* home   ชั้นหนังสือ : ชวนไปรู้จัก
คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน
 
book MISS WYOMING : Douglas Coupland
read by O
Book Cover

" I'm going to erase myself. I'm going to stop being Me."

การตามอ่านหนังสือของนักเขียนคนเดียวกันหลายๆเล่ม สิ่งที่น่าสังเกต คือ ถ้าเจอหนังสือเล่มที่สนุกมากของนักเขียนคนนั้นแล้ว ระดับความสนุกในเล่มถัดๆมาจะลดน้อยลง ไม่แน่ใจว่าเป็นพัฒนาทางความคิดของนักเขียน เช่น หนทางการสร้างโครงเรื่องของนักเขียนหมดลง หรือนักอ่านอ่านจนจับกลยุทธของคนเขียนได้ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกับนักเขียนเก่งหลายๆคน โดยเฉพาะพวกขึ้นหิ้งยอดนิยม เช่น John Grisham, Sidney Sheldon, หรือ Michael Chrichton เป็นต้น ที่น่าแปลกก็คือ หนังสือเหล่านี้ยังคงขายดิบขายดี แม้นักอ่านอ่านแล้วจะพอเดาเนื้อเรื่องได้ก็ตาม คงเพราะการอ่านถือเป็นการพักผ่อนอย่างหนึ่ง บางทีคนอ่านก็ไม่ได้ต้องการอะไร นอกจากความบันเทิงในยามว่าง

หนังสือเล่มนี้คือเล่มล่าสุดของดักลาส คูปแลนด์ เล่มที่สามที่ผมเขียนถึงเขา จะว่าสนุกมากก็ไม่เชิง แต่ที่แปลกคือหนังสือหนาถึงสามร้อยหน้า ผมอ่านจบภายในสองวันอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้นึกขึ้นว่า คงต้องมีอะไรในนั้นที่พาเราไปได้จนจบเล่ม และสิ่งที่นึกได้คือ วิธีการผูกเรื่องของเขา และเนื้อเรื่องที่แปลกประหลาดมากจนวางไม่ลง คูปแลนด์เล่าเรื่องจำลองของโลกบันเทิง ตัวเอกคือซูซาน ดาราสาว อดีตเคยเป็นนางงามแห่งไวโอมิ่ง กำลังตกต่ำในอาชีพการงานหลังจากแสดงละครทีวีชื่อดังเรื่อง Meet the Blooms กับพระเอกที่ชื่อจอห์น จอห์นสัน เป็นโปรดิวเซอร์ ผู้ละทิ้งตัวเองจากโลกมายา เพราะความล้มเหลวในธุรกิจเป็นเหตุ ทั้งสองประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องบทบาทการมีตัวตนในโลกมายา กับการมีตัวตนในโลกแห่งความเป็นจริง ชื่อเสียงที่เคยมีหลอกหลอนการดำเนินชีวิตจริงให้ยากเย็น แต่ก่อนที่คูปแลนด์จะย้อนกลับไปเล่าเหตุการณ์ในอดีตของตัวละครของเขา เขาสร้างสถานการณ์ให้ทั้งคู่เจอกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งน่าจะเรียกว่า Love at first vision พอสบตากันปั๊ป จอห์นก็เดินตรงดิ่งมาหาซูซาน ซึ่งกำลังนั่งทานอาหารกับอดัม อเจนซี่ของเธอ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ออกไปเดินเล่นกันตามลำพังโดยไม่สนใจอะไร จอห์นหลงรักซูซานทันที เขาคิดว่าความหมายที่เขาเคยค้นหาในชีวิต หายไปอยู่ที่ซูซานทั้งหมด ขณะที่ซูซานเองก็รู้สึกประทับใจในตัวจอห์นมาก ทั้งคู่เลยตกลงที่จะติดต่อกันเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ วันรุ่งขึ้นจอห์นไปเช่าหนังทั้งหมดที่ซูซานเคยเล่น เขาได้เบอร์โทรศัพท์ของเธอ จึงโทรไปหาที่บ้านพบเครื่องตอบรับ เขาจึงทิ้งข้อความไว้ แต่ซูซานไม่โทรกลับมาสักที ตกดึกจอห์นเลยขับรถไปนั่งรอหน้าบ้านซูซานหลายชั่วโมง ก็ไม่มีวี่แวว เขาจึงกลับบ้าน เช้าวันถัดมาตำรวจมาหาเขาที่บ้าน ถามว่าเขาไปไหนมาเมื่อคืน ตำรวจพบกล่องวีดีโอเกี่ยวกับซูซานเต็มหลังรถ หลังจากนั้นจึงแจ้งให้ทราบว่าซูซานหายไปแล้ว จอห์นจึงออกตามหาเธอมาตั้งแต่บัดนั้น...

" John, you were going to change your name to'dot'?" said Nylla
" Not'dot'--just a simple period. When I file my Change of Name affidavit at City Hall, they told me I had to use at least one keyboard stroke. A period is the smallest amount of ink and space a name can be."

