* home   ชานเรือน
คืนเรือน | ชานเรือน | ชานเรือนย้อนหลัง


ไปดูหนัง 16


Stranger Than Fiction (2006)
กำกับโดย Marc Forster เขียนโดย Zach Helm
หนังภาษาอังกฤษ ความยาว 113 นาที เรท PG-13 ตัวอย่างหนัง

หนังที่คนรักหนังสือต้องดู เรื่องของแฮโรลด์ (รับบทโดย วิล ฟาร์เรล เขาแสดงดีมาก) มีอาชีพที่สังคมรังเกียจคือทำงานกับสรรพากรอเมริกัน มีหน้าที่คอยเรียกเก็บและตรวจสอบภาษี ชีวิตของแฮโรลด์ดำเนินตามแบบแผน ราบเรียบสม่ำเสมอ เมื่อหนังเปิดตัว เสียงผู้บรรยายหญิงแนะนำชีวิตแฮโรลด์ให้คนดูรู้จัก แต่แล้วจู่ๆ แฮโรลด์ได้ยินเสียงเล่านั้น เสียงนั้นบรรยายสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ เขาตกใจขวัญหายว่าใครกันมาเล่าชีวิตเขา แถมไม่มีคนรอบข้างคนอื่นได้ยิน

เสียงผู้เล่าหญิงนี้คือเสียงของเคย์ (รับบทโดย เอ็มม่า ท็อมป์สัน) นักเขียนผู้กำลังเขียนนิยายเรื่องของแฮโรลด์อยู่ เพียงแต่ว่าแฮโรลด์มีตัวตนจริงๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องเหนือจริงเมื่อมีนักเขียนนิยายคนหนึ่งเขียนเรื่องตัวละครผู้หนึ่ง แต่ตัวละครนั้นกลับมีชีวิตจริงและได้ยินเสียงเล่าบรรยายชีวิตตนเองอยู่

สิ่งที่ทำให้แฮโรลด์ตกอกตกใจที่สุด คือเสียงนั้นบอกว่าอีกไม่ช้าเขาจะตาย หมอบอกว่าเขาเป็นโรคจิตเภท อาจรักษาได้โดยการกินยา แต่แฮโรลด์ไม่อยากให้เสียงนั้นหายไป เขาอยากรู้ว่าเหตุใดจึงต้องตาย จะมีหนทางป้องกันได้ไหม จิตแพทย์แนะนำให้เขาลองไปหาผู้รู้ด้านวรรณกรรม แฮโรลด์จึงไปหาศาสตราจารย์ฮิลเบิร์ต (รับบทโดย ดัสติน ฮอฟแมน)

ระหว่างนั้น แฮโรลด์กำลังตรวจสอบภาษีสาวนางหนึ่งชื่อ ปาสคาล (รับบทโดย แมกกี้ จิลเลนอล)

ฟังชื่อนักแสดงต่างๆ ก็น่าดูแล้วใช่ไหมเล่า นักแสดงเหล่านี้ดีมากทุกคน ฟาร์เรลเล่นดีในบทที่ไม่ขำเลย ดัสติน ฮอฟแมน รับบทอาจารย์วรรณกรรมได้น่าเชื่อ หนังมีมุขตลกโหดร้ายมาก มีเสน่ห์หลายประการ ดูเพลิน ภาพสวยเก๋มีสไตล์ การจัดฉากต่างๆ สวยดูดี ดีที่สุดคือฉากในมหาวิทยาลัย มีหนังน้อยเรื่องที่มีฉากมหาวิทยาลัยซึ่งดูน่าเชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยจริงๆ (หนังส่วนใหญ่ชอบไปเลือกสถานที่หรูอลังการ หรือสดใส แต่ว่ามหาวิทยาลัยจริงๆ ต้องทึมๆ ทะมึนเช่นนี้ และฉากห้องทำงานของดัสติน ฮอฟแมนนั้นคือห้องของอาจารย์วรรณกรรมโดยแท้จริง ห้องนี้จะทำให้หนอนหนังสือละเมอเพ้อพก (ไม่มีอะไรจะกระชากใจคนรักหนังสือได้เท่าการเห็นชั้นหนังสือใหญ่ มีหนังสืออัดแน่นในนั้น เชื่อว่าหลายคนที่ดูดีวีดีจะอดใจไม่อยู่ ต้องกดปุ่มหยุดแล้วย้อนหลังไปชมว่าเขามีหนังสืออะไรในชั้นบ้าง)

