ฉันรู้จัก ยามเมื่อลมพัดหวน ครั้งแรกในรูปแบบละคร ผ่านมาอีกหลายปี ลมหวนให้คิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง จนได้จับหนังสือเล่มเล็กๆ เล่มนี้ขึ้นมาอ่าน อาจเป็นเพราะรักที่ผ่านมากับลม เมื่ออ่านจบจึงรู้สึกประทับใจเรื่องรักเรื่องนี้ยิ่งนัก และยิ่งประทับใจมากกว่าละคร เพราะตัวอิจฉาและตัวประกอบที่น่ารำคาญ รวมทั้งส่วนเกินในเรื่องปลาสนาการไปหมดสิ้น คงไว้แต่จังหวะประทับใจเรียบง่ายในชั่วเวลาหนึ่ง ที่ทำให้หัวใจสุขสวยงาม แม้จะเป็นดังลมเย็นชื่นที่วูบผ่านไปในพริบตาก็ตามที
ชงและการบูรมาพบกันที่ข้ามขอบฟ้า เขาและเธอเจอกันเพียงสามวันเท่านั้น หากเวลาที่สั้นๆ ก็พาให้ใจสองดวงที่ต้องกันเกิดความผูกพันอาทรขึ้นได้ แต่เมื่อถึงเวลาก็ต้องจากกันไปตามวิถี และปล่อยวางความรู้สึกนั้นไว้กับอนาคต เขาและเธอจะได้พบกันอีกไหม ทางข้างหน้าอาจจะเป็นทางเดิน หรืออาจจะทำให้ทั้งคู่คิดได้ว่าความรักก็เป็นเหมือนลมที่พัดผ่านแล้วไม่กลับคืน ถึงคำถามเหล่านี้จะวางไว้ล่องลอยในสายลม แต่ความทรงจำดีๆในช่วงเวลานั้นจะไม่หายไปไหน เรื่องรักสั้นๆ เรื่องนี้น่าจะทิ้งรอยบางอย่างไว้ในใจคุณบ้าง เป็นรอยที่จะไม่ถูกพัดให้เคว้งคว้างไปกับลม
วาณิชเขียนเรื่องรักนี้ได้ลงตัว งดงามพอดิบพอดีในที่ทางที่ควรเป็น เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่พิสูจน์ว่าเรื่องราวที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสั้นยาวของเนื้อเรื่อง นักเขียนที่รู้จักเล่าสามารถถ่ายทอดอารมณ์จับใจได้ในถ้อยคำสั้นๆ และวาณิชก็รู้จักเล่าความคิดของชงกับการบูรให้เราได้เห็นใจสองดวงที่ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้กันอย่างเป็นธรรมชาติ และดำเนินความรักในเรื่องราวได้น่าเชื่อถือ รักในเรื่องนี้จึงน่าประทับใจ ตัวละครในเรื่องมีพัฒนาการทางความคิดและเหตุผลในการกระทำที่เหมาะสม การบูรเป็นตัวละครที่น่ารักมาก ความไร้มารยาของเธอบริสุทธิ์น่าเอ็นดู และคุณชงก็เป็นตัวละครชายที่น่าประทับใจ วาณิชพาเราไปสัมผัสใจสองดวงนี้อย่างช้าๆ ในจังหวะรื่นรมย์ของทิวทัศน์ที่เป็นใจในความรัก หากเราได้เคยเดินไปข้างๆ คนรัก เราย่อมรู้ดีว่าแม้แต่ถนนธรรมดาก็ดูจะสดชื่นมีชีวิตชีวา และร่มไม้ก็ดูจะพากันระบัดใบขึ้นมาทันตา ปารีสของการบูรจึงงดงามนัก
ถึงแม้เรื่องนี้จะเคยตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในสตรีสารรายสัปดาห์มาก่อน แต่เรื่องนี้ก็ทำให้เห็นว่าผู้เขียนที่ดี สามารถทำให้การอ่านรวดเดียวเป็นเล่มเป็นไปได้โดยไม่ขัดเขิน บทจบในเรื่องนั้นน่าประทับใจที่สุดเล่มหนึ่งทีเดียว ความซาบซึ้งในอารมณ์เกิดขึ้นได้อย่างไม่ต้องบีบบังคับ เนื้อเรื่องจบลงที่โอกาสและความเป็นไปได้ โอกาสที่จังหวะสายลมจะพัดเปลี่ยนทางอีกครั้ง หรือโอกาสที่ลมนั้นจะแผ่วผ่านไป แต่โลกแห่งความจริงก็เป็นเช่นนี้ มีหวานมีขม มีความหวังให้เฝ้ารอคอย บทจบที่ความหวังจึงตรึงใจ และบางขณะที่เรานึกถึงชงและการบูร ในใจเราอาจจะตั้งคำถามว่าเขาและเธอจะอยู่ที่ไหน ถนนสายเก่าเส้นนั้นจะยังมีมือบางคู่ที่จูงกันไปหรือไม่
ไม่อยากให้คุณผ่านบรรยากาศในสายลมของหนังสือเล่มนี้ไป สายลมในเรื่องมีลมหายใจของความรักผสมอยู่ เป็นลมที่อยากจะให้หวนมาเรื่อยไป
เกี่ยวกับผู้เขียน วาณิช จรุงกิจอนันต์ (พ.ศ. ๒๔๙๑ - ๒๕๕๓) เกิดที่สุพรรณบุรี จบการศึกษาปริญญาตรีสาขาภาพพิมพ์ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร และปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา มีผลงานเขียนที่เป็นที่รู้จักกันดีหลายเล่ม เช่น แม่เบี้ย เคหาสน์ดาว และซอยเดียวกัน ที่ได้รับรางวัลซีไรท์ในปี ๒๕๒๗
ยามเมื่อลมพัดหวน : วาณิช จรุงกิจอนันต์
ISBN: 974-321-891-2 มติชน ๑๓๑ หน้า ๘๕ บาท
"บูรมีเรื่องอยากถามคุณชงแยะจัง"
"เอ้า ก็ถามมาซีครับผม ผมก็นึกว่าคุณอยากจะนั่งชมวิว" ชงหัวเราะ
"คุณชงมาเมืองนอกทำไมคะ"
การบูรคิดว่าเขาจะตอบว่ามาเรียนหนังสือ แล้วเธอก็จะได้ถามเรื่องอื่นๆ ต่อ แต่เขาตอบว่า
"ลมฮะ ลมพัดผมมา"
"ลม..."
"ฮะลม"
ยามเมื่อลมพัดหวน . . . วาณิช จรุงกิจอนันต์
Copyright © 2001 faylicity.com