|
หายหน้าไปไม่ได้อัพเดทเว็บโดยไม่บอกกล่าวนับเดือน จนมีผู้ถามไถ่ว่าถูกเขียนจดหมายมาด่าเยอะหรือยัง (คำตอบคือมีจดหมายหลายฉบับ แต่ไม่ได้เขียนมาด่า เขียนมาบอกว่าคิดถึง... ทำให้รู้สึกผิดไม่น้อย) มิตรสหายบางคนโทรมาถามไถ่นึกว่าเข้าโรงพยาบาลไปแล้ว มีแต่คนถามว่าทำไมไม่อัพเดทเว็บ บ้างก็สั่งว่าชั้นรออ่านอยู่นะยะ อยากจะตอบเหลือเกินว่าหายหน้าไปท่องเที่ยวรอบโลก แต่ความจริงคือหายไปเพราะทำงานไม่เสร็จ เวลามีต้นฉบับต้องส่งที่มารอๆ กันอยู่และวันส่งต้นฉบับคืบคลานเข้ามา จะเป็นความรู้สึกบ่อนทำลายและกัดกินจิตใจยิ่งนัก ดอทหายไปเขียนข่าวให้กับ ช่อการะเกด ที่จะกลับมาอีกครั้งฉบับ ตุลาคม-ธันวาคม 2550 ดังนั้นใครสงสัยว่าหายหัวไปไหนก็พบคำตอบได้ในคอลัมน์ข่าวสารวรรณกรรมต่างประเทศในฉบับ (ไปยืนอ่านตามแผงเอาก็ได้ เขาคงไม่ว่ากัน) เขียนต้นฉบับให้ใครเป็นครั้งแรกมักเกิดอาการเกร็งผสมกับความไม่มั่นใจ ประมาณว่าฉันจะเขียนได้เรื่องหรือดีพอหรือเปล่า เป็นความรู้สึกกัดกินจิตใจเช่นกัน แต่สุดท้ายแล้วไม่มีอะไรดีกว่าการเขียนสิ่งที่เราชอบหรือเห็นว่าดีจริงๆ ต่อให้ใครไม่ชอบเราก็ยังชอบ ถ้าประเทศไทยมีนิตยสารวรรณกรรมอีกครั้งก็จะดีไม่น้อย จะว่าไปแล้วอดนึกถึงนิตยสาร คนรักหนังสือ (X-files) ไม่ได้ (จำกันบ่ได้กา) เป็นนิตยสารที่หายไปนานเช่นกัน หายไปพร้อมงบประมาณหลายล้านบาท เป็นความลึกลับมืดมนอย่างไม่น่าเชื่อ ชีวิตนี้เราจะได้พบกันอีกหรือเปล่านี่ การงานที่เกี่ยวข้องกับหนังสือทำให้ได้อ่านหนังสือดีหลายเล่ม แต่เป็นการอ่านล่วงหน้าก่อนที่หนังสือจะออก บ้างก็เป็นการอ่านที่ตรวจแก้ไปด้วย บางเล่มในจำนวนนี้ดีจนอยากแนะนำเสียจริงๆ รอให้หนังสือออกก่อนนะ แล้วจะมาแนะนำว่าดีน่าอ่านอย่างไร การแนะนำหนังสือที่ตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเป็นเรื่องที่ไม่น่ากระทำนัก ใครจะคิดได้ว่าเราแนะนำก็เพราะได้ผลประโยชน์น่ะสิ แต่หนังสือบางเล่มสมควรแนะนำจริงๆ ด้วยความรู้สึกว่าไปอ่านเถอะ ไม่ต้องซื้อก็ได้ ไปยืมใครมาอ่านก็ได้ แต่อยากให้คุณอ่านหนังสือเล่มนี้จริงๆ ดอทเคยคิดว่าจะไม่ยอมพูดถึงหนังสือที่ตัวเองเกี่ยวข้องเลย จากสาเหตุเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน แต่พี่ที่น่ารักคนหนึ่งถามว่า ในประเทศนี้มีหนังสือดีอยู่มากมายนักหรือ ถ้าเราไม่แนะนำแล้วใครจะทำ ตราบใดที่แนะนำโดยบอกกล่าวว่าเรามีผลได้ผลเสียอย่างไร ก็คงเป็นการแสดงความจริงใจได้ระดับหนึ่ง เมื่อได้ทำงานเกี่ยวข้องกับหนังสือ ทำให้ได้รู้ว่ากว่าหนังสือจะออกเป็นเล่มนั้น มีขั้นตอนและความใส่ใจอยู่ในนั้นมากมายมหาศาล กว่าจะเลือกปกมาได้สักปก ต้องมานั่งคุยกันแล้วคุยกันอีก ดอทเคยอ่านจากที่ไหนสักที่ว่าการทำหนังสือแต่ละเล่มเหมือนการทำคลอดเด็ก เราอยากให้เขาออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อหนังสือออกมา เราแสนภูมิใจ นอกจากยุ่งเรื่องต้นฉบับ ดอทยังยุ่งเรื่องปลูกต้นไม้ หลังจากต้องร่อนเร่อยู่นาน ตอนนี้ดอทมีที่ทางให้ตั้งตัวเหมือนมาทิลดาในหนังเรื่องนักฆ่าลีอองแล้ว และเริ่มปลูกต้นไม้อีกครั้ง การปลูกต้นไม้เป็นความสุข ทุกวันๆ เราอยากดูแลใส่ใจเขา วันที่แดดดีเราอยากขยับเขาไปตากแดด เราไม่อยากนอนอู้บนเตียง แต่อยากออกไปรดน้ำต้นไม้ ถึงเราจะไม่เคยชอบตากแดด แต่เราก็ไม่รู้สึกอะไรเวลาต้องตากแดดรดน้ำและดูต้นไม้ ทุกวันเป็นความอัศจรรย์ ดูสิว่าใบใหม่เขางอกขึ้นมาแล้ว หรือดอกใหม่เขากำลังจะผลิ ก้านดอกเขาแตกออกและในไม่ช้า เขาจะกลายเป็นดอกไม้สวย การปลูกต้นไม้ทำให้เรามีความสุขได้ทั้งเวลาฝนตกและแดดออก พอฝนตก เรารู้ว่าต้นไม้ที่ชอบความชื้นจะร่าเริง เมื่อแดดออก ต้นไม้ที่รักแสงแดดจะสดชื่น แล้วทุกเย็น เราจะอยากกลับไปหาเขา ดอทลองปลูกกล้วยไม้ เป็นต้นไม้สวยที่น่าจะลองดูสักครั้ง (เป็นต้นไม้สวยที่ต้องเอาใจมากๆ ยังกับคนสวยไม่มีผิด) มีต้นหนึ่งที่เขาออกดอกเพิ่มสามก้านขณะมาอยู่กับดอท ทุกวันๆ จึงหายใจเป็นต้นไม้นี้ คอยดูว่าดอกจะออกหรือยังน้า และเขาอยู่ดีไหม ดอกเขาสีม่วงน่ารักมาก คุณรู้ไหมว่าเวลาดอกไม้กำลังจะผลิดอก เป็นช่วงเวลาน่าอัศจรรย์มาก ระเบียงห้องดอทมองไปเห็นต้นมะม่วงใหญ่ มะม่วงต้นนี้ไม่งาม ไม่ค่อยออกลูก แต่เป็นที่อยู่ของนกจำนวนมาก ดอทได้เห็นนกเล็กๆ สีสวยที่ต้นไม้นี้ วันดีคืนดีจะเห็นรังนก และพ่อแม่นกผลัดกันป้อนลูกทั้งวัน