เป็นหนังน่ารักที่แสนประทับใจ ตลกมากๆ ดูแล้วจะผูกใจและเห็นว่าแฮโรลด์น่ารักจริงๆ
 


Ghost in the Shell (1995)
กำกับโดย Mamoru Oshii
หนังภาษาญี่ปุ่น ความยาว 82 นาที

ได้ยินสมญานามการ์ตูนเรื่องนี้มานานหนักหนา เช่นว่าเป็นหนึ่งในอิทธิพลของหนัง The Matrix ภาคแรก (ที่คนดูรักอย่างยิ่ง) เมื่อได้ดูต้องนิยมว่าเป็นการ์ตูนภาพสวย และความคิดก้าวหน้ามาก เป็นหนังไซไฟแสดงภาพอนาคต ตัวเอกเป็นไซบอร์กแสนสวยผู้ชอบถอดเสื้อผ้า แม้จะได้ดูในวันนี้ยังต้องชมความคิดว่าการ์ตูนเรื่องนี้ทำได้ดีจริงๆ เห็นได้ว่าเดอะเมตริกซ์รับอิทธิพลจากการ์ตูนเรื่องนี้ไม่น้อย

อยากชวนชมการ์ตูนเรื่องนี้ เพลงประกอบไพเราะ ตัวหนังจับจิตจับใจ ภาพวาดตัวละครและบ้านเมืองสวยมาก ออกอารมณ์ฝันๆ และหลอกหลอน หนังฉายภาพอนาคตของโตเกียว ปี 2029 จะเกิดอะไรขึ้นหากว่าไซบอร์กมีจิตวิญญาณได้ จะเป็นอย่างไรหากภายใต้เปลือกหุ้มของกลไกจะมีความนึกคิดจิตใจที่เกิดขึ้นเอง หนังตั้งคำถามถึงความเป็นอยู่ของคนเรา ดอทดูฉบับพากย์ภาษาอังกฤษ (เวลาดูการ์ตูนสวยๆ แล้วไม่อยากเสียเวลาและสายตาไปอ่านบทบรรยาย อยากชื่นชมภาพให้เต็มที่) ฉบับพากย์ทำได้ไม่เลว
 


Marie Antoinette (2006)
กำกับโดย โซเฟีย คอปโปลา
หนังภาษาอังกฤษ ความยาว 123 นาที เรท PG-13

คนดูชอบหนังของโซเฟีย คอปโปลา และคิดว่า เคอร์สเตน ดันสต์ คือผู้หญิงสวยที่สุดคนหนึ่ง จึงรักหนังเรื่องนี้ไม่ยากเย็น เรื่องนี้แสดงภาพมารีอังตัวเน็ตจากอีกมุมมองหนึ่งซึ่งเราไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก เราน่าจะเข้าใจและเห็นใจเธอมากขึ้น เรื่องเริ่มที่เด็กสาวจากออสเตรียที่ต้องเดินทางไปฝรั่งเศสเพื่อแต่งงานกับคู่หมายที่เธอไม่เคยพบหน้า ชีวิตในวังต่อมาทำให้เธอแทบไม่เคยรับรู้ชีวิตจริงของผู้คนนอกวัง

สาวๆ น่าจะชอบหนังเรื่องนี้ เพราะมีแต่ความน่ารักและสีสันสดใส นี่คือหน้าปกหนังสือ chick-lit ที่กลายเป็นหนัง มีแต่สีชมพู ลูกไม้ ความสวยงามของเสื้อผ้ารองเท้า เป็นหนังสวยๆ และฝันๆ ถ่ายทำที่พระราชวังแวร์ซายล์ ทุกอย่างเป็นบาโรกซึ่งหรูหราฟู่ฟ่าจนตาลาย แต่ดูเพลิดเพลินจำเริญใจยิ่ง นี่เป็นการเล่าประวัติศาสตร์ฉบับวัฒนธรรมป็อป พร้อมด้วยเพลงร็อคประกอบเรื่อง เป็นหนังที่มีเสน่ห์เหลือหลาย

หนังเรื่องนี้น่าจะทำให้เราได้คิดว่า มารีอังตัวเน็ตเป็นผู้หญิงเคราะห์ร้ายอะไรเช่นนี้ น่าเห็นใจชะตากรรมของเธอ และจะโทษเธออย่างเดียวก็ไม่ได้เลย


