารด์จะไม่ฟ้องเรียกค่าเสียหาย เพราะหนุ่มคนนี้ไม่ได้ทำเพื่อแสวงหารายได้ และทำเพียงคนเดียว ไม่ได้ร่วมแก๊งกับใคร

* แฟนๆ บ้านเราแต่ก่อนก็มีการแปลแล้วเอามาโพสต์ตามเน็ตเช่นกัน ซึ่งนานมีบังคับให้ถอดออก แต่จะว่าไปแล้วคงไม่เสียหายอะไรนัก เพราะฉบับแปลโดยแฟนๆ โดยเฉพาะแฟนวัยรุ่น มักใช้ภาษาที่ไม่น่าจะเป็นที่โปรดปรานของคนทุกกลุ่มอยู่แล้ว (เช่น จิงดิ จิงอะ โอ ก้อ เรย คริคริ ฯลฯ)

* นานมีลบคำนิยมของ ทักษิณ ชินวัตร ออกจากหนังสือแฮร์รี่ ที่จัดพิมพ์ขึ้นใหม่ (โถ) แต่นี่เป็นข่าวดีว่าผู้ที่ไม่ยอมซื้อหนังสือเล่มนี้ด้วยเห็นว่ามีความเป็นเสนียดจัญไรอยู่ อาจจะซื้อได้แล้ว ว่าแต่ว่าทำไมนานมีต้องมีชื่อนักการเมืองอยู่ในหนังสือด้วยนะ เป็นเครื่องรางของขลังเหมือนจตุคามหรือเปล่าหนอ ถ้าจะมีช่วยทำหลายๆ ค่ายได้ไหม เช่นแฟนของ สมัคร, อภิสิทธิ์, ชวน, ลีน่า ฯลฯ จะได้ดีใจบ้าง หรือจะให้ดี ให้ผลิตเวอร์ชันมีคำนิยม และไม่มีคำนิยม จะดีกว่ามาก (ดอทโล่งใจเหลือหลายที่ฉบับอเมริกันไม่มีคำนิยมจาก จอร์จ บุช ไม่งั้นคงซื้อไม่ลง หรือซื้อมาแล้วต้องฉีกหน้าคำนิยมออก)

แฮร์รี่เล่ม 7 ฉบับภาษาไทยตั้งราคาปกอ่อน 446 บาท ปกแข็ง 536 บาท (ทียังงี้ไม่บ่นว่าแพงนะ) จะใช้หน้าปกฉบับอเมริกันเพราะสวยกว่า นานมีบอกว่าค่าลิขสิทธิ์ของหนังสือเล่ม 7 สูงกว่า 10 ล้านบาท สำหรับคนเขียนคำนิยมต้องเป็น นายกฯ เท่านั้น ซึ่งนานมีจะรอดูว่าการเมืองช่วงธันวาคม ปีนี้เป็นเช่นไร แถมบอกว่าอาจไม่มีคำนิยมเลยก็ได้ อ่านผู้จัดการสัมภาษณ์นานมี

* แฮร์รี่ พ็อตเตอร์ ขายได้ 11.5 ล้านเล่มภายใน 10 วันแรกที่วางขาย ทำให้สำนักพิมพ์ในอเมริกาสั่งพิมพ์เพิ่มอีก 2 ล้านเล่ม (จากยอดพิมพ์ครั้งแรก 12 ล้านเล่ม เป็น 14 ล้านเล่ม)

ดูตาม้าตาเรือให้ดี ก่อนเป็นเว็บมาสเตอร์ให้ใคร - โพสต์เมื่อ 2 กันยายน 50

ประพันธ์สาส์นให้เว็บมาสเตอร์โฆษณาขอขมาในสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ เป็นเวลา 7 วัน และในเว็บไซต์พันทิพและ Google เป็นเวลา 30 วัน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาท ค่าเสียหายขั้นต่ำ 1 ล้านบาท เนื่องจากละเลยการปฏิบัติหน้าที่ (ลบข้อความผู้มาด่าในเว็บบอร์ด หรือกระทำการใดๆ เพื่อปกป้องชื่อเสียงบริษัท) แต่เว็บมาสเตอร์ตกลงใจว่าไปว่ากันในศาลดีกว่า อ่านรายละเอียด

