* home   ชานเรือน
คืนเรือน | ชานเรือน | ชานเรือนย้อนหลัง
ก้าวที่กล้า

 

ข่าวน่าอนาถมากข่าวหนึ่งในเดือนที่ผ่านมา คือรถแบ็กโฮของ กทม. ทับนักท่องเที่ยวตาย 2 คนบนทางม้าลายใกล้หน้าโรงแรมปรินเซส ถนนหลานหลวง เวลาประมาณบ่ายสองครึ่ง วันที่ 18 กรกฎาคม 2549   คมชัดลึก ให้รายละเอียดว่า "มันสมองกระจาย ไส้ทะลัก ในมือกำธงขอทางแน่น"

ธงที่ว่านี้เป็นของโครงการข้ามถนนปลอดภัยใช้ธง ที่ กทม. รณรงค์ให้ใช้ขอทางข้ามถนน ฉันไม่เคยได้ยินโครงการนี้มาก่อน มาได้เห็นหน้าตาธงนี้จากภาพข่าวไทยรัฐ ที่ลงรูปธงตกข้างศพนักท่องเที่ยวทั้งสอง เป็นธงมีสีส้มและน้ำเงิน ต่อไปนี้จะชักชวนใครให้ใช้ธงนี้อีกคงจะยาก ทางที่ดีควรให้คนข้ามถนนใช้อาวุธปืนขอทาง ยังจะมีโอกาสข้ามถนนสำเร็จมากกว่า ยิ่งอาวุธใหญ่เพียงใด (ระเบิด, ขีปนาวุธ) โอกาสสำเร็จจะยิ่งสูงขึ้นไป

คนขับรถแบ็กโฮที่วิ่งสวนทางมาในช่องบัสเลนบอกว่ามองไม่เห็นนักท่องเที่ยว เขาหยุดรถเมื่อเลยทางข้ามไปแล้วประมาณ 100 เมตร หลังจากชาวบ้านตะโกนบอกว่าชนคนตาย ข่าวไม่ได้บอกว่าคนขับเห็นทางม้าลายหรือไม่ หรือรู้จักทางม้าลายหรือไม่

เป็นข่าวแสดงความเป็นไทยได้ยอกย้อนมากข่าวหนึ่ง น่าเสียใจที่นักท่องเที่ยวคงไม่เข้าใจการข้ามถนนในไทย ผู้ที่ให้ธงไปคงไม่ได้บอกกำกับว่ารถเมืองไทยไม่เคยจอดให้ใครข้ามถนน แม้จะข้ามในทางม้าลายก็ตาม วิธีใช้ธงที่น่าจะได้ผลมากกว่าคือโยนพุ่งไปใส่รถที่วิ่งตรงมา ยังมีโอกาสที่รถจะชะลอตัวบ้าง

ฉันประทับใจข่าวนี้มาก เนื่องจากการข้ามถนนเป็นเรื่องกัดกินใจที่สุดเรื่องหนึ่ง ฉันข้ามถนนไม่เป็น ตั้งแต่เด็กก็ถูกสั่งห้ามข้ามถนนโดยไม่ใช้สะพานลอยเด็ดขาด จึงเป็นเรื่องน่าอนาถใจที่โตขึ้นมาโดยไม่มีทักษะการข้ามถนน จะต้องอาศัยข้ามกับเพื่อนๆ หรือรอให้มีคนเยอะๆ แล้วตามเขาไป

บางสถานการณ์ที่ไม่มีคนอื่นข้ามด้วยก็จะต้องรอ ครั้งหนึ่งที่ทางข้ามถนนใหญ่หลายเลน ถนนนั้นมีไฟแดงด้วยซ้ำ แต่ฉันก็ไม่อาจข้ามได้ ถนนนั้นอยู่ใกล้สถานีรถไฟ ฉันต้องรอจนกว่ารถไฟขบวนต่อไปมาจอด มีผู้โดยสารกลุ่มใหญ่มาข้ามเป็นเพื่อนจึงจะข้ามได้สำเร็จ หลังจากนั้นก็หลีกเลี่ยงการข้ามถนนที่ตำแหน่งนั้นตลอดชีวิต

