* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก
 
book LIKE WATER FOR CHOCOLATE : Laura Esquivel

Book Coverหนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องความรัก และถ่ายทอดอารมณ์รักไปพร้อมกับเรื่องอาหารได้มีเสน่ห์น่าประทับใจ หากจะเปรียบหนังสือเล่มนี้เป็นจานอาหาร ก็เป็นจานที่มีครบทั้งรสหวานชื่น ขื่นเศร้า ทั้งรสปร่าของการรอคอย และรสปรีดาของความสมหวัง ทั้งรสเสน่หาของแรงปรารถนา และรสน้ำตาของหัวใจที่แตกสลาย ทั้งหมดนี้ต่างเป็นรสรักที่ปรุงอย่างปราณีตสวยงามในหนังสือเล่มนี้

เมื่อติตาสบสายตาเปโดรเป็นครั้งแรกนั้น เธอได้เข้าใจความรู้สึกของแป้งที่ถูกโยนลงในน้ำมันเดือดพล่านเป็นครั้งแรก เพราะสายตาของเปโดรทำให้เลือดในกายเธอผุดพรายได้เช่นนั้น แต่ความรักนี้ไม่อาจร่วมทาง เพราะธรรมเนียมของครอบครัวติตากำหนดว่าลูกสาวคนเล็กเช่นติตา ไม่มีสิทธิ์แต่งงานหากแต่ต้องดูแลแม่ไปจนตลอดชีวิต ธรรมเนียมนี้นำมาซึ่งเรื่องราวรักอัศจรรย์ในเรื่องนี้ ใจบางดวงกล้ำกลืน ใจบางดวงชื่นชม และใจบางดวงหวังว่ารักแท้จะคงอยู่และยังรอคอย

ความรักในเรื่องนี้น่าประทับใจด้วย เอสกิเวล ผู้แต่งที่นำเรื่องราวอาหารมาสอดร้อยไปกับการเล่าเรื่องได้อย่างน่าอ่าน เนื้อเรื่องแบ่งเป็นสิบสองตอน จากเดือนมกราคมถึงธันวาคม แต่ละเดือนมีอาหารหนึ่งอย่างและวิธีทำที่เล่าเหตุการณ์ในเรื่องที่เกี่ยวข้องไปกับการปรุงอาหารจานนั้น เอสกิเวลเล่าเรื่องอาหารได้อย่างคนที่เข้าใจและรักในการทำอาหาร เช่นตอนที่เกอทรูดิส พี่สาวของติตากลับมาเยี่ยมบ้านหลังจากห่างหายไปนาน เมื่อเธอลาจาก บทบรรยายบอกว่า

เกอทรูดิสไม่ได้ขี่ม้าไปตามลำพัง -- เธอได้นำวัยเยาว์ของเธอไปด้วยในครีมฟริตเตอร์ (cream fritter) ที่เธอเก็บไว้ในขวดโหล
ในถ้อยคำนี้ บอกถึงความทรงจำในวัยเด็กที่เราน่าจะเคยฝังใจรสชาติอาหารโปรดปราน และบอกว่าอาหารบางอย่างมิใช่เป็นแต่เพียงอาหาร แต่ยังเป็นความทรงจำของเรา เป็นวัยเยาว์ที่ย้อนให้ระลึกถึงความรู้สึกดีงาม และเพียงการชิมคำแรก ก็ราวจะเรียกผู้คนที่จากไปแล้วให้กลับมาอยู่ข้างเราได้อีกครั้ง เอสกิเวลเล่าเรื่องอาหารกับความรู้สึกของเราได้น่าทึ่งเช่นนี้ในหลายตอน และเธอไม่จำเป็นต้องใช้คำมากมายมาอธิบายความรู้สึกเลย ถ้อยคำสั้นเรียบง่ายของเธอแทนความหมายได้ชัดเจนอย่างน่าประทับใจ

นอกจากนี้ ผู้แต่งยังทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องอัศจรรย์รักโดยใส่จินตนาการลงในเนื้อเรื่อง แม้ความอัศจรรย์ต่างๆ จะเหนือจริง แต่เธอทำให้ดูจริงแท้น่าฟัง เพราะสื่อความรู้สึกและอารมณ์ของตัวละครหรือเหตุการณ์ได้จับใจ เอสกิเวลยังสร้างตัวละครได้น่าทึ่ง เช่น มามา เอลีนา มารดาของติตา ที่แม้จะกดขี่ติตาอย่างไร้หัวใจ แต่ผู้อ่านก็น่าจะอดรู้สึกเคารพยำเกรงเธอไม่ได้ ความรู้สึกของติตาต่อมารดาบอกได้จริงใจที่สุดตอนหนึ่ง เมื่อติตาต้องฆ่านกมาทำอาหารด้วยการหักคอ ซึ่งหากทำไม่แรงพอ นกตัวนั้นจะยังไม่ตายทันที แต่ต้องทรมานอย่างน่าสงสาร ติตาจึงได้คิด