เป็นภาพที่นอนดูเพลินอย่างไม่น่าเชื่อ ตอนนี้ลูกนกในรังโตพอจะบินจากรังไปได้แล้ว วันก่อนดอทเห็นพ่อนกตัวใหม่มาสำรวจรังนี้ ดอทคิดว่ามาทำรังที่นี่เถอะนะ แล้วก็มีเรื่องทำกับข้าวที่เมื่อว่างก็อยากทำ แต่เล่าแล้วจะน่าหมั่นไส้ไปเล็กน้อย เอาไว้เล่าในโอกาสหน้าๆ ดีกว่า ล่าสุดดอททำซุปไก่อร่อยด้วยนะ วันหลังต้องเปิดมุมครัวซะแล้ว หนังสือดีล่าสุดที่อยากแนะนำให้อ่าน คือ The Miraculous Journey of Edward Tulane วรรณกรรมเยาวชนที่บอกเรื่องความรักเอาไว้น่าประทับใจจริงๆ ดอทอ่านฉบับภาษาอังกฤษ แต่ฉบับไทยมีแปลแล้วโดย งามพรรณ เวชชาชีวะ ในชื่อ เอ็ดเวิร์ด ทูเลน ตามหาหัวใจไกลสุดฟ้า สำนักพิมพ์เพ็ทแอนด์โฮม อีกเล่มที่ได้อ่านคือ The Complete Tales of Beatrix Potter เพราะได้อ่านเรื่อง Fairy Caravan ทำให้คิดว่านักเขียนคนนี้รักสัตว์น่าดู พอรู้จักชีวิตเธอก็ยิ่งทึ่ง ทำให้ไปอ่านหนังสือชุดปีเตอร์แร็บบิตทั้งชุด ที่ตัวเองซื้อไว้แสนนานแต่ยังไม่ได้อ่าน (ซื้อไว้เฉยๆ เพราะรูปสวยจัด) แล้วได้ดูหนัง Miss Potter เล่าช่วงชีวิตเธออีก ดูแล้วร้องไห้ใหญ่เลย (เหมือนอ่านเรื่องกระต่าย เอ็ดเวิร์ด ทูเลน ที่อ่านแล้วร้องไห้ใหญ่เลยเช่นกัน) จะเขียนถึงหนังสือสองเล่มนี้ในคอลัมน์ต่างๆ โปรดอย่าน้อยใจว่าไม่เขียนในเว็บ ก็เพราะงานไม่เสร็จน่ะซีจ๊ะ แต่ว่าประเดี๋ยวก็จะเอามาลงให้อ่านกันนะ แต่เชื่อเถอะว่าน่าอ่าน ไปร้านหนังสือคราวหน้าลองหาดูนะ เรื่องของกระต่ายเอ็ดเวิร์ด ทูเลน ทำให้อยากหางานของนักเขียนผู้นี้มาอ่านทุกเล่มเลย สรุปว่า รักแล้วรอหน่อย อิมเมจเล่มล่าสุดมีสัมภาษณ์ดอทลงหนังสือ น่าอายมากๆ แต่ตอนนี้เห็นว่ามีผู้เอามาสแกนเผยแพร่ทางเว็บเสียแล้ว ดังนั้นไม่มีประโยชน์ที่จะปกปิด ผู้สนใจเปิดอ่านอิมเมจ ฝั่งปกโดมและพลอย หน้า 83 ตอนถ่ายรูปนั้นอยู่ใกล้ป้ายรถเมล์ คนเพียบ ใกล้ถนนใหญ่ น่าอายเป็นที่สุด เมื่อช่างภาพถ่ายไปได้สองสามรูป ดอทถามว่าพอแล้วมั้งคะ ทำให้ช่างภาพสาวน่ารักหัวเราะ บอกว่าต้องถ่ายสองม้วน กัดกินจิตใจดอทยิ่งนัก ดอทไม่เคยชอบถ่ายรูปเลย เมื่อได้นิตยสารมายังมาเก็บไว้หนึ่งวันก่อนจะกล้าเปิดดู คิดถึงเช่นกันค่ะ
เฟย์ ๒ กันยายน ๒๕๕๐
|