ด้านได้
เนื่องจากงานยุ่งเหลือหลายและไม่มีเนื้อหาอัพเดทในเว็บเท่าใดนัก ดอทโอจึงแนะว่าควร "เว้นวรรค" พักเว็บไปชั่วคราว ทว่าในยุคนี้ที่ไทยเราแสดงความเป็นชาติหน้าด้านหน้าทนอย่างถึงขีดสุด ไม่ออก ไม่ต้องรับผิดชอบ ไม่ตอบคำถาม ไม่ฟังเสียงวิพากษ์ ไม่เปิดทางให้ตรวจสอบ อดทนต่อเสียงก่นด่าให้ผู้คนเมื่อยปากไปเอง ทำให้ความชั่วเป็นเรื่องเฉยชาน่าเบื่อ แล้วคนจะ "ชิน" (สมควรเสนอให้ไทยเป็นฮับแห่งความหน้าด้านแห่งเอเชียภูมิภาค) ดังนั้นเว็บเล็กๆ แห่งนี้จึงคิดว่าการอัพเดทเว็บแม้ว่าจะไม่มีเนื้อหาอะไรมาก ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเกินไปนัก แม้คิดอะไรไม่ออกก็จงไปลอกชาวบ้านมา
เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า เฟลิซิตี้ไม่อยากให้คุณพลาดคลิปวีดิโอสุดร้อนแรง ใครยังไม่ได้ชมคลิปของ สตีเฟน โคลแบต์ จากงานเลี้ยงคนสื่อของทำเนียบขาว ขอบอกว่าพลาดไม่ได้เลยเชียว ดูคลิปนี้ได้จากกูเกิลวีดิโอ (โหลดนานหน่อย) และไปอ่านบทพูดของเขาได้ แต่อ่านอย่างเดียวไม่สนุกหรอกนะ ไปฟังเขาจะมันกว่ามาก
ดอทชอบโคลแบต์มากๆ ตั้งแต่รายการเดลี่โชว์ ซึ่งเป็นรายการเสียดสีข่าวสุดฮาโดยพิธีกรนาม จอน สจ็วต (คนที่เป็นพิธีกรงานออสการ์คราวล่าสุดยังไงล่ะ) โคลแบต์เป็นหนึ่งในผู้ร่วมดำเนินรายการนี้ด้วย และตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว โคลแบต์แยกออกมาทำรายการเสียดสีข่าวต่างหากชื่อ Colbert Report ที่ฮามากๆ รายการนี้พูดถึงคำว่า truthiness ที่หมายถึงความจริงที่รับรู้จากความรู้สึกหรือจากสัญชาตญาณ โดยไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานหรือเหตุผลสนับสนุน
ในปีนี้ โคลแบต์พูดในงานเลี้ยงสื่อที่ จอร์จ บุช มาร่วมด้วยทุกปีโดยสวมบทผู้ดำเนินรายการ Colbert Report แสดงบทสนับสนุนบุชสุดหัวใจ แต่ทุกถ้อยคำของเขาเป็นคำด่าเสียดสีแรงๆ โคลแบต์เป็นเสมือนเจ๊ไก่ที่ซอยละลายทรัพย์ในทันใด เพราะอาจหาญพูดสิ่งเหล่านี้ได้ต่อหน้าต่อตาบุชที่นั่งห่างไปไม่ถึงสองเมตร แรกๆ บุชก็ยิ้มดีหรอก แต่ต่อๆ ไปชักยิ้มไม่ออก คำของโคลแบต์ทำให้คนอ้าปากค้างเพราะทึ่งที่หัวใจทระนงมากๆ
ยกตัวอย่างเช่น "ผมเชื่อว่ารัฐบาลที่ปกครองดีที่สุดคือรัฐบาลที่ใช้อำนาจปกครองน้อยที่สุด ซึ่งตามมาตรฐานนี้แล้ว เราได้จัดตั้งรัฐบาลที่สุดยอดขึ้นแล้วในอิรัก"
หรือเช่น "ข้อดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของบุชคือเป็นคนมั่นคง ... ในวันพุธเขาก็ยังเชื่อในสิ่งเดียวกับที่เขาเชื่อเมื่อวันจันทร์ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันอังคารก็ตาม อะไรอาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ความเชื่อของคนๆ นี้จะไม่เปลี่ยน"
อารมณ์ขันของโคลแบต์ชั่วร้ายและเหี้ยมเกรียมเลือดเย็นจริงๆ ขอให้ลองไปฟังเถิด
ส่วนข่าวเมืองไทยก็มีสีสันไม่เบา ขอนำเกร็ดข่าวจาก ไทยโพสต์ ของคุณ เปลว สีเงิน มาเล่าดังต่อไปนี้ (ใครยังไม่อ่าน เขียนแผ่นดิน โปรดไปซื้อมาอ่านจะเป็นมงคลแก่ตัว)
ผมถามฝ่ายข่าวเขาตอน ๕ โมงเย็นว่า "แล้วท่านวาสนา ท่านจารุภัทร ท่านวีระชัย และท่านปริญญา ๔ กกต. ว่าไง"?
