| SPHERE: Michael Crichton |
Sphere เป็นนวนิยายไซไฟที่ตื่นเต้นและสนุกมาก นอกจากเนื้อเรื่องจะน่าติดตามจนวางไม่ลง ผู้เขียนยังใส่เนื้อหาทางวิทยาศาสตร์ประกอบไปด้วยได้อย่างน่าสนใจ
เนื้อเรื่องเปิดตัวเมื่อกองทัพเรือสหรัฐอเมริการวบรวมนักจิตวิทยา นักชีววิทยา นักคณิตศาสตร์ และนักฟิสิกส์เพื่อร่วมปฏิบัติการลับทางทหารสำรวจจุดตกของยานอวกาศลำหนึ่งที่จมอยู่ก้นทะเลแปซิฟิก ยานลำนี้มาจากไหน พวกเขาจะพบอะไรในยานลำนี้ จะได้พบอารยธรรมจากต่างดาวหรือไม่-อย่างไร คือสิ่งที่เรื่องราวต่อจากนั้นบอกกับเรา เนื้อเรื่องเล่าโดย ดร. นอร์แมน จอห์นสัน นักจิตวิทยาที่บังเอิญต้องมาร่วมโครงการสำรวจโดยไม่เต็มใจ ไครช์ตัน ผู้เขียนเล่าเรื่องด้วยจังหวะที่ลงตัว ค่อยๆ บอกสิ่งลึกลับให้เราอยากรู้ พล็อตเรื่องนี้น่าสนใจชวนให้ตื่นเต้นเร้าใจไปด้วยจริงๆ ที่ยิ่งไปกว่านั้น ไครช์ตันสอดแทรกความรู้ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก ตัวอย่างเช่นทฤษฎีเรื่องความน่าจะเป็นที่เราจะพบสิ่งมีชีวิตในกาแล็กซีที่มีระบบการดำรงชีวิตคล้ายมนุษย์ ขึ้นอยู่กับความน่าจะเป็นเจ็ดประการต่อไปนี้ คือต้องมีระบบดาวที่มีดาวเคราะห์ และดาวเคราะห์บางดวงต้องมีสภาพเอื้ออำนวยต่อสิ่งมีชีวิต และสิ่งมีชีวิตจะต้องปรากฏในดาวเคราะห์นั้น ไม่เท่านั้น สิ่งมีชีวิตนั้นต้องพัฒนาความเฉลียวฉลาดให้ฉลาดพอที่จะสื่อสารกับเราผ่านทางอวกาศได้สำเร็จ (คนเราเพิ่งมีเทคโนโลยีนี้ในศตวรรษที่ยี่สิบ) และการสื่อสารนั้นต้องอยู่ในรูปแบบที่มนุษย์เข้าใจได้ และเรากับอารยธรรมนอกโลกต้องอยู่รอดนานพอที่จะรับส่งข้อมูลกันสำเร็จ ไครช์ตันอธิบายสมการของ Frank Drake ให้เข้าใจง่าย ผู้แต่งไม่จำเป็นต้องใส่ข้อมูลจริงจังเหล่านี้เลยเพราะหนังสือสนุกในตัวอยู่แล้ว แต่ไครช์ตันก็ทำ เขาจึงเป็นนักเขียนแนววิทยาศาสตร์ที่สานความจริงกับจินตนาการได้อัศจรรย์ที่สุดคนหนึ่ง Sphere สร้างเป็นภาพยนตร์ด้วย แต่หนังเรื่องนี้ล้มเหลวสิ้นเชิงที่จะถ่ายทอดหัวใจและสิ่งดีงามของเรื่องลงไป หนังสือบางเล่มนั้น ถึงเราไม่อ่านก็พอไปดูหนังให้ได้อะไรมาได้บ้าง แต่สเฟียร์ไม่ใช่หนึ่งในนั้น สเฟียร์คือหนังสือที่ถ้าไม่อ่านก็ไม่ควรไปดูหนัง (จริงๆ แล้วผู้ที่จะดูหนังควรจะต้องแสดงหลักฐานมาก่อนว่าได้อ่านหนังสือแล้ว จึงจะเข้าชมได้ นี่เป็นมุขหนึ่งในหนังสือเรื่อง Diary of Bridget Jones ที่อยากขอยืมมาใช้กับหนังเรื่องนี้เป็นพิเศษ) และถ้าอ่านหนังสือแล้วก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปดูหนัง หนังเรื่องนี้จึงไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะต้องไปดูเลย สิ่งดีงามอย่างเดียวของหนังเรื่องนี้ คือดูจบแล้วรู้สึกแย่เสียจนต้องไปหาหนังสือมาอ่าน เพราะไม่เชื่อว่าไครช์ตันจะเล่าเรื่องได้ไร้คุณค่าอย่างนี้ และพบว่าสเฟียร์ฉบับหนังสือนั้นสนุกจริงๆ เกี่ยวกับผู้เขียน Michael Crichton เกิดที่ชิคาโก ปี 1942 สนใจการเขียนตั้งแต่ยังเด็ก เขาเรียนวรรณคดีที่ฮาร์วาร์ดเพื่อหวังอยากเป็นนักเขียน แต่อาจารย์ไม่ถูกใจวิธีการเขียนของเขาทำให้เกรดวนเวียนแถวๆ C ไครช์ตันสงสัยว่าปัญหาอยู่ที่ตัวเขาหรืออาจารย์กันแน่ จึงลองเอางานเขียนของจอร์จ ออร์เวล ผู้แต่ง Animal Farm และ 1984 (หนังสือที่ควรอ่านอย่างยิ่งทั้งสองเรื่อง) ไปส่งอาจารย์ซึ่งให้เกรด B- แก่จอร์จ ออร์เวล ไครช์ตันจึงตัดสินใจย้ายมาเรียนด้านมานุษยวิทยา เมื่อเรียนจบ เขาศึกษาต่อแพทย์ศาสตร์ที่ฮาร์วาร์ดและเริ่มเขียนหนังสือเพื่อหาเงินไปจ่ายค่าเล่าเรียน Andromeda Strain เป็นเรื่องแรกที่โด่งดัง จากนั้นมา งานเขียนแนววิทยาศาสตร์ของเขาติดอันดับขายดีเสมอ ไครช์ตันยังกำกับหนังหกเรื่องและผลิตรายการซีรีย์ ER อันโด่งดังทางโทรทัศน์ ใครที่ได้อ่านหนังสือ Travels ที่ไครช์ตันเล่าประสบการณ์ท่องเที่ยวไปที่ต่างๆ คงจำได้ว่าตอนเขามาเที่ยวกรุงเทพ ได้เล่าเรื่องวัฒนธรรมไทยที่ฟังแล้วน่ารักดีเหมือนกัน (ไม่นับเรื่องโสเภณีเด็ก) แต่เขารำคาญมากที่ไปไหนมาไหน ผู้คนก็จ้องมองเขาเพียงเพราะเขาเป็นฝรั่ง เวลาเขียนหนังสือ ไครช์ตันค้นคว้าข้อมูลเทคนิคมาประกอบเสมอ เขาบอกว่าจะไม่แตะต้องเรื่องเทคนิคใดๆ จนกว่าจะศึกษาหาข้อมูลถ่องแท้แล้ว Sphere : Michael Crichton
สเฟียร์ : ไมเคิล ไครช์ตัน แปลโดย กำจาย ตะเวทิพงศ์ แก้ไขโดย สุวิทย์ ขาวปลอด
Copyright © 2000 faylicity.com |
|
หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๗ สิงหาคม ๒๕๔๓ |