ถึงแม้เว็บมาสเตอร์จะอยากกระทำตาม ก็คงทำยาก เช่นการโฆษณาในกูเกิลนั้น ไม่ได้แปลว่ามีเงินแล้วจะได้ลงโฆษณาเสมอไป แต่เว็บไซต์ที่จะลงต้องมีคุณภาพดีพอด้วย โฆษณานั้นจึงจะปรากฏให้เห็น เพราะกูเกิลใช้ระบบประมูลในโฆษณา ดังนั้นของไม่ดีแล้ว ต่อให้ทุ่มเทเงินทองเท่าไรก็ไม่ได้การันตีว่าจะเห็นโฆษณา

เว็บประพันธ์สาส์นเป็นเว็บที่พยายามจะเป็นเว็บหนังสือคุณภาพแห่งหนึ่ง น่าชื่นชมความพยายามนี้ แต่น่าเสียดายที่ยังมีข้อบกพร่องต่างๆ โดยเฉพาะการเขียนข่าวซุบซิบ ไม่แน่ใจว่าผู้บริหารสำนักพิมพ์นี้เคยอ่านเว็บตนเองหรือไม่ หากอ่านแต่คอลัมน์ข่าวในเว็บแล้ว จะคิดว่าสำนักพิมพ์ต้องผลิตหนังสือแนวแฉและแนวเซ็กส์ ผสมการหาผัวหาเมีย มีการเขียนโจมตี "ผู้ที่ไม่เป็นพวกของตัวเอง" สม่ำเสมอ และเป็นโชคดีของมติชน ที่ไม่ต้องจ้างใครมาด่าศัตรูของตน แต่ค่ายประพันธ์สาส์นคอยด่าให้เสร็จสรรพ เช่น วาณิช จรุงกิจอนันต์ ถูกด่าหยาบคายชนิดน่าตกใจมากๆ ไปหลายดอก รวมทั้งการพูดถึงค่ายมติชนในทางดีงามจากความสนิทสนมส่วนตัวเสมอมา เป็นอย่างนี้มานานแสนนาน แทนที่คนประพันธ์สาส์นจะเอาเวลาไปฟ้องใครๆ ถ้าลืมตาอ่านเว็บของตัวเองหน่อยก็น่าจะดี หรือถ้าอ่านแล้วก็แปลว่าคงชอบแบบนี้ละมั้ง

จิปาถะ - โพสต์เมื่อ 2 กันยายน 50

* มนตรี ศรียงค์ หรือกวีหมี่เป็ด คว้าซีไรต์ปีนี้จาก โลกในดวงตาของข้าพเจ้า อ่านรายละเอียดจาก มนตรี ศรียงค์ คว้ากวีซีไรต์ปี 50 ไปครอง และ กวีหมี่เป็ด ลูกหลานชาวหาดใหญ่คว้าซีไรต์ปี 2550 จากผู้จัดการ และ มนตรี ศรียงค์ กวีซีไรต์ปี 2550 จากจุดประกายวรรณกรรม

* แถลงการณ์ตรวจสอบคณะกรรมการซีไรต์ จากกลุ่มประชาคมวรรณกรรม มีข้อเสนอเช่น "คณะกรรมการสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยฯ กับคณะกรรมการสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ควรมีวาระการดำรงตำแหน่ง เพื่อไม่ให้สะสมอำนาจจนเกินควร"

คณะกรรมการส่วนหนึ่งอยู่ในอำนาจอย่างยาวนาน มากที่สุดคือ ผศ.ดร.ธเนศ เวศร์ภาดา เป็นกรรมการรอบคัดเลือก ๑๒ สมัย (ในจำนวนนี้เป็นประธานคณะกรรมการรอบคัดเลือก ซึ่งหมายถึงการเป็นกรรมการรอบตัดสินด้วย ๓ สมัย) ได้แก่ปี ๒๕๓๔-๒๕๓๙ , ปี ๒๕๔๔ และปี ๒๕๔๖-๒๕๕๐ รองลงมาคือ นายพิเชฐ แสงทอง เป็นกรรมการรอบคัดเลือก ๔ สมัย ในปี ๒๕๔๖-๒๕๔๘ และปี ๒๕๕๐