ฝ่ายข่าวบอกว่า "..ชุมเครียดเลย"
ความจริงไม่น่าเสียเวลาเครียด เอาเวลาไปเก็บของส่วนตัวแล้วบ้านใคร-บ้านมัน ชาวบ้านยังจะมีจุดสรรเสริญได้บ้าง แต่ถ้าจะประชุมกันจริงๆ ละก็ ควรประชุมกันในประเด็นว่า
"ชีวิตที่เหลือ ไปยื่นใบสมัครเป็นสมาชิกไทยรักไทย แล้วใครจะลงปาร์ตี้ลิสต์ หรือระบบเขต ก็รีบตัดสินใจซะ"
ผมว่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการนำความซื่อสัตย์-สุจริตมารับใช้ชาติ และพรรคไทยรักไทย ให้เกิดคุณูปการต่อสังคมได้มากกว่า
-- คนปลายซอย 10 พฤษภาคม 2549 ไทยโพสต์
บางงาน ท่านก็ยังมาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกฯ รักษาการอยู่ เช่น งานพระราชพิธีฉัตรมงคล เป็นต้น
แต่ท่านก็ย้ำตลอดเวลาว่า "ผมว่างงานแล้ว..ผมตกงานแล้ว"
ก็เลยเป็นที่เข้าใจได้ยากว่า การที่ท่าน "เลือกทำหน้าที่นายกฯ" ตามความพอใจ และเลือกที่จะ "ไม่ทำหน้าที่นายกฯ" ด้วยความพอใจ นั้น
ถือเป็นแต้มหนึ่ง ลีลาหนึ่งในการเดินเกม "เดิมพันด้วยชีวิต" ของคนที่ "อยู่อย่างเสือ" ที่ชื่อทักษิณด้วยหรือไม่?
... วันที่ ๙ พฤษภา.พาคุณหญิงอ้อไปช็อปปิ้งที่ห้างดิ เอ็มโพเรียม พร้อมรับประทานอาหารเที่ยง
ท่านซื้อสบู่ ซื้อเจลอาบน้ำ สินค้านำเข้ายี่ห้อหรูชั้นเลิศ ซื้อน้ำหอม ซื้อครีมทามือ สินค้านำเข้ายี่ห้อหรูชั้นเลิศ ราคากว่า ๗,๐๐๐ บาท ...
แต่กะอีแค่สบู่ ครีมล้างมือ ล้างตัว ท่านยังกรีดกรายซื้อของต่างประเทศ ยังกะว่าถูสบู่อาร์มานี่แล้วผิวหน้าจะบางลงได้งั้นแหละ?
-- คนปลายซอย 11 พฤษภาคม 2549 ไทยโพสต์
ส่วนการเอาสิงห์คู่มาวางที่ประตูทางเข้าพรรค นายกสมาคมโหรฯ ก็อธิบายว่า เพื่อเอาพาหนะของพระอาทิตย์มาช่วยฉุดให้พระอาทิตย์ในตัว พ.ต.ท.ทักษิณดีขึ้น ซึ่งเป็นการช่วยเสริมเรื่องราศี"
ครับ..ผมก็มาพิศๆ ดูรูปร่างหน้าตาสิงโตคู่นี้จากหนังสือพิมพ์ การที่สิงโตอยู่ในลักษณะ ปากอ้า แยกเขี้ยว หัวเชิดสูง และมีลูกแก้วอยู่ในปาก บอกเพศพันธุ์ได้ทันทีว่า
เป็นสิงโต "ตัวผู้" ทั้งคู่ครับ
พันธุ์ "สิงกะโปโตก" ชัวร์!
... ที่อ้าปากแยกเขี้ยวนั้น ไม่ใช่ลักษณะคำราม แต่เพราะนั่งทับไข่ตัวเอง จึงอ้าปาก แยกเขี้ยวร้องโหย..โหย..จนหน้าเขียว หน้าเหลือง
จึงสรุปได้ลงตัว หมดข้อสงสัยเรื่องเพศ และเรื่องพันธุ์ด้วยประการฉะนี้!