เพื่อนคนหนึ่งของฉันข้ามถนนไม่เป็นเช่นกัน ครั้งหนึ่งที่เธอพยายามข้ามถนนแต่ไม่อาจทำได้สำเร็จ เธอไปยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ 15 นาที จนตำรวจจราจรแถวนั้นเห็นผิดสังเกต จึงมาถามว่าน้อง เป็นอะไร แล้วก็พาเธอข้ามถนน ฉันซาบซึ้งใจเรื่องนี้มาก คนข้ามถนนไม่เป็นจะเข้าใจเรื่องเล่าประสบการณ์อย่างนี้ได้ดี

แม้มีคนข้ามถนนด้วยฉันยังไม่อยากจะข้ามเลย ต่อไปนี้เราจะพูดถึงกรณีการข้ามทางม้าลายในที่ๆ ไม่มีสะพานลอยเท่านั้น รถไม่เคยหยุดที่ทางข้าม ไม่เคยชะลอเมื่อเห็นคนข้ามทางม้าลาย บ่อยครั้งขณะเรายืนบนทางม้าลายใกล้ทางเท้า ยังมีรถจ่อมาจะจอดตรงที่เรายืน นอกจากไม่ยอมให้เราข้ามแล้วยังเบียดเบียนพื้นที่ใช้ทางม้าลายเป็นที่จอดรถได้หน้าตาเฉย

คนขับรถทำเหมือนผู้ข้ามถนนเป็นสัญญาณไฟเหลืองที่ทำให้ต้องกดคันเร่ง บางคันเปิดไฟวาบสบถสารใส่เราว่า-ข้ามมาเป็นศพแน่มึง เราต้องวิ่งตัดหน้ารถและตัดสินใจกะระยะให้ดีเอาเองว่าจะรอดชีวิตหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องสะเทือนขวัญอย่างยิ่งสำหรับฉัน ที่ไม่อาจทำใจวิ่งตัดหน้ารถในระยะกระชั้นได้อย่างคนอื่น

ต่อให้มีคนข้ามด้วย ผู้ที่ข้ามด้วยก็ต้องบอกฉันว่าจะวิ่งตอนไหน เช่น วิ่งๆๆ หรือหลังปิ๊กอัพคันนั้นแล้ววิ่งเลยนะ ต้องมีคำสั่งกำกับคิวด้วย เพราะบ่อยๆ ที่เขาวิ่งกันไปหมดแล้ว เหลือฉันยืนหน้าเสียอยู่กลางถนนเพียงคนเดียว ด้วยไม่มีเซนส์ในการข้ามถนนโดยสิ้นเชิง ซึ่งคราวนี้ก็จะแย่มากด้วยไม่รู้จะทำอย่างไร พอถึงตอนนี้รถที่เป็นพยานโศกนาฏกรรมการถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว และเห็นสีหน้ากับทีท่าละล้าละลังของฉัน บางคันจะใจดีชะลอรถลงแต่ฉันก็จะยังไม่ข้าม คนขับเหล่านี้คงคิดว่านังนี่จะเอายังไง ให้ไปก็ไม่ไป แต่ฉันไม่ยอมข้ามง่ายๆ จนกว่าเขาจะ "หยุด" รถจริงๆ   ฉันไม่เชื่อมั่นในการชะลอรถ

เพื่อนนั่นเองจะต้องข้ามถนนกลับมาพาฉันข้ามไปให้ตลอดรอดฝั่ง เมื่อข้ามเสร็จจะต้องถูกตัดพ้อว่าทำไมเธอข้ามแล้วไม่บอกล่ะ ใจร้าย ทิ้งฉันไว้คนเดียว ฉันจะไม่มีวันข้ามถนนกับเธออีกแล้ว ฯลฯ

การข้ามถนนเป็นเรื่องคอขาดบาดตายยิ่งสำหรับฉัน ฉันหลีกเลี่ยงการข้ามถนน หากจำเป็นต้องข้ามก็ต้องคิดแล้วคิดอีก คิดมากๆ ว่าควรยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อไปทำอะไรๆ ที่ถนนอีกฝั่งดีหรือไม่ เช่น ร้านอาหารทะเลที่อร่อยมากๆ ฝั่งตรงข้ามนั้น มันอร่อยมากพอจะเสียชีวิตไปกินหรือไม่ (ต้องข้ามทั้งขาไปและกลับ) หรืออยากรู้ว่า โอเพ่น เล่มใหม่ออกหรือยัง จะยอมตายเพื่อแวะไปดูมันหน่อยดีไหมนี่ ต่อให้มีคนข้ามด้วยหรือข้ามหลายๆ คน ก็ให้น่าหวาดเสียวเหลือเกินนี่