* ความสุขของกะทิ จะสร้างเป็นหนังแล้วโดยกลุ่มภาพยนตร์ชูใจ สหมงคลฟิลม์ กำกับโดย เจนไวยย์ ทองดีนอก ตอนนี้กำลังเปิดรับเด็กหญิงผู้รับบทกะทิ ดอทขอนำเสนอเด็กหญิงจิไลซา โรส จากหนัง Tideland แม้เธอจะพูดภาษาไทยไม่ได้ก็ไม่น่ามีปัญหามาก เพราะกะทิเก็บงำความคิดส่วนใหญ่ไว้กับตัวเองอยู่แล้ว แถมจิไลซา โรส ยังมีประสบการณ์การสูญเสียพ่อและแม่ไป น่าจะเข้าใจบทได้ถ่องแท้ หรือใครสนใจสามารถเสนอชื่อนักแสดงได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ รายละเอียด

* เรื่องรักตรึงใจในวรรณคดี ไม่มีคู่ใดเกินหน้ารักเธอต้องทรมานของฮีธคิลฟ์กับแคธี่ เรื่องรองๆ ลงมาคือ Pride and Prejudice, โรมิโอจูเลียต, เจนแอร์, วิมานลอย

* ฮาร์รี่ มุลิสช์ ครบรอบ 80 ปี

* How I spent the war บทความของกึนเทอร์ กราสส์ในนิวยอร์กเกอร์

* ยอดเยี่ยมและยอดแย่ของนิยายสนามบิน แห่งฤดูร้อน

* Man Asian Literary Prize สปอนเซอร์เดียวกับรางวัลบุ๊กเกอร์ในอังกฤษได้ประกาศรายชื่อหนังสือเข้ารอบ 23 เล่มจาก 243 เล่ม โดยอินเดียเข้ารอบ 11 คนและมีนักเขียนจากจีน ไต้หวัน พม่า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ (ไม่รู้มีคนไทยส่งบ้างหรือเปล่า แต่หากส่งประกวดกรณียังไม่ตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ เวลาส่งต้นฉบับต้องมีฉบับภาษาเดิม รวมทั้งแปลต้นฉบับแนบมาด้วย) รางวัลนี้จะประกาศผู้ชนะในเดือนพฤศจิกายน โดยรับรางวัลเป็นเงิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ

* สาระใหม่ของ penguin.co.uk และอีกหนึ่งบล็อกจากเพนกวิน BlogAPenguinClassic

* Every book you read was once a tree โครงการชวนปลูกต้นไม้จาก Eco-Libris

* การอ่านช่วยให้อายุยืน แทนที่จะเชื่อโฆษณาซุปไก่น้ำเน่าจงใจให้สะเทือนอารมณ์ เรามาซื้อหนังสือให้คนที่เรารักดีกว่า (หรือดีไปกว่านั้น คือให้คูปองคนรักไปซื้อหนังสือ)

* หลังจากได้รับเลือกให้เป็นผู้เขียนหนังสือเจมส์ บอนด์อย่างเป็นทางการ Sebastian Faulk นักเขียนนิยายรักระหว่างสงคราม ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้ผู้ดูแลทรัพย์สินของเอียน เฟลมมิง คัดเลือกนักเขียนมาแต่งเจมส์ บอนด์ ตอนล่าสุด แต่ไม่บอกว่านักเขียนผู้นี้คือใคร บัดนี้เฉลยกันแล้ว หนังสือบอนด์ตอนใหม่จะวางขายวันที่ 28 พฤษภาคม 2551 ในวาระครบรอบวันเกิดปีที่ 100 ของเฟลมมิง (เขาเสียชีวิตปี 1964)

เจมส์ บอนด์ เล่มแรกคือ Casino Royale (1953) กลายเป็นหนังบอนด์ภาคที่ดอทเห็นว่าดีที่สุด ออกฉายปีที่แล้ว นำแสดงโดย แดเนียล เครก ทั้งนี้ยังไม่ทราบว่าหนังสือบอนด์ตอนใหม่จะนำไปสร้างเป็นหนังหรือไม่

*The Museum of Innocence ของ ออฮาน ปามุกใกล้วางตลาดในตุรกีเดือนมกราคมหน้า หลังจากที่เขาใช้เวลายาวนานกว่าสิบปี

* Bangkok Eight อาชญนิยายจากนักเขียนอังกฤษ จอห์น เบอร์เด็ต จะกลายเป็นหนังฮอลลีวูดแล้ว กำกับโดย เจมส์ แม็คเทียค ผู้กำกับ 'V for Vendetta' เรื่องนี้ใช้ฉากเมืองไทย ตัวละครไทย
 

 

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