-- คนปลายซอย 12 พฤษภาคม 2549 ไทยโพสต์
ไทยรักไทยยังเห็นขี้มูกเป็นเต้าส่วนตั้งก๊วนแถลง ให้โอกาส "แก๊งพี่หนา" พิสูจน์ตัวเอง
-- หน้าข่าว 13 พฤษภาคม 2549 ไทยโพสต์
แต่ ณ ขณะนี้ จากท่าทีดูเหมือนว่า ๔ กกต.โดยเฉพาะท่านประธานคือ พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ท่านพร้อมจะแจกหนังสืองานศพท่าน
แต่ไม่พร้อมจะยกคณะลาออก!?
-- คนปลายซอย 15 พฤษภาคม 2549 ไทยโพสต์
* * อ่านการ์ตูนจากเนชั่น 15 พ.ค. โดย Stephff จาก 2bangkok.com
คำจากการ์ตูน : (ในร้านโรงรับจำนำ ชาวนาจนๆ ที่เอาเครื่องไม้เครื่องมือมาจำนำเพื่อส่งลูกเรียนรำพึงว่า) ข้านึกมาตลอดว่าที่คนไทยรวยๆ ส่งลูกไปเรียนเมืองนอกเพราะอยากมั่นใจว่าเจ้านายต้องเป็นเจ้านายต่อไปในรุ่นหน้า โดยเฉพาะเมื่อคงมาตรฐานการศึกษาในไทยให้ต่ำเตี้ย -- แต่พอเห็นทักษิณเตลิดไปหาลูกสาวที่ลอนดอน กับประธาน กกต. ไปหาลูกชายที่ซิดนีย์ ข้าก็คิดได้ว่าการมีลูกเรียนเมืองนอกนั้นมีไว้สำหรับเป็นทางออกฉุกเฉินซะมากกว่า
แต่สำหรับคนที่อยากจะเป็นเสือซึ่งกำลังเตร็ดเตร่ลอยชาย...ย่างสามขุมไปตามสนามกอล์ฟหรือตามศูนย์การค้าไม่เว้นแต่ละวัน อันที่จริงถ้าหากพูดถึงฤทธิ์เดชในการกัดหรือการไล่งับใครต่อใครนั้น ก็น่าจะเอาเรื่อง...หรือน่าขนพองสยองเกล้ายิ่งกว่าเสือมานานแล้วหลายต่อหลายร้อยพันเท่า ไม่ใช่แค่งับมืองับไม้คนที่เอาไม้ไปแหย่เท่านั้น กระทั่งคนที่อยู่เฉยๆ ไม่รู้เหนือรู้ใต้ไม่ได้อยากจะยุ่งเกี่ยวกับเสือสางใดๆ เลย ต่างก็เคยถูกรับประทานกันไปเป็นตัวๆ มาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันราย หรือแม้กระทั่งสิ่งที่ไม่ได้มีเลือดมีเนื้อประเภทอิฐ-หิน-ปูน-ทราย สนามบิน สัญญาสัมปทาน ฯลฯ อะไรต่อมิอะไรต่างๆ ก็ยังเคยถูกเสือนำมาเป็นภักษาหารไปตามกิริยาอาการ แด-กันจัง และ แด-จังก้าน กันมาแล้วไม่รู้กี่หนต่อกี่หน...???
-- ท่านขุนน้อย 12 พฤษภาคม 2549 ไทยโพสต์
ปิดท้ายด้วยข่าวบันเทิงบ้าง ความกัมพูชายังไม่ทันหาย ความลาวเข้าแทรก ลาวไล่หมากเตะ โห่ตัวอย่างในโรง บริษัทหนังยอมเลื่อน ไหนข่าวจากบางกอกโพสต์บอกว่ากระทรวงวัฒนธรรมเรียกผู้กำกับหนังต่างๆ ไปประชุมเพื่อเทศนาให้รู้สึกรู้สาและละเอียดอ่อนกับวัฒนธรรมอื่นบ้างแล้วไม่ใช่หรอกหรือ หลังกรณีหนัง Ghost Game (ล่า-ท้า-ผี)
* * *
(แปลจากบางตอนของ Cambodians outraged over Thai film set in genocide jail , South China Morning Post)
ลองจินตนาการรายการเรียลลิตี้โชว์ซึ่งจัดที่ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ ผีชาวยิวที่ถูกสังหารออกมาหลอกหลอนผู้แข่งขันที่แข่งกันเพื่อชิงเงินรางวัลห้าล้านบาท
ในรายการนี้ มีการทุบทำลายหัวกะโหลกและกระดูกผู้ตายเพื่อยั่วยุความโกรธแค้นของวิญญาณอาฆาต จะได้ดูว่าผู้แข่งขันทนได้หรือไม่
แม้จะไม่ได้ใช้ฉากที่เอาช์วิทช์ ผู้สร้างหนังผีไทยเรื่อง โกสต์เกม วางโครงสถานที่ทรมานในการสังหารล้างเผ่าพันธุ์ให้คล้ายสถานกักกัน S-21 ของกัมพูชา