วิธีการเล่าเรื่องของคูปแลนด์ใช้เทคนิคเหมือนภาพยนตร์ การปูเนื้อเรื่องด้วยการตัดกลับไปมาระหว่างเวลาอดีตและอนาคตของตัวละครทั้งสอง อ่านๆไปบางทีก็สับสน แต่การดำเนินเรื่องให้ต้องติดตามด้วยความอยากรู้ของคนอ่าน ยังเป็นเสน่ห์ของคูปแลนด์เหมือนเคย ก่อนที่ซูซานจะหายไป จอห์นเล่าให้ซูซานฟังถึงเหตุการณ์ใกล้ตายของเขาในโรงพยาบาล หลังจากที่เขาหมดสติเพราะอาการเสพยาเกินขนาด เขาเล่าว่าเขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ปากประตูสวรรค์ ผู้หญิงคนนั้นบอกเขาว่า ให้เขากลับลงมาบนโลก เพราะเขายังไม่ถึงเวลามาที่นั้น และผู้หญิงที่คุยกับเขาในมโนภาพที่เขาเห็นคือซูซาน ส่วนซูซานเองก็ประสบกับเหตุการณ์ซึ่งครั้งหนึ่งใกล้ตายเช่นกัน เธอเดินทางโดยสารเครื่องบินลำหนึ่ง ซึ่งประสบอุบัติเหตุ เครื่องบินตก ผู้โดยสารตายทั้งลำ และเธอเป็นคนเดียวที่รอดตายโดยไม่มีใครรู้ ความบังเอิญของอาการใกล้ตายของคนทั้งคู่ ทำให้ทั้งสองเกิดนิมิตหมายใหม่ คือโอกาสที่จะหายไปจากความเป็นจริงของชีวิตในตอนนั้น ซูซานหายไปเลยหนึ่งปีเต็ม ซึ่งผู้คนต่างเชื่อว่าเธอตายไปแล้วจริงๆ ส่วนจอห์นหลังจากออกจากโรงพยาบาล ก็ตัดสินเลิกเป็น "จอห์น จอห์นสัน" มุขนี้ในหนังสือสนุกมาก อย่างเช่น เขาไปเปลี่ยนชื่อเป็นเครื่องหมายจุด หรือทำเรื่องลาออกจากการเป็นประชากรของประเทศ อ่านแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่า สามารถทำได้จริงหรือ?

ความเข้มข้นของตัวละครที่เคยมีในหนังสือของคูปแลนด์ ถ้าถามผมผมต้องตอบว่าไม่มี อ่านแล้วรู้สึกเบาโหวงหาเหตุผลในความสัมพันธ์อะไรไม่ได้ นอกจากพื้นฐานที่ประกอบเป็นตัวละครขึ้นมา เช่นแรงผลักดันของครอบครัว ความสัมพันธ์ของแม่กับซูซาน ซึ่งส่งลูกสาวประกวดในทุกเวทีเพื่อจะฮุบเงินรางวัล หรือครอบครัวของจอห์นเอง ประเด็นตรงนี้ยังคงเป็นสิ่งที่คูปแลนด์นำเสนอ เพื่อเสียดสีชีวิตที่แตกต่างระหว่างช่วงวัยในแต่ละเจนเนอเรชั่นที่ปรากฎในหนังสือแทบทุกเล่ม แทบจะบอกได้ว่าหนังสือเล่มนี้ไม่มีธีมของเรื่อง ถึงแม้คูปแลนด์จะนำเสนอเทคนิคในการเขียน เช่นใช้สัญลักษณ์ของ..สิ่งของกับวัย ใช้ความคล้องจองในเรื่องราวของตัวละคร ความพยายามที่จะสลัดความเป็นตัวเองของตัวละครเช่นการเปลี่ยนชื่อ อารมณ์ขันต่างๆ แต่ก็ไม่เป็นผลอะไรเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเคยอ่านหนังสือของเขามาบ้างแล้ว นักวิจารณ์บอกว่าเป็นเรื่องรักของยุคสมัยที่อ่านแล้วหัวใจพองโต แต่ผมอยากบอกว่า ถ้าไม่อยากรู้ตามประสานักอ่านว่าอยู่ดีดีนางเอกหายไปไหน ก็อาจจะอ่านไม่จบเล่มเอา...

เกี่ยวกับผู้เขียน Douglas Coupland

Miss Wyoming : Douglas Coupland
ISBN 0-00-655206-4 November 2000, Flamingo £5.99 310 pages

***

"You know John, when you grow up these days, you're told you're going to have four or five different careers during your lifetime. But what they don't tell you is that you're also going to be four or five different people along the way. In five years I won't be me anymore. I'll be some new Ryan. Probablye wiser and more corrupt, and I'll be probably wear black, fly Business Class only, and use words like 'cassoulet' or 'sublime.' You tell me. You're already there. You've already been a few people so far." P.256

Miss Wyoming - Douglas Coupland

Copyright © 2001 faylicity.com

คืนเรือน | ชั้นหนังสือ | บางตอน

หยิบมาปัดฝุ่นล่าสุด ๑๕ มกราคม ๒๕๔๔