เธอได้รู้ว่าจะอ่อนแอไม่ได้ในการฆ่า เราต้องเข้มแข็งมิฉะนั้นก็จะก่อความเสียใจที่ยิ่งขึ้นไป เธอนึกได้ว่าเธอนำความเข้มแข็งของแม่มาใช้ได้ในตอนนี้เอง มามาเอลีนาไร้ความปรานี และฆ่าได้ในการออกแรงเพียงครั้งเดียว แต่ก็ไม่เสมอไปนัก สำหรับติตาต้องนับเป็นข้อยกเว้น แม่ได้ฆ่าเธอทีละน้อยตั้งแต่เธอเป็นเด็ก และตอนนี้ก็ยังจัดการเธอไม่เสร็จสิ้นเสียทีเดียว

ความรู้สึกของติตาในเรื่องหลายคราวเป็นดัง Like Water for Chocolate คืออาการร้อนเร่าด้วยแรงเสน่หา ความรักในเรื่องนี้ร้อนแรงและเผาไหม้ได้น่าทรมานใจเช่นนี้ แต่ความรักของติตาและเปโดรก็เป็นรักที่น่าจดจำ หนังสือเล่มนี้งดงามที่ความรัก และความรักในเรื่องงดงามด้วยฝีมือผู้เขียน แต่รสรักนี้จะงดงามได้ในใจคุณด้วยการลองไปชิมดูเองเท่านั้น

The sun lights up a drop of dew
The drop of dew soon dries
You are the light of my eyes, my eyes,
I'm brought to life by you ...

เกี่ยวกับผู้เขียน Laura Esquivel นักเขียนบทภาพยนตร์และนักเขียนชาวเม็กซิกัน เธอเคยเป็นครูมาก่อน Like Water for Chocolate คือนวนิยายเล่มแรกของเธอ หนังสือเล่มนี้ได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์ ซึ่งเธอเขียนบทด้วยตนเอง กับเรื่องอาหารแล้ว เธอเชื่อว่าอาหารเปลี่ยนได้ทุกสิ่ง ตำราอาหารในเรื่องนี้ล้วนแต่มาจากครอบครัวของเธอทั้งสิ้น

Like Water for Chocolate : Laura Esquivel
Translated from Spanish by Carol Christensen and Thomas Christensen
ISBN 0060907002 Anchor Books (1994) $11.95 246 pages

รักซ้อนซ่อนรส : เลารา เอสกิเวล แปลโดย จิตราภรณ์
ISBN 974-89328-7-7 ราคา ๑๕๐ บาท ๓๔๒ หน้า

เราทุกคนเกิดมาโดยมีกลักไม้ขีดอยู่ในตัว เราจุดไม้ขีดเองไม่ได้ ... เราต้องอาศัยออกซิเจนกับเทียนเข้าช่วย ในกรณีนี้ ออกซิเจนอาจมาจากลมหายใจของคนที่เรารัก เทียนอาจเป็นอาหาร บทเพลง สัมผัสอ่อนโยน ถ้อยคำ หรือเสียงใดๆ ที่นำมาซึ่งการสันดาปที่จุดไม้ขีดให้ติด และชั่วขณะหนึ่ง เราจะพร่าพรายไปด้วยอารมณ์เข้มข้นรุนแรง ความอบอุ่นอันสุขใจจะแผ่ขยายในตัวเราและจางลงช้าๆ ตามกาลเวลา จนกระทั่งการปะทุครั้งใหม่จะทำให้ความอบอุ่นนี้คืนมาอีกครั้ง ทุกคนต้องค้นสิ่งที่จะจุดการปะทุนี้ให้พบในการดำรงชีวิตอยู่ เพราะการเผาผลาญที่เกิดขึ้นเมื่อไม้ขีดสักก้านถูกจุดติด คือสิ่งหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเรา พูดสั้นๆ ได้ว่าเปลวไฟนี้คืออาหารของจิตวิญญาณ หากเราหาสิ่งที่จุดประทุนี้ไม่พบทันเวลา กลักไม้ขีดไฟจะชื้น และจะไม่มีไม้ขีดจุดติดเลยแม้แต่ก้านเดียว
Like Wather for Chocolate -Laura Esquivel

Copyright © 2000 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | ตอนแรก

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑๓ ตุลาคม ๒๕๔๓

My dear Tyranny, I wrote this page just for you.
With much love and onion and goggles!