Infamous (2006)
กำกับโดย Douglas McGrath
หนังภาษาอังกฤษ ความยาว 110 นาที เรท R

ปีที่ผ่านมามีหนังเกี่ยวกับทรูแมน คาโพที ออกมาสองเรื่อง เรื่องหนึ่งคือ Capote (2005) ซึ่งโด่งดังไม่น้อย เนื่องจากนักแสดงนำรับรางวัลออสการ์ อีกเรื่องคือ Infamous ดูแล้วชอบหนังเรื่องหลังมากกว่าเสียอีก ภาพในหนังสวยมากดังภาพงานศิลปะ และแสดงความรู้สึกของคาโพทีที่ต่างไปจากหนังอีกเรื่อง เป็นหนังที่งดงาม แซนดร้า บูลล็อก รับบทฮาร์เปอร์ ลี ได้ดีมาก และแดเนียล เครก (กรี๊ด เจมส์ บอนด์คนใหม่ของเรายังไงล่ะ) รับบท เพอร์รี สมิท สิ่งจูงใจหนึ่งที่ทำให้ดูหนังเรื่องนี้คืออยากดูบทบาทของเครกนั่นเอง เขาเล่นดีมากๆ ได้ยินบ่อยครั้งว่าสาวหลายคนเห็นว่าเขาขี้เหร่เกินกว่าจะเป็นบอนด์ และไม่ยอมไปดูหนังเลยเพราะรับไม่ได้ แต่ดอทคิดว่าควรเปิดใจกว้างและดูเขาแสดงเสียก่อน สำหรับดอทแล้ว นี่คือบอนด์ดีที่สุดหลังจากคอนเนอรี่ และนี่คือบอนด์คนแรกที่ทำให้อยากรอดูหนังบอนด์ภาคต่อไป เขาอาจจะไม่หล่อมากแต่เซ็กซี่น่าดู ลองดูฉากที่เขาดำเนินขึ้นจากน้ำทะเลนั้นสิ นอกจากนั้น เขามีเสน่ห์จากนิสัยใจคอและความบ้าระห่ำ บทบาทของบอนด์ทำให้เขาหล่อร้ายมากๆ

ก่อนจะนอกเรื่องนอกราวไปกว่านี้ กลับมาสู่เรื่องของคาโพที นี่เป็นหนังที่อ่อนโยนและตลกมากๆ เหมือนชีวิตจริงที่มีหลากหลายอารมณ์ ทั้งหัวเราะร่าและน้ำตาริน เป็นหนังที่มีเสน่ห์อย่างยิ่ง แถมยังมีเจมส์ บอนด์เล่นเป็นผู้ร้ายอีกด้วย (หน้าตาให้) หนังเรื่องนี้สวยงามเหมือนบทกวี มีนักแสดงดีๆ ทั้งนั้น จึงอยากชวนไปชม


The Last King of Scotland (2006)
กำกับโดย Kevin Macdonald
หนังภาษาอังกฤษ ความยาว 123 นาที เรท R

หนังเล่าเรื่องของนิโคลาส หมอหนุ่มชาวสก็อตผู้เดินทางไปยูกันดา (รับบทโดยผู้เล่นเป็นทัมนุสในนาร์เนีย) แต่แล้วเกิดจับพลัดจับผลูเป็นคนสนิทประจำตัวอามิน ประธานาธิบดีผู้เพิ่งยึดอำนาจมาสดๆ ร้อนๆ หนังเรื่องนี้แสดงภาพว่าถ้าผู้นำเป็นบ้าจะเกิดอะไรกับประเทศ ช่วงท้ายมีตอนโหดร้ายทารุณที่ยากจะชม

ตอนต้นของหนังช่างสอดคล้องกับสถานการณ์บ้านเรา เมื่อมีการยึดอำนาจและผู้คนชื่นชอบ กรี๊ดรถถังและทหาร ดูแล้วหลอนๆ ไม่น้อย แต่ชาวยูกันดาตอนนั้นไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ช่วงประมาณ 9 ปีที่อามินเป็นผู้นำ มีคนตายราว 80,000-300,000 คน บ้างว่ามีคนตายถึงครึ่งล้านคน อามินกำจัดทุกคนที่เป็นฝ่ายตรงข้าม เราจะเห็นการหายตัวไปเฉยๆ ของบางคนในหนัง แปลกดีว่าดูหนังเรื่องนี้แล้วอดคิดไม่ได้ถึงหลายอย่างในบ้านเรา เช่นการหายตัวของทนายสมชาย นีละไพจิตร

หนังไม่ได้เล่าไปถึงชีวิตจริงของอามินในภายหลัง ต่อมาเขาต้องลี้ภัยออกนอกประเทศ อามินอยากกลับบ้านแต่ผู้นำบอกเขาว่าถ้ากลับมาต้องชดใช้บาปกรรม สุดท้ายเขาตายที่ซาอุดิอาระเบียในปี 2003

ลองไปดูว่าหนังแสดงภาพอามินไว้ซับซ้อนอย่างไร ผู้รับบทอามินได้รางวัลออสการ์ไปเร็วๆ นี้ (แม้ดอทจะใจภักดิ์กับไรอัน กอสลิง) แต่ผู้ชมคนไทยน่าจะได้รสชาติหนังเรื่องนี้ในอีกหนึ่งมิติที่แปลกๆ ออกไป
 


หนังที่อยากดูสุดขีด : แสงศตวรรษ
 
 

เฟย์   ๑ มีนาคม ๒๕๕๐
  หรือฝากจดหมายไว้ที่ ตู้จดหมาย
Copyright © 2007 faylicity.com

คืนเรือน