S-21 หรือที่รู้จักในนาม ตวลเสลง เป็นโรงเรียนมัธยมที่ถูกใช้เป็นที่กักกันและสอบสวนในยุคเขมรแดงโหดร้ายครองอำนาจ ชาวกัมพูชา 1.7 ล้านคนถูกเขมรแดงสังหาร ทรมาน และปล่อยให้อดตายในช่วงปี 1974-1979 ปัจจุบันตวลเสลงเป็นพิพิธภัณฑ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ คดีความในศาลต่อผู้นำเขมรแดงที่รอคอยกันมานานจะเริ่มขึ้นในต้นปีหน้า
ผู้สร้างหนัง โกสต์เกม ซึ่งเริ่มฉายในไทยเดือนที่แล้ว อ้างว่าหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งขึ้นมา แต่ความคล้ายคลึงนั้นใกล้เคียงกับตวลเสลงอย่างโจ่งแจ้ง
มีผู้สังเกตว่าชื่อคุกในจินตนาการ S-11 เหมือนกับชื่อคุก S-21 มากเกินไป ซึ่งคุก S-21 เป็นที่ๆ ชาวกัมพูชาประมาณ 16,000 คนถูกทรมานและสังหาร
หนังตัวอย่างเริ่มด้วยการบอกว่าประชาชน 17,000 คนเป็นนักโทษขึ้นทะเบียนที่คุก S-11 ในช่วงสงครามนาน 4 ปี
หนังมีภาพกองหัวกะโหลกและกองกระดูกใน S-11 คล้ายที่พบในพิพิธภัณฑ์สังหารล้างเผ่าพันธุ์ของกัมพูชา
ผู้สร้างโกสต์เกมต้องการถ่ายหนังเรื่องนี้ที่ S-21 ในปีที่แล้ว แต่ถูกรัฐบาลกัมพูชาปฏิเสธ จึงใช้คุกไทยถ่ายทำแทน โดยเปลี่ยนป้ายต่างๆ จากไทยเป็นภาษาเขมร
ในตอนแรก บริษัทที่ฟ้า ผู้สร้างหนังโกสต์เกม ปฏิเสธว่าหนังไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขมรแดง แต่ต่อมาได้ออกคำขอโทษต่อสาธารณะหากหนังสร้างความขุ่นเคืองให้คนกัมพูชา ...
* * *
กัมพูชาเดลี่ หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษยกวาทะของอดีตทหาร ผู้กล่าวว่าประเทศไทยควรล้อเลียนโศกนาฏกรรมของตนเอง ถ้าอยากเอาความตายมาทำให้เป็นเรื่องบันเทิง
"ถ้าจะเป็นกลาง คนไทยควรทำหนังเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ไทยฆ่าประชาชนตัวเองเป็นพันๆ คนในสงครามยาเสพติด" Loung Nhoung กล่าว
-- Cambodia fumes at 'disrespectful' Thai ghost movie, DPA 26 เมษายน 2006
Kong Kendara อธิบดีกรมการภาพยนตร์ กระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชากล่าวว่าเขาเป็นผู้ปฏิเสธคำขออนุญาตจากบริษัทที่ฟ้า ในการขอถ่ายทำหนังที่ตวลเสลงในวันที่ 27 มิถุนายน 2005 เนื่องจากบทหนังมิได้เคารพต่อความทรงจำของเหยื่อภายใต้การปกครองของเขมรแดง เขากล่าวว่า "คนทำหนังหายไปพักหนึ่ง แต่ตอนนี้ดูจะกลับมาอีกแล้ว เขาอยากให้ผู้คนกลัว แต่ความตาย (ของคนนับแสน) ไม่ใช่เกม"
-- Cambodia fumes at 'disrespectful' Thai ghost movie, DPA 26 เมษายน 2006
* ลูกไล่ในประวัติศาสตร์ นิธิ เอียวศรีวงศ์ จากมติชนสุดสัปดาห์
* วิธีที่คนทำหนังไทยแสดงภาพประเทศเพื่อนบ้านบนแผ่นฟิลม์ เป็นเรื่องที่เอาไปทำเป็นหัวข้อวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกได้ -- (แปลไทยจากข้อเขียนของ) ก้อง ฤทธิ์ดี
* Film brings shame upon Thai society -- จากเนชั่น
ส่วนข่าวคราวหัวใจ ร้านโคดีส์ประกาศปิดร้านสาขาเบิร์กลีย์ ดอทกำลังอกหักและเสียใจมาก
เฟย์ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๔๙
Copyright © 2006 faylicity.com
|