บางครั้งที่ไปเจอคนรู้จักเช่นพี่คนหนึ่งที่กำลังตั้งครรภ์ เธอเดินข้ามถนนไปซื้อของยังอีกฝั่งได้หน้าตาเฉย โดยไม่มีความครั่นคร้ามกริ่งเกรงอะไรเลย เป็นถนนเดียวกับที่ฉันต้องคิดแล้วคิดอีก ทำใจแล้วทำใจอีก แล้วดูหญิงมีครรภ์ผู้นี้สิ ฉันทึ่งวีรสตรีผู้นี้มากจนลืมตัวถามไปว่าพี่คะ พี่ข้ามถนนนี่ไม่กลัวอะไรเลยหรือ ทำไมพี่ข้ามได้หน้าตาเฉยเลยล่ะ (ฉันข้ามทีไรหัวใจเต้นเร็วและรู้สึกจะเป็นลมทุกครั้ง) ถามเสร็จให้รู้สึกอายคำถามขึ้นมา ฉันลืมตัวไปว่าตนเองนั้นไม่ได้ปกติเหมือนคนอื่นเขา

หมาข้างถนนยังสามารถข้ามถนนได้เองด้วยลีลาอันทระนง เวลาฉันเห็นหมาข้ามถนนทีไรต้องให้รู้สึกทึ่งหมาและอนาถตัวเอง ฉันแย่กว่าหมาเสียอีก ข้ามถนนสู้หมายังไม่ได้เลย

ความใฝ่ฝันในบางวาระของชีวิตฉันจึงมีเช่น หากสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงขอให้มีสะพานลอยตรงนี้ด้วยเถิด

น่าแปลกอีกเหมือนกันที่หลายคนชอบข้ามถนนเองมากกว่าใช้สะพานลอย หลายครั้งเมื่อฉันยืนยันข้ามสะพานลอย จะถูกโน้มน้าวว่าโอ๊ยเสียเวลาออก ไม่มีใครเขาข้ามสะพานลอยกันหรอก แต่ใครเป็นเพื่อนรักฉันจริงๆ ก็จำต้องถูกสายตาเว้าวอนว่ามาข้ามสะพานลอยกันเถอะนะ อาจเป็นเพราะสะพานลอยสมัยนี้อันตรายมากก็เป็นได้ ข้ามใต้สะพานลอยอาจถูกรถทับตายอนาถ ข้ามบนสะพานลอยอาจถูกแป๊บน้ำตีหัวแบะเพื่อชิงทรัพย์ ประเทศไทยมีทางเลือกในการตายหลายรูปแบบ

เวลาไปเที่ยวลอสแองเจลิส อเมริกา ประเทศที่ใครๆ ก็ว่าชั่วช้าบัดซบ จะมีเรื่องไม่เคยชินอย่างหนึ่งคือรถที่นั่นหยุดให้คนข้ามเสมอ ให้ทางคนก่อนเสมอ เจอประสบการณ์นี้วันแรกๆ จะหลอนและตื้นตันใจเป็นล้นพ้น ด้วยไม่อยากเชื่อว่าโลกเป็นแบบนี้ได้ด้วยหรือนี่ ช่างดีเสียจริงๆ แถมเขามีสัญญาณไฟข้ามถนนที่สร้างมาสำหรับคนอย่างฉันแท้ๆ (for e-ngo) สัญญาณไฟขาวรูปคนเดินแปลว่าข้ามได้ปลอดภัย ไฟแดงรูปมือหยุดแปลว่าอย่าข้าม ช่วงสัญญาณใกล้เปลี่ยนจะกะพริบบอกให้เรารีบๆ ข้ามเข้านะ ในบางเมืองไฟจะขึ้นเลขวินาทีกำกับด้วยว่าเหลือเวลาให้ข้ามอีกเท่าไร

ดังนั้นการข้ามถนนจึงไม่ต้องใช้สมองและการตัดสินใจอะไรที่มากไปกว่าการดูสัญญาณไฟ ฉันตกเป็นทาสสัญญาณนี้อย่างชนิดว่าต่อให้ไม่มีรถมาทางไหนเลย แต่ไฟยังเป็นไฟห้ามข้ามฉันก็ไม่ข้าม จะต้องรอจนเป็นไฟคนเดินเสียก่อน ฉันสุขใจมากที่สามารถข้ามถนนคนเดียวก็ได้ หากใช้ชีวิตที่นั่นได้ก็คงจะดี

ในทางกลับกัน ชาวต่างชาติที่มาเมืองไทยอาจไม่รู้กิตติศัพท์ว่าบ้านเรานั้น เจ้าถนนคือรถ ยิ่งรถขนาดใหญ่โตเท่าไรยิ่งได้ทางก่อน สมควรที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยควรประชาสัมพันธ์วิธีการข้ามถนนที่ถูกต้องเอาไว้ด้วย

เหล่านี้เป็นคำแนะนำเบื้องต้นจากเว็บเฟลิซิตี้

1. อย่าข้ามถนน การข้ามถนนโดยไม่ใช้สะพานลอยเป็นเรื่องเสี่ยงชีวิตอย่างยิ่ง

"การข้ามถนนเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ที่นี่ ไม่มีคนสติดีที่ไหนพยายามข้ามถนน ... นครแห่งเทพเป็นหนึ่งในสมญาของเมืองนี้ ฉันหวังว่าจะมีเทพนำทางให้ฉันไปถึงอีกฝั่งได้โดยปลอดภัย"
-- แอนนา สจ็วต จาก Crossing the Street in Bangkok

2. รถจะไม่หยุดให้คนข้ามในทางม้าลาย

"คนข้ามถนนจักต้องอาศัยสติปัญญาของตน ยานพาหนะไม่หยุดให้คนข้าม ไม่มีใครให้ความสนใจทางม้าลาย"
-- เคน อัลเบิร์ตเสน จาก Driving in Thailand
"ผู้ข้ามถนนต้องอาศัยวิจารณญาณว่าจะข้ามเมื่อใด ซึ่งมักอาศัยจังหวะที่ปริมาณผู้คนมากๆ และเมื่อมีผู้กล้าออกก้าวแรก (มักเป็นผู้หญิง ด้วยรถมักหยุดให้ผู้หญิงข้ามมากกว่า ((ไม่จริง - ผู้แปล ญ)) ) แล้วกลุ่มคนที่เหลือรีบเร่งข้ามไปยังอีกฝั่ง ... ส่วนทางม้าลายนั้น เท่าที่ทราบ ผู้ขับขี่ไม่รู้ว่าทางม้าลายคือที่ให้คนข้ามถนน!!!"
-- จาก 10 Wishes by a Resident of Bangkok
"ในการข้ามถนน เราต้องเดินผ่านรถยนต์ รถเมล์ ตุ๊กตุ๊ก ที่วิ่งความเร็ว 40 กม./ชม. อยู่ห่างจากเราเพียง 1.5 เมตร"
-- จาก โมซี่

3. หากจำเป็นต้องข้ามถนน อย่าข้ามเพียงลำพัง ให้อาศัยจังหวะคนมากๆ ข้ามตามกันไป ส่วนเทคนิคอื่นได้แก่ :

3.1 ข้ามตามหลังพระ วิธีนี้แนะนำโดยนักท่องเที่ยวที่สังเกตว่าคนไทยเคารพพระสงฆ์ คงไม่คิดฆ่าพระที่ข้ามถนน จึงแนะนำว่าให้ข้ามถนนตามหลังพระเสมอ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

3.2 กรณีหาพระไม่ได้ ขอแนะนำให้เรียกแท็กซี่หรือสามล้อพาข้ามถนน ด้วยเงินจำนวนไม่มาก เพียง 35, 37 บาท หรือมากกว่านั้นหากต้องไปยูเทิร์นไกลหน่อย แต่คุ้มค่าที่ไม่ต้องเสี่ยงชีวิต

ขอให้พลังการข้ามถนนจงอยู่กับคุณ
 
 

เฟย์   ๑ สิงหาคม ๒๕๔๙
หรือฝากจดหมายไว้ที่ ตู้จดหมาย
Copyright © 2006 faylicity.com

คืนเรือน